เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
ดูทั้งหมด

นักท่องเที่ยว คุณภาพ-ใช้จ่ายสูง โจทย์ใหญ่ REMAKE ท่องเที่ยว

05 พ.ย. 2565 | 08:12น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ทยอยฟื้นตัวดีต่อเนื่องสำหรับภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ตัวเลข 10 เดือนที่ผ่านมา (1 มกราคม-30 ตุลาคม 2565) ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมรวม 7.56 ล้านคน และคาดว่าตัวเลขรวมทั้งปีจะมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 10 ล้านคน

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT กล่าวในงานสัมมนา “Thailand 2023 : The Great Remake เศรษฐกิจไทย” จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางและแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมไว้ดังนี้

บริบทโลกเปลี่ยน

“ศุภจี” บอกว่า หลังจากทั่วโลกเผชิญกับโควิด-19 มา 2-3 ปี ทำให้สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งในบริบทโลก บริบทภายในประเทศ รวมถึงเรื่องของขีดความสามารถของการแข่งขัน

โดยในเรื่องของบริบทโลกทุกคนคุยเรื่องโกลบอลไลเซชั่นมาเป็น 10 ปีแล้ว จนคุ้นชินกับเรื่องโลกาภิวัตน์ อะไรที่เกิดขึ้นในจุดหนึ่งของโลกก็สามารถจะเกิดขึ้นในอีกจุุดหนึ่งของโลกในช่วงเวลาอันรวดเร็ว

ตอนนี้เกิดเหตุการณ์โควิด คนก็คิดว่าจะพึ่งพาโลกาภิวัตน์ได้อยู่ไหม ตอนนี้เราเริ่มเห็นขั้วอำนาจใหญ่ของโลกเริ่มคิดว่าพึ่งพาตัวเอง หรือหาพรรคพวก (correlation) แนวคิดการพึ่งพาโลกาภิวัตน์ถูกท้าทาย หลายอย่างถูกดิสรัปต์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระบบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยนั้นสิ่งที่เจอคือ โครงสร้างขั้นพื้นฐานบางประการได้เปรียบหรือล้ำหน้าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ดีเฉพาะในเมืองใหญ่เท่านั้น ดังนั้น ภาครัฐต้องพิจารณาการกระจายความเจริญออกไปจากเมืองหลวงมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังติดกับดักรายได้ปานกลาง รวมถึงแรงงานที่ยังมีราคาสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ขณะที่ทักษะแรงงานยังอยู่ในระดับปานกลาง ประเทศไทยจึงควรมีการลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาและการพัฒนาระบบการศึกษา

“ไทยประสบปัญหาจำนวนประชากรวัยแรงงานลดลงจากอัตราการเกิดที่ต่ำ ทำให้มีแรงงานเข้ามาในระบบน้อยลง คนทำงานจ่ายภาษีก็จะลดน้อยลง ขณะที่มีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งในระยะยาวเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก”

เสนอ 3 แนวทางฝ่ากับดัก

“ศุภจี” บอกด้วยว่า เพื่อให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักและอุปสรรคที่เผชิญอยู่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาลกลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) ต้องร่วมมือกันหาทางออกให้กับประเทศ

“วันนี้ในตลาดแรงงานมีความต้องการคนที่มีสกิลสูงจำนวนมาก แต่คนของเรายังไปไม่ถึงจุดนั้น ศักยภาพเรายังอยู่ในระดับกลาง ๆ ดังนั้นจำเป็นต้องมาดูว่า เราจะ remake ตัวเองอย่างไร ถามว่าเรามีความสามารถทำได้ไหม ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าทำได้”

โดยขอเสนอ 3 เรื่อง คือ 1.Creative Thailand โครงการที่เน้นด้านความสร้างสรรค์ คือ โดยส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการให้บริการที่มีเอกลักษณ์ ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อยกระดับความมีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (astronomy)

2.Smart Thailand โดยเร่งการปรับใช้เทคโนโลยีในหลากหลายหน่วยอุตสาหกรรม เพื่อที่จะยกระดับผลิตผล และติดเครื่องมือให้กับแรงงานด้วยทักษะ innovative เติมทักษะเพื่อการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสนับสนุนสมาร์ทซิตี้ พร้อมจับมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

และ 3.Green Thailand โดยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมปรับใช้แนวคิด BCG สร้างความเข้าใจและการรับรู้แก่สาธารณะในแง่ความสัมพันธ์มนุษย์-ธรรมชาติ เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ

มั่นใจ นทท.ทะลุ 10 ล้านคน

สำหรับภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น “ศุภจี” ให้ข้อมูลว่า ก่อนการระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 39.79 ล้านคน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 1.93 ล้านล้านบาท

โดยนักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพักค้างแรมเฉลี่ย 9.26 คืน มีค่าใช้จ่ายรายวันเฉลี่ยอยู่ที่ 5,172 บาท ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 48,000 ต่อคนต่อทริป ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางประมาณ 166.84 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ราว 1.08 ล้านล้านบาท

“จากเป้าของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในปีนี้ 10 ล้านคน คิดว่าเป็นไปได้แน่นอน แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ ยอดรายได้จากภาคการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในระยะนี้เป็นการเดินทางระยะใกล้ ซึ่งอาจทำตัวเลขรายได้จากภาคการท่องเที่ยวไม่สูงนัก” นางศุภจีกล่าว

หวั่นธุรกิจลดราคาทุบรายได้

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 ตุลาคม 2565 พบว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนสะสมรวม 7,565,049 คน เป็นนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้เดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวนสะสมรวม 4,939,175 คน คิดเป็นสัดส่วน 65% ของนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทย

โดยตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 มาเลเซีย 1,285,194 คน รองลงมาคือ อินเดีย 679,050 คน สปป.ลาว 556,597 คน กัมพูชา 385,144 คน และ 5 สิงคโปร์ 374,997 คน ขณะที่เดิมในปี 2562 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 5 อันดับแรกมาจาก จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และลาว ตามลำดับ

“ส่วนตัวเชื่อว่าในปีนี้ยอดนักท่องเที่ยวอาจถึงเป้าหรือใกล้เคียงที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯตั้งเป้า แต่รายได้อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะรายจ่ายกับการท่องเที่ยวลดน้อยลง ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากผู้ประกอบการในตลาดพยายามลดราคาผลิตภัณฑ์ เช่น โรงแรมระดับบนลดราคาที่พักเหลือหลักไม่กี่พันบาท เป็นต้น”

แนะเน้น “คุณภาพ-เพิ่มรายได้”

นางศุภจีกล่าวต่อว่า ประเทศไทยควรปรับการให้ความสำคัญภาคการท่องเที่ยวจากเชิง “ปริมาณ” เป็นการให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิง “คุณภาพ” โดยให้กระตุ้นการจับจ่ายให้มากขึ้น รวมถึงทำการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพักแรมที่ยาวนานมากขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ปี 2562 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้รวม 2.9 ล้านล้านบาท เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.9 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน (ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริป 48,000 บาท) คิดเป็นสัดส่วน 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (GDP)

หากทำให้นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปอยู่ที่ 60,000-70,000 บาท การทำรายได้ประมาณ 2 ล้านล้านบาท เท่ากับปี 2562 นั้นจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงแค่ประมาณ 32 ล้านคนเท่านั้น

“ถ้าเราใช้แนวคิด Less is more ไม่ต้องให้นักท่องเที่ยวกลับมาที่ 40 ล้านคนก็ได้”

เพิ่มแวลูโปรดักต์ท่องเที่ยว

ซีอีโอกลุ่มบริษัทดุสิตธานีบอกอีกว่า ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด และต้องร่วมกันสร้างและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว โดยนำเสนอด้านประสบการณ์ กระจายการเดินทางให้มีจุดประสงค์ รวมถึงสร้างความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว

โดยโมเดลธุรกิจที่ควรเกิดขึ้นคือ การสร้างพันธมิตรและต้องข้ามสายกับธุรกิจ เช่น ชุมชนท้องถิ่น โรงพยาบาล ฯลฯ สร้างประสบการณ์ที่หลากหลายแปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว คำนึงถึงการได้รับประโยชน์ของชุมชนร่วมด้วย

“ไม่จำเป็นต้องเป็นคนตัวใหญ่ทำ คนตัวเล็กก็สามารถทำได้ โรงแรมขนาดเล็กอาจหาเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของตน ออกแบบการนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่มี”

พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกเกิดเทรนด์การท่องเที่ยวที่น่าจับตามองใน 6 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.เทคโนโลยี กุญแจสำคัญของภาคท่องเที่ยว ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ประสบการณ์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

2.การเติบโตของธุรกิจสุขภาพ-เวลเนส โดยปัจจุบันคนให้ความสำคัญกับการชะลอวัยมากขึ้น ไทยสามารถสร้างมูลค่าจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ 3.ความยั่งยืนคือสิ่งจำเป็น “Sustainability is a must” 4.กระแสการท่องเที่ยวและทำงานไปด้วย (workation) ยังคงมีอยู่ต่อไป

5.การเชื่อมต่อกับท้องถิ่น ยังเป็นปัจจัยสำคัญ สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ท้องถิ่นและนำเสนอแก่นักท่องเที่ยวได้ และ 6.พำนักยาวนานขึ้น เนื่องจากปัจจุบันค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้น และเทรนด์การเดินทางมีแนวโน้มจะใช้ระยะเวลานานมากขึ้น และต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่มากขึ้น

โดยโจทย์ใหญ่ของการ remake ภาคท่องเที่ยวไทยคือ การเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริป เพราะถ้าปรับโฟกัสสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ใส่วัตถุประสงค์การท่องเที่ยวเข้าไป ท่องเที่ยวไทยจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแน่นอน