เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ตลาดคริปโตถล่ม ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร ?

22 มิ.ย. 2565 | 17:07น.
คริปโต
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ตลาดเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี ผันผวนอย่างหนัก มูลค่าของเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์ร่วงลงมหาศาล บริษัทผู้ออกเหรียญหลายแห่งเริ่มโละพนักงาน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคลอนแคลน ส่งผลให้มูลค่าโดยรวมหดหายไปมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน

นักลงทุนในเหรียญคริปโตที่เดิมพันไว้สูงว่านี่คือสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สูญเงินที่ออมมาทั้งชีวิตไปชนิดฉับพลัน

ความมั่งคั่งที่หายไปทันทีทันใดมหาศาลเช่นนี้ก่อให้เกิดความกังวลว่า ภาวะถล่มทลายของเงินดิจิทัลครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่แท้จริง จนอาจกลายเป็นชนวนให้เกิดภาวะถดถอยขึ้นตามมา โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญตลาดเงินดิจิทัลเชื่อว่า ผลกระทบจากภาวะล่มของคริปโตเคอร์เรนซีน่าจะอยู่ในแวดวงจำกัด และไม่น่าวิตกว่าจะส่งผลกระทบมากมายนักต่อภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง

“โจชัว แกนส์” นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโทรอนโต ให้เหตุผลสำคัญไว้ว่า เป็นเพราะเงินคริปโตไม่ได้ผูกอยู่กับภาวะหนี้ในโลกแห่งความเป็นจริง การขาดทุนที่เกิดขึ้นในตลาดคริปโต ส่วนใหญ่แล้วจึงเป็นเรื่องของการขาดทุนมูลค่าบนกระดาษ ไม่ได้เป็นการขาดทุนจริง ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง

เขาชี้ให้เห็นว่า เพราะความผันผวนในมูลค่าของเงินคริปโต เราจึงไม่เคยเห็นกันว่าจะมีใครนำเงินเหรียญดิจิทัลเหล่านี้มาใช้ซื้อทรัพย์สินจริง ๆ หรือใช้ไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง หลายคนกู้เพื่อนำไปลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีก็จริง แต่มักเป็นการกู้เงินสกุลดิจิทัลหนึ่งไปใช้ในการลงทุนในอีกสกุลหนึ่ง ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วการกู้ยืมที่มีเงินคริปโตหนุนหลังมักวนเวียนอยู่ในตลาดคริปโตเท่านั้น

ผลวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ของ “มอร์แกน สแตนลีย์” ระบุเช่นเดียวกันว่า ผู้ปล่อยกู้เงินคริปโต ส่วนใหญ่แล้วมักปล่อยกู้ให้กับนักลงทุนหรือบริษัทที่ต้องการลงทุนในตลาดคริปโต ดังนั้นต่อให้มูลค่าของคริปโตเคอร์เรนซีลดลงจนถึงระดับต่ำสุด ผลกระทบที่จะเกิดกับธนาคารทั้งหลายก็จะยังคงอยู่ในแวดวงจำกัดเท่านั้น

นอกจากนั้น “เควิน โอเลียรี” นักลงทุนชื่อดังยังชี้ไว้ด้วยว่า ผู้ที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในเวลานี้ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้อยู่ในรูปของสถาบันอย่างเช่นธนาคารต่าง ๆ

แม้ว่าจะมีหลายธนาคารแสดงความสนใจที่จะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ แต่ที่ลงทุนจริง ๆ นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย เหตุผลหนึ่งก็คือ เป็นเพราะธนาคารมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์เป็นของตนเอง และมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้แน่ใจว่าการลงทุนใด ๆ ของตนเป็นการลงทุนที่เหมาะสม

ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ โอเลียรี และแกนส์ เชื่อว่า ยากที่วิกฤตที่เกิดขึ้นกับตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในเวลานี้ จะกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้นมา

แน่นอนว่ามีนักลงทุนอเมริกันเป็นจำนวนไม่น้อยประสบความสูญเสียอันเนื่องมาจากการถล่มทลายของค่าเงินดิจิทัลในครั้งนี้ แต่หลายฝ่ายก็ระบุว่า ภาวะขาดทุนในตลาดคริปโตนั้น เล็กมากหากเทียบกับมูลค่าสุทธิของครัวเรือนอเมริกันทั้งหมด ซึ่งสูงถึง 150 ล้านล้านดอลลาร์

รายงานของโกลด์แมน แซกส์ เมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่า การถือครองคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐอเมริกานั้น คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.3% ของมูลค่าครัวเรือนทั้งหมดเท่านั้น ในขณะที่การถือครองหลักทรัพย์หรือหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 33% ผลกระทบจึงน้อยลงมากตามไปด้วย

โอเลียรียังชี้ให้เห็นว่า ตลาดคริปโตที่รวมไปถึงเงินดิจิทัลสกุลที่โด่งดังอย่าง “บิตคอยน์” หรือ “อีเทอเรียม” เป็นตลาดที่กระจายออกไปทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะนักลงทุนอเมริกันเท่านั้น ดังนั้นต่อให้บิตคอยน์ร่วงต่อไปอีก 20% ก็ยังไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อเศรษฐกิจอเมริกัน เพราะบิตคอยน์กระจายออกไปทั่วโลก

นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีตหลายคนเชื่อด้วยซ้ำไปว่า การล่มสลายของเงินคริปโตบางสกุล น่าจะเป็นผลดีต่อตลาดคริปโตโดยรวมในระยะยาวด้วยซ้ำไป เพราะเป็นการฉายให้เห็นข้อบกพร่อง หรือข้อด้อย ที่จะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงให้ดีขึ้นในระยะยาวนั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ