บทบรรณาธิการ : ศึกน้ำมันโลก

oil
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

การงัดข้อระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซียในเรื่องน้ำมัน เห็นได้ชัดว่าจะเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลกต่อไปในปีหน้า เพราะน้ำมันถูกเชื่อมโยงว่าเป็นอาวุธในการทำสงคราม และเป็นเงื่อนไขสำหรับการใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ นับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กระทบต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่มาถึงขณะนี้ และยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงในเวลาอันสั้น

ผลการประชุมกลุ่มโอเปกพลัส สมาชิก 23 ประเทศ รวมถึงรัสเซียต้นเดือนธันวาคมนี้ สรุปว่าจะไม่เพิ่มปริมาณการผลิตอย่างที่ชาติตะวันตกคาดหวัง ราวกับเปิดฉากแลกกับชาติตะวันตกที่มุ่งตัดรายได้การค้าน้ำมันของรัสเซีย ด้วยมาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันจากรัสเซียไว้ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ ยังมีข้ออ้างเรื่องเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่อันดับสองของโลก ยังไม่กลับไปเร่งเครื่อง แม้ทางการจะยอมผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มโควิดในหลายด้านและหลายเมือง

สำหรับไทยที่วางผลกระทบจากศึกน้ำมันโลกเป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุม ยังไม่มีแผนรับมือปัญหาพลังงานที่บีบรัดมาตลอด นอกเหนือไปจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ที่เชื่อว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะส่งผลต่อคะแนนนิยมทางการเมืองครั้งใหญ่

ข้อมูลจากภาครัฐล่าสุดระบุว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศเฉลี่ย 10 เดือน อยู่ที่ 149.75 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.4% ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นของไทย เพิ่มขึ้นจากการใช้กลุ่มดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 72.20 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 18.6% จากมาตรการตรึงราคาให้ไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร รวมถึงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจนถึงวันที่ 20 ม.ค. 2566 และการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

กองทุนน้ำมันฯขณะนี้ติดลบไปกว่า 1.3 แสนล้านบาท เป็นสถิติติดลบมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับจากสถิติเดิมเมื่อปี 2547-2548 ที่ขณะนั้นยังไม่แตะแสนล้าน

สถานการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันและน่าวิตกคือค่าไฟฟ้า จากการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.แบกรับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าแทนประชาชนไม่ต่ำกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มว่าอาจทะลุแสนล้านในที่สุด

แม้รัฐบาลมีหน้าที่ช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน แต่ต้องสร้างสมดุลในการใช้จ่าย เข้าถึงกลุ่มประชาชนที่เปราะบางจริง ไม่ใช่หว่านช่วยทุกคนด้วยนโยบายที่หวังผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล โดยไม่ระวังผลจากศึกน้ำมันโลกในขณะนี้

Advertisement