คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ
มาตรการของกลุ่มจี 7 ในการจำกัดเพดานราคาน้ำมันดิบของรัสเซียไว้ที่ไม่เกิน 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2022 เพื่อลดรายได้ของรัสเซียไม่ให้มีเงินไปทำสงครามรุกรานยูเครน ถูกตั้งข้อสงสัยจากบางฝ่ายว่าจะได้ผลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ทางการรัสเซียเปิดเผย ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นคำตอบที่ชัดเจน
รัฐมนตรีคลังของรัสเซียเปิดเผยว่า เดือนมกราคมปีนี้ รายได้จากการขายน้ำมันและก๊าซของรัสเซียลดลง 46% หรือมีรายได้ 4.26 แสนล้านรูเบิล เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากราคาส่งออกน้ำมันดิบลดลง อีกทั้งส่งออกก๊าซได้น้อยลง
นอกจากนี้ยังเป็นเพราะรายได้อื่น ๆ เช่น รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนิติบุคคลก็ลดลง 28% เหลือเพียง 9.31 แสนล้านรูเบิล ทำให้ขาดดุลงบประมาณ 1.76 ล้านล้านรูเบิล หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลยังมีศักยภาพที่จะทำให้งบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายในปีนี้
ไฟแนนเชียลไทม์ รายงานว่า ตัวเลขที่ออกมาเป็นสัญญาณล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่า การที่รัสเซียบุกยูเครนได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย จะเห็นว่ารายจ่ายของรัสเซียเพิ่มขึ้นถึง 59% ในเดือนมกราคม ไปอยู่ที่ 3.12 ล้านล้านรูเบิล ท่ามกลางกระแสข่าวว่ารัสเซียจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม 3.5 ล้านล้านรูเบิลในปีนี้ และจะเริ่มปฏิบัติการใหญ่ถล่มยูเครนอีกรอบในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ตัวเลขขาดดุลงบประมาณดังกล่าวในเดือนมกราคมแสดงให้เห็นว่า รัสเซียขาดดุลไปแล้วประมาณ 60% ของระดับการขาดดุลที่คาดหมายทั้งปี
นาตาเลีย ลาฟโรวา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ “บีซีเอส โกลบอล มาร์เก็ตส์” ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทการเงินเอกชนอิสระของรัสเซีย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่รัสเซียเพิ่มการใช้จ่ายอย่างมากในขณะที่รายได้กำลังดิ่งลงรุนแรง ต่างจากปี 2015 ที่รัสเซียเพิ่มงบประมาณใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศอย่างมาก แต่รายได้ไม่ได้แย่เหมือนครั้งนี้
“ชัดเจนว่าความเสี่ยงด้านงบประมาณกำลังสูงขึ้น ทั้งในด้านการใช้จ่ายและรายได้” ลาฟโรวาระบุ
ที่ผ่านมารายได้ของรัสเซียราวครึ่งหนึ่งมาจากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่หลังจากถูกสหรัฐและสหภาพยุโรปแซงก์ชั่น รัสเซียได้พยายามชดเชยด้วยการจำหน่ายพลังงานในราคาถูกให้กับประเทศอื่น เช่น จีนและอินเดีย
แต่การถูกจำกัดเพดานราคาน้ำมัน และรัสเซียต้องการรายได้มาทำสงคราม ทำให้ต้องขายน้ำมันดิบในราคาเฉลี่ยเพียง 49.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมกราคม ต่ำกว่าราคาที่รัสเซียประเมินว่าจะเป็นรายได้เข้าสู่งบประมาณถึง 41% โดยเดิมประเมินว่าจะขายได้ในราคา 70 ดอลลาร์
ทำให้รัฐมนตรีคลังรัสเซียต้องหาหนทางอื่นในการหารายได้มาชดเชย โดยได้ขายเงินหยวนและทองคำออกจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ซึ่งเทียบเท่า 3.85 หมื่นล้านรูเบิล นอกจากนี้ วางแผนจะออกพันธบัตรสกุลรูเบิลมูลค่า 8 แสนล้านรูเบิลในไตรมาสแรกปีนี้ ทำให้การกู้ยืมภายในประเทศขยับขึ้นเป็น 2.5 ล้านล้านรูเบิล จากเดิมที่จะกู้เพียง 1.7 ล้านล้านรูเบิล
ด้าน เจฟฟรีย์ ซอนเนนเฟลด์ และ สตีเว่น เทียน นักวิชาการมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา ซึ่งติดตามเศรษฐกิจรัสเซียมาตั้งแต่เริ่มรุกรานยูเครนชี้ว่า ปูตินพยายามปกปิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ด้วยการใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศมาพยุงเศรษฐกิจ จะเห็นว่าปูตินได้หยุดเปิดเผยการใช้ทุนสำรองในแต่ละเดือนไปแล้ว
ซึ่งในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าทุนสำรองรัสเซียหายไป 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นรัสเซียก็ไม่ได้รายงานทุนสำรองอีกเลย หากปูตินภูมิใจในเศรษฐกิจ ทำไมจึงปกปิดทุนสำรอง ทำไมไม่เปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออก
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนชี้ว่า ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็ล้วนมีปัญหาขาดดุลงบประมาณ แต่พวกเขาสามารถกู้ยืมคนอื่นได้ แต่รัสเซียนั้นตอนนี้ไม่มีใครอยากซื้อพันธบัตรรัสเซีย จึงเป็นเรื่องลำบากมากสำหรับปูติน และเขาไม่สามารถพึ่งพาทุนสำรองได้ตลอดไป ปูตินกำลังเจอแรงบีบอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนในรอบ 20 ปี
ก่อนหน้านี้เมื่อกลางเดือนมกราคม “เอมอส ฮอคสไตน์” ผู้ประสานงานพิเศษของประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” ได้แย้มเป็นนัยถึงสถานการณ์ของรัสเซีย หลังจากถูกกลุ่มจี 7 ใช้มาตรการจำกัดเพดานราคาน้ำมัน โดยให้สัมภาษณ์ว่า มาตรการดังกล่าวกำลังได้ผล แม้ว่าจะอยู่ในระยะเริ่มต้นก็ตาม การที่รัสเซียขายน้ำมันในราคาถูกลงเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่ดี
- ทิศทาง “ราคาน้ำมัน” หลังยุโรปแซงก์ชั่นรัสเซีย
- อียูแบนน้ำมันรัสเซียรอบใหม่ รัสเซียจะเจ็บกว่าที่ผ่านมา หรือยุโรปจะเจ็บเอง ?
- “น้ำมันโลก” ป่วนอีกรอบ หลังยุโรปแบนดีเซลรัสเซีย
- รัสเซีย ยูเครน : น้ำมันตลาดโลกเตรียมปรับขึ้นอีกรอบ จากมาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียของอียู-จี7
- อินเดียส่งสัญญาณ ซื้อน้ำมันรัสเซียต่อ ไม่ร่วมวงตั้งเพดานราคากลุ่ม G7