เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
Real Estate ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
ลุ้นฉากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. เกมบี้ 7 กกต.รุกการเมืองสีน้ำเงิน
Politics ลุ้นฉากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. เกมบี้ 7 กกต.รุกการเมืองสีน้ำเงิน
นายกฯ จี้ทุกหน่วยงาน เร่งทำแผนต่อยอดความร่วมมือ ‘จีน’ ก่อนส่งการบ้าน ครม.
Politics นายกฯ จี้ทุกหน่วยงาน เร่งทำแผนต่อยอดความร่วมมือ ‘จีน’ ก่อนส่งการบ้าน ครม.
Multi-Polar Investing: ทางรอดนักลงทุน ในวันที่ตลาดหุ้นสหรัฐ อาจไม่เหมือนเดิม
Finance Multi-Polar Investing: ทางรอดนักลงทุน ในวันที่ตลาดหุ้นสหรัฐ อาจไม่เหมือนเดิม
แลนด์ลอร์ด บางใหญ่แห่ขายที่ เจ้าสัวเจริญปิดดีลบิ๊กคิงส์ไม่จบ
Real Estate แลนด์ลอร์ด บางใหญ่แห่ขายที่ เจ้าสัวเจริญปิดดีลบิ๊กคิงส์ไม่จบ
ค่ายญี่ปุ่นชิงเค้กอีวี 2 แสนคัน  Honda Super-ONE ลุ้นทำราคาสู้จีน
Automotive ค่ายญี่ปุ่นชิงเค้กอีวี 2 แสนคัน Honda Super-ONE ลุ้นทำราคาสู้จีน
ดูทั้งหมด

มอง กนง. เสียงแตกขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จ่อส่งสัญญาณหยุดขึ้นครั้งต่อไป

26 มี.ค. 2566 | 15:17น.
เงินบาท

แบงก์ประเมินกรอบค่าเงินเคลื่อนไหว 33.80-34.60 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลประชุม กนง. คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.75% ต่อปี ด้าน “กรุงศรีฯ” คาดกรรมการเสียงแตกส่งสัญญาณหยุดขึ้นในรอบถัดไป พร้อมเกาะติดสถานการณ์ภาคธนาคารของฝั่งสหรัฐ-ยุโรปใกล้ชิด

วันที่ 26 มีนาคม 2566 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 27-31 มีนาคม 2566) เคลื่อนไหวอยู่ที่ 33.85-34.60 บาทต่อดอลลาร์

โดยติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาด กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 1.75% ในการประชุมวันที่ 29 มีนาคม 2566 อย่างไรก็ดี มติไม่เป็นเอกฉันท์เพื่อส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาหยุดขึ้นในรอบถัดไป ขณะเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มเข้าสู่กรอบเป้าหมายช่วงกลางปี ทั้งนี้ กรุงศรีฯมองสิ้นปีนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.75% และจีดีพีไทยเติบโต 3.3% ในปีนี้

อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าเงินบาทในเดือนมีนาคมแข็งค่านำภูมิภาค ขณะที่ตลาดมองว่าสหรัฐใกล้จะยุติวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว โดยการสื่อสารล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่ายังต้องคุมเงินเฟ้อ แต่ระมัดระวังต่อความเสี่ยงในภาคธนาคารมากขึ้น กดดันค่าเงินดอลลาร์ในตลาดโลกให้อ่อนลง

“เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการที่บอนด์ยิลด์สหรัฐดิ่งลง ซึ่งทำให้ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้น กระตุ้นการส่งออกของกลุ่มผู้ค้าทองในประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ภาคธนาคารของฝั่งสหรัฐและยุโรปอย่างใกล้ชิด”

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 27-31 มีนาคม 2566) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.85-34.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยแนวโน้ม sideways รอจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐ และปัญหาเสถียรภาพของระบบธนาคารฝั่งสหรัฐ รวมถึงยุโรป

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับทิศทางเงินบาทคือ การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ รวมถึงทิศทางราคาทองคำ ซึ่งต้องรอลุ้นทั้งรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐ รวมถึงบรรยากาศในตลาดการเงิน หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มกังวลต่อเสถียรภาพของระบบธนาคารในฝั่งยุโรป (ราคาหุ้น Deutsche Bank รวมถึงราคาหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปต่างปรับตัวลงต่อเนื่อง)

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดจะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.75% และส่งสัญญาณต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอย่างไร รวมถึง กนง.จะส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อได้หรือไม่

ส่วนปัจจัยฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ โดยรวมพบว่าเริ่มมีสัญญาณชะลอการขายหุ้นลงชัดเจนขึ้น ส่วนในฝั่งตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นฝั่งซื้อสุทธิในระยะหลัง แต่ส่วนใหญ่อาจเป็นการซื้อบอนด์ระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรค่าเงิน

ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนก็อาจมีโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้ส่งออก รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมช่วงปิดปีงบประมาณของบรรดาบริษัทข้ามชาติญี่ปุ่น (Japanese MNCs) ซึ่งอาจช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท หรือกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง

สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าตลาดหุ้นขายสุทธิ 5,200 ล้านบาท และตลาดพันธบัตร (บอนด์) ขายสุทธิ 11 ล้านบาท

“ปัจจัยกดดันให้ตลาดการเงินยังคงผันผวนคือ ความกังวลปัญหาในระบบธนาคารสหรัฐและยุโรป ซึ่งล่าสุดผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลต่อปัญหาดังกล่าวอยู่ สะท้อนผ่านการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยหากตลาดการเงินกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) แรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติก็อาจยังพอมีอยู่บ้าง

แต่เราประเมินว่า แรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติอาจชะลอลงต่อเนื่อง และนักลงทุนต่างชาติอาจกลับมาเป็นฝั่งซื้อสุทธิได้บ้างในช่วงปลายสัปดาห์หน้า มองซื้อหุ้นสุทธิ 1-2 พันล้านบาท อย่างไรก็ดี ผู้เล่นต่างชาติบางส่วนอาจทยอยเพิ่มสถานะถือครองบอนด์ระยะสั้น เพื่อลุ้นโอกาสเงินบาทแข็งค่าในระยะสั้นได้ ประเมินซื้อบอนด์สุทธิ 1-2 พันล้านบาท”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ค่าเงินบาท