ศาลฮ่องกงสั่งเลิกกิจการ เอเวอร์แกรนด์ 

ไชน่า เอเวอร์แกรนด์
อาคารสำนักงานใหญ่ ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ในนครเซินเจิ้น ประเทศจีน (ภาพโดย Aly Song/ REUTERS)

ศาลฮ่องกงสั่งชำระบัญชี-เลิกกิจการ ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ยักษ์อสังหาริมทรัพย์จีนที่มีหนี้สิน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผิดนัดชำระหนี้มาตั้งแต่ปี 2021 

วันที่ 29 มกราคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานจากฮ่องกงว่า ศาลฮ่องกงมีคำสั่งให้ ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ (China Evergrande) ชำระบัญชี ขายทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ แล้วเลิกกิจการ นับเป็นความเคลื่อนไหวที่มีแนวโน้มจะส่งแรงกระเพื่อมผ่านตลาดการเงินที่พังทลายของจีน ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังดิ้นรนที่จะควบคุมวิกฤตที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

หลังทราบคำสั่งศาลราคาหุ้นของเอเวอร์แกรนด์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วงลงแรง และถูกสั่งระงับซื้อขายแล้วในเวลา 10.18 น. ตามเวลาฮ่องกง โดยราคาซื้อขายสุดท้ายร่วงลง 20%

ผู้พิพากษาฮ่องกง ลินดา ชาน (Linda Chan) เป็นผู้ตัดสินสั่งเลิกกิจการเอเวอร์แกรนด์ หลังจากที่ตั้งข้อสังเกตว่า เอเวอร์แกรนด์ไม่สามารถเสนอแผนการปรับโครงสร้างที่เป็นรูปธรรมได้ แม้ศาลจะให้เวลาแล้วหลายเดือนก็ตาม 

เอเวอร์แกรนด์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคำสั่งชำระบัญชีออกไปอีกครั้งในวันที่ 29 มกราคมนี้ เนื่องจากทนายความของบริษัทกล่าวว่ามีความคืบหน้าบางส่วนในการจัดทำข้อเสนอปรับโครงสร้างใหม่ 

แต่ผู้พิพากษา ลินดา ชาน กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่ศาลจะบอกว่าพอได้แล้ว” 

ผู้พิพากษาชานจะส่งมอบคำสั่งและเหตุผลในการสั่งชำระบัญชีในเวลา 14.30 น. ตามเวลาฮ่องกง ซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง คาดว่าจะมีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีชั่วคราวเพื่อดูแลเอเวอร์แกรนด์ ก่อนจะมีการแต่งตั้งถาวร 

ทั้งนี้ เอเวอร์แกรนด์มีสินทรัพย์ 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ผิดนัดชำระหนี้ในปี 2021 โดยมีหนี้สินรวมมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก

คำสั่งของศาลฮ่องกงเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลจีนกำลังต่อสู้กับเศรษฐกิจที่ทำผลงานไม่ดี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่แย่ที่สุดในรอบ 9 ปี และตลาดหุ้นที่ตกต่ำใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ดังนั้น ผลกระทบล่าสุดที่เกิดต่อตลาดอาจบ่อนทำลายความพยายามของผู้กำหนดนโยบายในการฟื้นฟูการเติบโตของเศรษฐกิจอีกครั้ง

ทั้งนี้ กระบวนการชำระบัญชีอาจมีความซับซ้อน โดยอาจมีการพิจารณาทางการเมือง เนื่องจากมีหน่วยงานรัฐหลายแห่งที่เกี่ยวข้อง 


คาดว่าคำสั่งจะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยในระยะเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีกว่าที่ผู้ชำระบัญชีในต่างประเทศที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าหนี้จะเข้าควบคุมบริษัทย่อยของเอเวอร์แกรนด์ทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจศาลฮ่องกง