“ฮุย กา ยัน” (Hui Ka Yan) หรือ สวี่ เจียยิ่น (Xu Jiayin) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งและประธานเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป (China Evergrande Group) โดนจับกักตัวและยึดพาสปอร์ต ข่าวนี้ถูกรายงานครั้งแรกโดย “บลูมเบิร์ก” เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2023 ตามข่าวระบุว่า เขาโดนกักตัวตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่แหล่งข่าวที่บอกข่าวกับบลูมเบิร์กก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดเขาจึงโดนกักตัว
และก่อนหน้านั้นไม่กี่วันก็มีข่าวว่า พนักงานและอดีตผู้บริหารบางคนในหน่วยธุรกิจบริหารจัดการความมั่งคั่งในเครือเอเวอร์แกรนด์โดนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว
ต่อมาในคืนวันที่ 28 กันยายน บลูมเบิร์กรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า ประธานเอเวอร์แกรนด์ถูกควบคุมตัวภายใต้มาตรการควบคุม เนื่องจาก “ต้องสงสัยว่าก่ออาชญากรรม” โดยบลูมเบิร์กอ้างอิงแถลงการณ์ของเอเวอร์แกรนด์ที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งบอกว่า บริษัทได้รับการแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
น่าสนใจว่า หากจีนต้องการกักตัวหรือจับกุมตัวเจ้าของเอเวอร์แกรนด์ ทำไมเพิ่งมาทำเอาตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่ปัญหาของเอเวอร์แกรนด์นั้นเกิดขึ้นและสร้างผลกระทบใหญ่โตตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว
เป็นคำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้ในเวลานี้ แต่วิเคราะห์ได้ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่เอเวอร์แกรนด์เพิ่งยื่นขอความคุ้มครองการล้มละลายต่อศาลสหรัฐ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่รัฐบาลจีนอาจมองว่าเป็นการกระทำที่ “ขายหน้า” เพราะจีนต้องการปกปิดปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศเอาไว้ แต่เอเวอร์แกรนด์กลับทำให้วิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีนถูกพูดถึงมากขึ้นอีก
ตอนที่มีข่าวว่าเอเวอร์แกรนด์ยื่นล้มละลายต่อศาลสหรัฐนั้นก็สร้างความแปลกใจพอสมควร เพราะหลายคนมองว่าเอเวอร์แกรนด์น่าจะล้มละลายไปก่อนหน้านั้นเป็นปีแล้ว เนื่องจากปัญหาทางการเงินและธุรกิจของเอเวอร์แกรนด์นั้นสาหัสมาแล้วสองปี
ความสงสัยนี้มีคำอธิบายของ ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเชี่ยวชาญประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ อธิบายไว้สั้น ๆ ตรงประเด็นว่า “ในประเทศจีน รัฐบาลจีนไม่รับรู้การล้มละลาย”
อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจกว่านั้นคือวิบากกรรมของเอเวอร์แกรนด์จะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อแบกหนี้มหาศาลถึง 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีขนาดเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศฟินแลนด์
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2023 เอเวอร์แกรนด์นำหุ้นที่ถูกสั่งระงับซื้อ-ขายมาเป็นเวลา 17 เดือนกลับเข้าเทรดอีกครั้ง แต่ก็ต้องระงับการซื้อ-ขายอีกครั้งในวันที่ 28 กันยายน หนึ่งวันหลังมีข่าวประธานบริษัทถูกกักตัวเผยแพร่ออกมา
เอเวอร์แกรนด์อยู่ระหว่างการขออนุมัติแผนปรับโครงสร้างหนี้จากเจ้าหนี้ในประเทศมูลค่า 31,700 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสเงินสดที่อ่อนแอลงอย่างหนัก
ส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างหนี้ เอเวอร์แกรนด์ได้เสนอแลกหนี้บางส่วนเป็นหุ้นกู้ชุดใหม่อายุ 10-12 ปี แต่ล่าสุด เอเวอร์แกรนด์ก็เจอปัญหาอีก เนื่องจากบริษัทลูกของเอเวอร์แกรนด์กำลังโดนสอบสวนเกี่ยวกับการละเมิดกฎระเบียบ ส่งผลให้บริษัทแม่ไม่มีคุณสมบัติที่จะออกหุ้นกู้ใหม่ได้
การประชุมเจ้าหนี้เพื่อขออนุมัติแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่นัดไว้ในสัปดาห์นี้ก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งเอเวอร์แกรนด์บอกว่า บริษัทจะต้องประเมินและปรับแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่จะเสนอต่อเจ้าหนี้ใหม่
นอกจากนั้น เอเวอร์แกรนด์ยังเผชิญกับคดีฟ้องร้องชำระบัญชี (liquidation) ในศาลฮ่องกง ซึ่งอาจพบกับคำพิพากษาร้ายแรงถึงขั้นบังคับให้ต้องเลิกกิจการ เว้นแต่ว่าเอเวอร์แกรนด์จะสามารถเสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ใหม่แก่เจ้าหนี้ต่างประเทศได้ก่อนการพิจารณาคดีวันที่ 30 ตุลาคมที่จะถึงนี้
มีรายงานของ “รอยเตอร์” (Reuters) ที่วิเคราะห์อนาคตของเอเวอร์แกรนด์ไว้ว่า รัฐบาลจีนไม่น่าจะเข้ามาแทรกแซงและให้การสนับสนุนระยะสั้นใด ๆ ต่อเอเวอร์แกรนด์
ส่วนกรณีเลวร้ายที่สุดคือ “การชำระบัญชี” หรือ “การเลิกกิจการ” นั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น
- เอเวอร์แกรนด์ยืนยันแล้ว ประธานบริษัทถูกควบคุมตัวข้อหา “ต้องสงสัยก่ออาชญากรรม”
- โผล่อีกหนึ่ง “เหิงต้า เรียลเอสเตท” บริษัทลูก “เอเวอร์แกรนด์” ผิดนัดชำระหนี้
- เอเวอร์แกรนด์ ยื่นขอพ้น SP พยายามนำหุ้นกลับมาซื้อขายอีกครั้ง
- เอเวอร์แกรนด์ ยักษ์อสังหาฯจีน ยื่นขอคุ้มครองการล้มละลายในสหรัฐ
- สวี่เจียยิ่น เจ้าสัวเอเวอร์แกรนด์ ทรัพย์สินฮวบ 93% เหลือไม่ถึงแสนล้าน