เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ดูทั้งหมด

“สี จิ้นผิง” กุมชะตาจีน ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจ

26 ต.ค. 2565 | 17:21น.
สี จิ้นผิง
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ผลของการประชุมสมัชชาแห่งชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 20 นอกจากจะลงเอยด้วยการก้าวขึ้นมากุมอำนาจเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 3 ของผู้นำวัย 69 ปีอย่าง “สี จิ้นผิง” ตามที่ได้รับการคาดหมายกันอย่างกว้างขวางก่อนหน้าการประชุม

แถมยังพาเหรดนำคนที่ภักดีและสนิทสนมกับตนเข้ารับตำแหน่งในกลุ่มแกนนำพรรคแทบทั้งหมด เพื่อการกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในระยะยาวอีกด้วย

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการปรับเปลี่ยนทีมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่เรียกได้ว่าเป็นการ “ยกเครื่อง” กันเลยทีเดียว

หลังจากที่ผู้ที่รับผิดชอบชุดเดิม ตั้งแต่ หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรี, ลิ่ว เหอ รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซาร์เศรษฐกิจ”, อี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน หรือแบงก์ชาติจีน และ กัวะ ซู่ฉิง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการธนาคาร ล้วนถูกโละพ้นตำแหน่งในกลุ่มแกนนำพรรค ทั้งในคณะกรรมการกรมการเมืองถาวรประจำโปลิตบูโร และในคณะกรรมการกรมการเมือง ทำให้เชื่อกันว่าทั้งหมดจะถูกปลดพ้นตำแหน่งที่รับผิดชอบตามไปด้วย เมื่อประกาศรายชื่อ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของจีนในราวต้นปีหน้า

คำถามที่ตามมาก็คือ ผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่บริหารเศรษฐกิจและการเงินคนใหม่ภายใต้การนำของสี จิ้นผิง คือใครกัน

บรรดานักวิเคราะห์และสื่อใหญ่ อย่างนิวยอร์ก ไทมส์ หรือบลูมเบิร์กนิวส์ ระบุตรงกันว่า คนที่น่าจับตามองมากที่สุดเวลานี้ คือ “เหอ ลี่เฟิง” ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (เอ็นดีอาร์ซี) หน่วยงานกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการพัฒนาอันทรงอิทธิพลของจีนในเวลานี้

“เหอ ลี่เฟิง” วัย 67 ปี ได้ชื่อว่าเป็นมือดีทางเศรษฐกิจที่ “สี จิ้นผิง” ไว้วางใจใกล้ชิดมานาน ตั้งแต่สมัยที่เติบใหญ่ภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาด้วยกันที่มณฑลฟูเจี้ยน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น 1 ใน 25 กรรมการกรมการเมืองหรือ “โปลิตบูโร” ของพรรคในการประชุมครั้งนี้

ทำให้หลายคนเชื่อกันว่า เหอจะเข้ามารับหน้าที่เป็น “ซาร์เศรษฐกิจ” คนใหม่ของสี จิ้นผิง แทนที่ลิ่ว เหอต่อไปในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เหอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์มาจากมหาวิทยาลัยเซียะเหมิน ก้าวขึ้นสู่ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจสำหรับกิจการ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ของทางการตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในเมืองระดับ “มหานคร” ของจีนหลายต่อหลายเมือง

ล่าสุดคือการดำรงตำแหน่งผู้บริหารประจำนครเทียนจิน ซึ่งเหอ ลี่เฟิง โชว์ความสามารถอาศัยโครงการก่อสร้างขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองจนโด่งดัง

เหอได้รับตำแหน่งในเอ็นดีอาร์ซี ครั้งแรกในปี 2012 ในทันทีที่สี จิ้นผิงก้าวขึ้นเป็นผู้นำจีน ก่อนที่จะเป็นประธานในช่วงเวลาเพียง 5 ปีต่อมา ที่เอ็นดีอาร์ซี เหอทำหน้าที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่มากมาย และเป็นประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางของโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ข้อริเริ่มสำคัญของสี จิ้นผิง ทั้งยังเป็นคนรับผิดชอบในความพยายามปฏิรูปรัฐวิสาหกิจของจีนอีกด้วย

บลูมเบิร์กระบุว่า สุนทรพจน์ในระยะหลังของ “เหอ ลี่เฟิง” สะท้อนสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในจีนในเวลานี้อย่างชัดแจ้ง เขาพูดถึงการที่เศรษฐกิจจีนต้องพึ่งพาภาคอสังหาริมทรัพย์มากเกินไป และชี้ให้เห็นว่าภาคการผลิตของจีนยังไม่อาจสนองตอบความต้องการสินค้าที่มีมูลค่าสูงของผู้บริโภคจีนได้

คนสำคัญที่ถูกจับตาอีกคนคือ “หลี่ เฉียง” วัย 63 ปี ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นอันดับ 2 ในคณะกรรมการกรมการเมืองถาวรประจำโปลิตบูโร 7 คน ที่กุมอำนาจกำหนดแนวทางจีนทั้งประเทศในทางปฏิบัติตลอดมา

“หลี่ เฉียง” ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำนครเซี่ยงไฮ้ เป็นอีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับสี จิ้นผิงมานาน คาดว่าจะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ในเชิงบริหารและกำกับดูแลการทำงานของรัฐมนตรีทั้งคณะ

เป็นเจ้าของแนวคิด “การพัฒนาเมืองรอง” หรือ “สเปเชียลทาวน์” ของจีน ซึ่งสี จิ้นผิง ชื่นชมว่าเป็นโครงการพลิกโฉมและยกระดับเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่ง

ส่วนผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติจีนคนต่อไป คือ “อี้ ฮุยมัน” ประธานคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์วัย 57 ปี ซึ่งหากไม่ได้รับตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติก็อาจไปทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกิจการธนาคาร แทนที่ “กัวะ ซู่ฉิง” ต่อไป

แคนดิเดตผู้ว่าการแบงก์ชาติอีกราย คือ “หยิน หยง” รองผู้ว่าการแบงก์ชาติวัยเพียง 53 ปี ที่ตอนนี้เป็นรองเลขาธิการพรรคสาขาปักกิ่งอยู่ด้วย หยินจบปริญญาโทด้านบริหารรัฐกิจจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโครงสร้างตลาดเงินจากมหาวิทยาลัยซิงหวา มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนในกรุงปักกิ่ง

ภารกิจสำคัญของหยินที่ปักกิ่งก็คือกำกับดูแลการดำเนินการตามกฎและข้อบังคับทางการเงิน ทำงานใกล้ชิดกับ “ไค่ ฉี” เลขาธิการพรรคสาขาปักกิ่ง ที่เป็น “สหายสนิท” อีกคนของสี จิ้นผิงนั่นเอง