การท่องเที่ยวทั้งโลกจะมีมูลค่า 15.5 ล้านล้านเหรียญ จีนแซงสหรัฐแชมป์เงินสะพัด ในปี 2033 

ปารีส นักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (ภาพโดย Sameer Al-DOUMY / AFP)

สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) คาด 10 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมการเดินทางท่องเที่ยวทั้งโลกจะมีมูลค่า 15.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 545 ล้านล้านบาท และจีนจะแซงสหรัฐขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่สร้างมูลค่าการเดินทางท่องเที่ยวมากสุดในโลก 

วันที่ 21 สิงหาคม 2023 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel & Tourism Council : WTTC) คาดการณ์ว่า ในปี 2033 การเดินทางท่องเที่ยวจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า 15.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 545 ล้านล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 21 สิงหาคม 2023) คิดเป็นมากกว่า 11.6% ของมูลค่าเศรษฐกิจโลก 

มูลค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 50% จากมูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 ซึ่งคิดเป็น 10.4% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งโลก อีกทั้งยังเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวมด้วย

รายงานของ WTTC ยังคาดการณ์ตัวเลขซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของอุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวในการสนับสนุนตลาดแรงงานด้วยว่า โดยรวมแล้วอุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวจะมีการจ้างงานมากถึง 430 ล้านคนในปี 2033 เพิ่มขึ้นจาก 334 ล้านคนในปี 2019 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 9 ของตำแหน่งงานทั่วโลก  

โรม อิตาลี การท่องเที่ยว
โคลอสเซียม กรุงโรม ประเทศอิตาลี (ภาพโดย Alberto PIZZOLI / AFP)


จูเลีย ซิมป์สัน (Julia Simpson) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า นักเศรษฐศาสตร์บอกว่าจีดีพีทั่วโลกจะเติบโตประมาณ 2.6% ต่อปี แต่สำหรับด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว WTTC คาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 5.1% ต่อปี 

การคาดการณ์อีกประการหนึ่งของ WTTC ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น คือ ในปี 2033 ภาคการเดินทางและการท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกาซึ่งปัจจุบันเป็นอันดับ 1 ของโลกในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจ (ทั้งเงินที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายในประเทศ และเงินที่คนในประเทศนั้นใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศ) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี จะเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับจีน 

โดยในปี 2033 ภาคการเดินทางและท่องเที่ยวของจีนคาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจรวม 4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะคิดเป็น 14.1% ของเศรษฐกิจจีน ส่วนในฝั่งของสหรัฐคาดว่าจะสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ และจะคิดเป็น 10.1% ของเศรษฐกิจสหรัฐ และคาดว่าในปี 2033 การใช้จ่ายด้านการเดินทางขาออกของชาวจีนจะครองส่วนแบ่งสูงถึง 22.3% ของการใช้จ่ายด้านการเดินทางขาออกของทั้งโลก 

แต่ถึงแม้สหรัฐจะเสียตำแหน่งแชมป์ประเทศที่ภาคการเดินทางและท่องเที่ยวมีเงินสะพัดสูงสุดก็ตาม ตำแหน่งงานในภาคการเดินทางและท่องเที่ยวของสหรัฐก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านตำแหน่ง บลูมเบิร์กอ้างข้อมูลจากรายงานของ WTTC เกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกาซึ่งยังไม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะว่า ในปี 2033 ในสหรัฐจะมีคน 21 ล้านคนทำงานในภาคการเดินทางและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 17.5 ล้านคน ในปี 2019 ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 8 ของงานทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนคิดเป็น 14.3% ของการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก ปีนี้การกลับมาเดินทางของชาวจีนที่ยังล่าช้ากำลังขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการเดินทางและการท่องเที่ยวของโลก แต่การเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ได้ชดเชยการเดินทางของชาวจีนได้แล้วจำนวนหนึ่ง 

WTTC คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวจะฟื้นตัวเกือบถึงระดับปี 2019 ได้ภายในสิ้นปี 2023 นี้ และเมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาเดินทางอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะภายในปี 2024 ก็จะเป็นการ kick off คลื่นการเติบโตที่สำคัญอีกระลอกหนึ่งของการท่องเที่ยวทั่วโลก 


นอกจากนั้น ซิมป์สันกล่าวโดยอ้างถึงข้อค้นพบของ WTTC เกี่ยวกับแนวโน้มทั่วโลกที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมในรายงานซึ่งไม่เปิดเผยต่อสาธารณะว่า แม้ว่าโลกจะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ผู้คนก็ต้องการเดินทางมากจริง ๆ และพวกเขากำลังจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายด้านการเดินทาง