Skip to content

กรมชลประทาน ผุดแผนผลักดันลิ่มน้ำเค็ม ไม่ให้กระทบประชาชน-เกษตรกร

01 มี.ค. 2565 | 17:34น.
กรมชลประทาน ผุดแผนผลักดันลิ่มน้ำเค็ม ไม่ให้กระทบประชาชน-เกษตรกร

กรมชลประทานผนึกภาครัฐวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ จัดทำแผนปฏิบัติการผลักดันลิ่มน้ำเค็มไม่ให้กระทบประชาชน-เกษตรกร

วันที่ 1 มีนาคม 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลฯมีมาตรการบริหารจัดการน้ำในการบรรเทาปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างรัดกุม พร้อมเฝ้าระวังน้ำเค็มรุก เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนให้มากที่สุด โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ อาทิ

กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำของ กทม. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ รวมถึงความเค็มที่อาจจะหนุนสูงในช่วงฤดูแล้ง

การเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านคุณภาพน้ำ หรือค่าความเค็ม เพื่อไม่ให้สูงเกิน 0.25 กรัม/ลิตร ซึ่งเป็นเกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อไม่ให้กระทบด้านการอุปโภคบริโภค และไม่ให้เกิน 2.0 กรัม/ลิตร เป็นเกณฑ์เฝ้าระวังเพื่อไม่ให้กระทบด้านการเกษตร ใน 4 แม่น้ำสายหลัก ที่ค่าความเค็มอาจสูงตามช่วงการหนุนของน้ำทะเล คือ

แม่น้ำแม่เจ้าพระยาบริเวณสถานีสูบน้ำสำแล, แม่น้ำท่าจีนบริเวณปากคลองจินดา, แม่น้ำแม่กลอง บริเวณคลองดำเนินสะดวก จังหวัดสมุทรสาคร และแม่น้ำบางปะกง บริเวณอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี

กรมชลฯได้วางมาตรการควบคุมค่าความเค็ม ดังนี้ วางแผนการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระรามหก ให้สอดคล้องกับระดับการขึ้นลงของน้ำทะเล โดยกำชับสำนักชลประทานที่ 10,11 และ 12 บริหารจัดการประตูระบายน้ำและอาคารเชื่อมต่อที่ดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแผนที่วางไว้

ทั้งยังได้ร่วมกับสำนักการระบายน้ำของ กทม. กำหนดแนวทางในการระบายน้ำจากพื้นที่ กทม.ลงแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงน้ำลง และใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริหารจัดการน้ำตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลด้วย

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังร่วมกับการประปานครหลวง ในการใช้สถานีสูบน้ำแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมปฏิบัติการผลักดันลิ่มน้ำเค็ม (Water Hammer Operation) เพื่อรักษาระดับความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแลไม่ให้เกินมาตรฐาน

ซึ่งมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีการดำเนินการร่วมกันมาตลอดในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และหากเกิดกรณีวิกฤตความเค็มสูงเกินค่าที่อาจกระทบกับเกษตรกรและประชาชน กรมชลประทานจะผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองประมาณ 1,000 ล้านลบ.ม. เพื่อควบคุมความเค็มได้อีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูแล้งจะเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนเป็นช่วง ๆ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ บริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งนี้ ด้วยความประณีตและเกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนในอีก 2 เดือนข้างหน้าด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมชลประทาน น้ำ