แบงก์ชี้สัญญาณรายได้เริ่มชะลอ “ต้นทุนขยับ-NIM ลด”

Profit decreases

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ไตรมาสแรกแบงก์รายได้ “ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม” ชะลอลง เหตุ NIM ลด ปมต้นทุนเงินฝากสูงขึ้น ระบุรายได้ค่าฟีต้องรอจังหวะเศรษฐกิจฟื้น คาดปีนี้โต 1.5-2.2% ขณะที่ ทีทีบี เผย “สินเชื่อบ้าน-เช่าซื้อ” ชะลอตัว กดดันรายได้ดอกเบี้ยลดตาม เชื่อตั้งแต่ไตรมาส 2 ภาพดีขึ้นตามเศรษฐกิจฟื้น-สินเชื่อกลับมาโต หนุนรายได้ภาพรวมโตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงาน ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ งวดไตรมาสที่ 1/2567 พบว่า 6 ธนาคารใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา และทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิรวมกันอยู่ที่ 1.74 แสนล้านบาท ลดลง -3.70% จากไตรมาสที่ 4/2566 ที่อยู่ 1.81 แสนล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิรวมอยู่ที่ 3.96 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.92% จากไตรมาสที่ 4/2566 ที่อยู่ 3.92 หมื่นล้านบาท

นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 1/2567 ออกมาเป็นไปตามคาด โดยในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยมีทิศทางการเติบโตชะลอตัวลง สอดคล้องตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่ปรับลดลง รวมถึงต้นทุนทางการเงินในส่วนของเงินฝากไล่ตามขึ้นมา

เนื่องจากมีสัญญาณการแข่งขันระดมเงินฝากมากขึ้น จากความต้องการสภาพคล่องของภาครัฐ ทำให้รายได้ดอกเบี้ยถูกกดดันต่อเนื่องไปในไตรมาส 2 และ 3 ได้

ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ จะเห็นว่าภาพออกมาไม่ได้ปรับตัวแย่กว่าที่คาด โดยเฉพาะตัวที่ออกมาดีเกินคาดการณ์ จะเป็นค่าธรรมเนียมจากการขายประกันผ่านแบงก์ (แบงก์แอสชัวรันว์) ที่ขยายตัวได้ดี ในส่วนของค่าธรรมเนียมกองทุนยังไม่ได้ดีขึ้นตามภาวะตลาดที่มีความผันผวน และส่วนอื่น ๆ ยังรอการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ

Advertisment

“ต้นทุนทางการเงินในส่วนของเงินฝากจะตึงตัวขึ้น ทำให้ผลบวกจาก NIM ลดลง ดังนั้น ทิศทางรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิในปี 2567 ประเมินการเติบโตยังคงจำกัดอยู่ในกรอบ 1.5-2.2% หรือราว 1.82-1.84 แสนล้านบาท” นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต กล่าวว่า แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในระยะข้างหน้ายังคงมีความท้าทาย

กราฟฟิก รายได้

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต กล่าวว่า แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิในระยะข้างหน้ายังคงมีความท้าทาย โดยจะเห็นการตึงตัวหรือย่อตัวลงได้ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยมีสัดส่วนใหญ่จะมาจากสินเชื่อ ซึ่งปัจจุบันสินเชื่อไม่ได้ขยายตัวมากนัก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ

“ถ้าดูไส้ในรายได้ดอกเบี้ยที่มาจากสินเชื่อจะพบว่า สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยส่วนใหญ่จะมาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่ได้ขยายตัวมาก สอดคล้องกับสินเชื่อเช่าซื้อที่มีการปล่อยอย่างระมัดระวังขึ้น ประกอบกับมีเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ควบคุมไว้ ทำให้รายได้ดอกเบี้ยในช่วงหลังจากนี้จะทยอยลดลง ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง ซึ่งมาจากแรงกดดันรายได้ดอกเบี้ยที่มาจากสินเชื่อเป็นหลัก”

Advertisment
ฐากร ปิยะพันธ์
ฐากร ปิยะพันธ์

สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ จะเห็นว่าในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมที่มาจากสินเชื่อ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MRTA) ซึ่งเป็นสัดส่วนค่อนข้างใหญ่ปรับลดลงตามสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี รายได้ค่าธรรมเนียมในส่วนของการประกันชีวิต และประกันสินเชื่อรถยังขยายตัวอยู่

ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมในส่วนของธุรกรรม (Transactional Banking) เช่น เอทีเอ็ม หรือ DCC Fee จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นำบัตรมาใช้บริการเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิตยังเห็นการเติบโตจากการใช้จ่ายผ่านบัตรต่อเนื่อง ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การขายหน่วยลงทุนหรือกองทุนต่าง ๆ ซึ่งจะมีเรื่องของรายได้ค่าธรรมเนียม Front End Fee เพิ่มเติม ซึ่งรายได้จากธุรกรรมเหล่านี้จะมาช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมได้ แต่ไม่ได้เป็นสัดส่วนใหญ่

“รายได้ดอกเบี้ยเราอาจจะเห็นการย่อตัวลงบ้าง เพราะ Loan Growth ยังไม่มา ทำให้ไม่มีน้ำใหม่มาทดแทนน้ำเก่า เช่น สินเชื่อเช่าซื้อ น้ำเก่ายุคดอกเบี้ยสูงเริ่มไหลออก ซึ่งน้ำใหม่เข้ามาเติมเป็นรุ่นดอกเบี้ยต่ำ ภาพรายได้ดอกเบี้ยตึงตัวจึงสะท้อนในไตรมาสที่ 1/67 ที่ออกมา หากมองไปข้างหน้า ภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมไตรมาสที่ 2 และ 3/67 อาจจะย่อตัวลงบ้าง ไม่ได้เห็นการเติบโตมาก แต่ก็ไม่ได้ติดลบหรือหดตัว เพราะหากเศรษฐกิจปรับดีขึ้น และสินเชื่อทยอยกลับมา”