ราคาน้ำมันดิบ (1 ก.พ. 67) ปรับลด หลังสหรัฐเผยสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังสหรัฐเผยสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัว

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ม.ค. 67 ปรับเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 421.9 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.2 ล้านบาร์เรล

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 31 ม.ค. 2567 อยู่ที่ 75.85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.97 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 81.71 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.16 เหรียญสหรัฐ

ตลาดกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน หลังภาคการผลิตของจีนในเดือน ม.ค. 67 ปรับตัวลดลง ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนในเดือน ม.ค. 67 อยู่ที่ระดับ 49.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 49 ในเดือน ธ.ค. 66 แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 เป็นการบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนยังคงอยู่ในภาวะหดตัว

จากการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% พร้อมส่งสัญญาณยังไม่พร้อมเริ่มลดดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่อนคลายลงในช่วงปีที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอินเดียส่งออกน้ำมันเบนซินในเดือน ธ.ค. 66 เพิ่มขึ้น 36.8% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 1.2 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากการผลิตน้ำมันเบนซินในอินเดียที่สูงขึ้น ขณะที่อุปสงค์น้ำมันเบนซินของอินเดียปรับตัวลดลง

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันดีเซลของอินเดียในเดือน ธ.ค. 66 ปรับเพิ่มขึ้น 2.8% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 10.3 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน และทั้งปี 2566 อุปทานน้ำมันดีเซลของอินเดียเพิ่มขึ้น 3.6% เทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 112.7 ล้านตัน