ราคาน้ำมันดิบ (26 ม.ค. 67) ปรับเพิ่ม จากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ และความตึงเครียดในทะเลแดงที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อ

วันที่ 26 มกราคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา มีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3% หลังรายงานตัวเลข GDP สหรัฐ ประจำไตรมาส 4 ปี 2566 เติบโตขึ้น 3.3% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มเพียง 2.0% เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศมากขึ้นกว่าคาด อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจที่รวดเร็วอาจส่งสัญญาณให้ FED ไม่มีความจำเป็นที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือน มี.ค. 2567

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 25 ม.ค. 2567 อยู่ที่ 77.36 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.27 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 82.43 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.39 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

สถานการณ์ความไม่สงบในทะเลแดงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกองกำลังฮูตี (Houthi) ได้โจมตีเรือรบสหรัฐด้วยขีปนาวุธ ส่งผลให้บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือยังมีความจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางทะเลแดง

สภาพอากาศที่หนาวจัดในช่วงตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้การนำเข้าน้ำมันดิบสหรัฐลดน้อยลง เนื่องจากโรงกลั่นหลายแห่งปรับลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากผลกระทบจากความหนาวเย็นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นในบริเวณดังกล่าวเริ่มทยอยกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันได้อีกครั้ง และมีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หลังอุณหภูมิเริ่มปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยราคาน้ำมันเบนซินในเอเชียปรับเพิ่มตามตลาดสหรัฐ หลังโรงกลั่นในสหรัฐหยุดการผลิตกะทันหันจากปัญหาไฟฟ้าดับเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สต๊อกน้ำมันเบนซินสหรัฐ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 19 ม.ค. 2567 ปรับตัวสูงขึ้น 4.9 ล้านบาร์เรลสู่ระดับ 253 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันตึงตัวจากโรงกลั่นในอินโดนีเซียมีแผนปิดซ่อมบำรุง ในเดือน ก.พ. 2567 เป็นระยะเวลา 2 เดือน ทั้งนี้ ปริมาณสต๊อกน้ำมันดีเซลสิงคโปร์ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ม.ค. 2567 ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 6.9 ล้านบาร์เรล