Skip to content

วิกฤตอาหารโลกแบนส่งออก “อินเดีย” ถึง “มาเลเซีย”

08 มิ.ย. 2565 | 08:59น.
วิกฤตอาหารโลกแบนส่งออก “อินเดีย” ถึง “มาเลเซีย”

ไม่นานหลังจากที่ “อินเดีย” ประกาศระงับการส่งออกข้าวสาลีในช่วงกลางเดือน พ.ค. 2022 “มาเลเซีย” ก็ตัดสินใจแบนการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่สดทั้งหมด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป นับเป็นประเทศล่าสุดที่ใช้มาตรการระงับการส่งออกอาหารเพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ ท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงทางอาหารโลกที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ผู้ผลิตอาหารในหลายประเทศกำลังต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลโดยตรงมาจากสถานการณ์สู้รบ “รัสเซีย-ยูเครน”

ขณะเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นก็ผลักดันให้ราคาอาหารปรับสูงขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นปัจจัยให้หลายประเทศจำกัดหรือระงับการส่งออกอาหารบางชนิด เพื่อปกป้องตลาดภายในประเทศ

อย่างกรณีของ “อินเดีย” นอกจากการแบนการส่งออกข้าวสาลีที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันแล้ว เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2022 อินเดียยังได้เริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกน้ำตาลทราย โดยอนุญาตเฉพาะผู้ส่งออกที่ได้รับใบอนุญาตจากทางการเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อรักษาปริมาณและเสถียรภาพด้านราคาของน้ำตาลทรายภายในประเทศ โดยเบื้องต้นจะมีผลไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2022

“คริสตาลีนา จอร์เจวา” ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวระหว่างร่วมประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม 2022 เมื่อปลายเดือน พ.ค. 2022 ระบุว่า “จะขอให้อินเดียทบทวนมาตรการอีกครั้งโดยด่วน เนื่องจากยิ่งประเทศต่าง ๆ จำกัดการส่งออกมากเท่าใด อีกหลายประเทศก็อาจหันมาใช้มาตรการเดียวกันนี้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาคมโลกในการรับมือกับวิกฤตทั้งในปัจจุบันและอนาคต”

โดยข้อมูลของไอเอ็มเอฟชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันมีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกที่ใช้มาตรการจำกัดหรือระงับการส่งออกอาหาร นอกจากอินเดียและคู่ขัดแย้งอย่างรัสเซีย-ยูเครนที่ระงับการส่งออกอาหารบางชนิดแล้ว ยังมีอีกหลายชาติอย่าง “เซอร์เบีย” ที่ห้ามส่งออกข้าวสาลี ข้าวโพด แป้ง และน้ำมัน “คาซัคสถาน” ห้ามส่งออกข้าวสาลีและแป้งสาลี

รวมถึง “อินโดนีเซีย” ก่อนหน้านี้ที่ระงับการส่งออกน้ำมันปาล์ม แม้ว่าจะกลับมาอนุญาตอีกครั้งในขณะนี้ แต่ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขจำกัดปริมาณการส่งออก

การระงับการส่งออกเหล่านี้ส่งผลให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก โดยข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า สินค้าอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช น้ำมันพืช และน้ำตาล มีราคาเพิ่มสูงขึ้นราว 30% ในเดือน เม.ย. 2022 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2021

“ปริยังกา คิชอร์” นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า “การระงับการส่งออกเหล่านี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าอาหาร โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง”

อย่างเช่น “สิงคโปร์” ที่พึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่สดจากมาเลเซียในสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของการนำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่สดทั้งหมด สิงคโปร์จึงได้รับผลกระทบทันทีที่มาเลเซียประกาศระงับการส่งออก โดยชาวสิงคโปร์ต่างเร่งกักตุนผลิตภัณฑ์ไก่สดจนกระทั่งขาดตลาด ขณะที่ราคาอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อไก่ในสิงคโปร์คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นในอีกไม่นานนี้

“เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์” นักวิเคราะห์การตลาดอาวุโสของบริษัทโบรกเกอร์โออันดา (OANDA) ระบุว่า มีแนวโน้มที่จะได้เห็น “ชาตินิยมด้านอาหาร” เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ โดยที่แต่ละประเทศต่างระงับการส่งออกอาหารเพื่อรักษาความมั่นคงภายใน

ขณะที่ทั่วโลกเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะประเทศยากจนที่อาจประสบภาวะขาดแคลนอาหารด้วยราคาที่แพงจนไม่อาจเข้าถึงได้ และท้ายที่สุดอาหารอาจกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศไม่ต่างจากวัคซีนโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน อาหารโลก