เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 10 เดือน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลประชุมเฟด

28 ม.ค. 2566 | 07:54น.
U.S. Federal Reserve Chair Jerome Powell

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 10 เดือน ก่อนทยอยลดช่วงบวกและกลับมาอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด หนุนโอกาสที่เฟดจะส่งสัญญาณคุมเข้มต่อเนื่อง หลังการประชุม FOMC สัปดาห์หน้า SET Index ฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางหุ้นต่างประเทศ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลประชุมเฟด

วันที่ 28 มกราคม 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ก่อนทยอยอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 10 เดือนในช่วงต้นสัปดาห์ที่ 32.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามทิศทางสกุลเงินอื่นๆในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ขาดแรงหนุนท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.25% ในการประชุมปลายเดือนนี้

นอกจากนี้การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับจังหวะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติม หลังจากที่ตลาดทยอยประเมินความเป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของไทยในรอบการประชุมถัดๆ ไปด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ จีดีพีในไตรมาส 4/65 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งโอกาสที่เฟดจะส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินในหลายๆ รอบการประชุมข้างหน้า

กราฟค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 27 ม.ค. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.81 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 ม.ค. 2566 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 2,921 ล้านบาท และ 2,189 ล้านบาท

สัปดาห์ถัดไป (30 ม.ค.-3 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.50-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐฯ และผลการประชุมเฟด (31 ม.ค.-1ก.พ.) ผลการประชุม ECB และ BOE ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนธ.ค. ของไทยโดย ธปท.

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนี ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนม.ค. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. และดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการเดือนม.ค. ของจีน ยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/65 อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ หุ้นไทยขยับขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์จากแรงซื้อหุ้นแบงก์รายตัว ก่อนจะแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่างสัปดาห์เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ๆเข้ามาหนุนประกอบกับตลาดรอติดตามผลการประชุมกนง. หุ้นไทยร่วงลงในเวลาต่อมาโดยเผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานจากผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่บางแห่งออกมาต่ำกว่าคาด และหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์จากความกังวลเรื่องต้นทุนทางการเงิน หลังกนง. มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางหุ้นต่างประเทศ หลังตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/65 ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าตลาดคาด ประกอบกับมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์ช่วยหนุน

กราฟตลาดหุ้นไทย

ในวันศุกร์ (27 ม.ค.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,681.30 จุด เพิ่มขึ้น 0.24% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 59,444.25 ล้านบาท ลดลง 2.38% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.32% มาปิดที่ระดับ 602.60 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (30 ม.ค. – 3 ก.พ. 2566) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,665 และ 1,650 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,690 และ 1,700 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/65 ของบจ. ไทย รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การประชุม ECB และ BOE ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. (เบื้องต้น) และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/65 (เบื้องต้น) ของยูโรโซน