จีน โควิด ปักกิ่ง
นักลงทุนเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสถานการณ์ประท้วงมาตรการ Zero Covid ในจีนถ่วงภาพรวมตลาด ทั้งอุปสงค์ด้านพลังงาน อาหาร และวัตถุดิบที่อาจชะลอตัวลง ส่งผลทำให้นักลงทุนในตลาดลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/11) ที่ระดับ 35.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/11) ที่ระดับ 35.81/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในประเทศจีนที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ประกอบกับมีการประท้วงเรื่องมาตรการ Zero Covid ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจีน รวมทั้งอุปสงค์ด้านพลังงาน อาหาร และวัตถุดิบที่อาจชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนในตลาดลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่า 21,772 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวลงร้อยละ 4.4 ส่วนด้านการนำเข้ามีมูลค่า 22,368 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.1% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 596 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการส่งออกถือเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 19 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564
ขณะที่การส่งออกของไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 หรือตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนตุลาคม มีมูลค่า 243,138 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 ส่วนด้านการนำเข้ามีมูลค่า 258,719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.3 ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 15,581 ล้านดอลลาร์
ด้านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่จะกดดันการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2565 ไปจนถึงปี 2566 คือปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และมาตรการ Zero Covid ของจีนที่ยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น รวมถึงดัชนีภาคการผลิต (PMI) ของประเทศคู่ค้าสำคัญที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงยังคงเชื่อมั่นว่า การส่งออกของไทยในปีนี้จะสามารถขยายตัวได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ระดับร้อยละ 4 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.55-36.07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.55/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/11) ที่ระดับ 1.0372/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/11) ที่ระดับ 1.0397/401 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ภาพรวมปรับตัวอ่อนค่าหลังสถานการณ์การประท้วงมาตรการ Zero Covid ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงลง
ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนออกมาต่ำกว่าที่ระดับ -40.2 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ -39.5 นอกจากนี้ตลาดยังจับตาดูการประชุมธนาคารยุโรปที่จะจัดขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2565 โดยคาดว่าทาง ECB จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นที่ระดับ 75 bps หรือร้อยละ 0.75 ตามที่ทางนายโรเบิร์ต โฮลซ์แมนน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB ได้มีการส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0342-1.0447 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0441/445 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/11) ที่ระดับ 138.90/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/11) ที่ระดับ 139.41/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนมีความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากสถานการณ์การประท้วงในจีน ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 137.51-139.42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 137.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ (29/11), ตัวเลขประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมไตรมาส 3/2565 (Prelim) ของสหรัฐ (30/11), ดัชนีผู้จัดการผ่านจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ของสหรัฐจากสถาบัน ISM (1/12), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (2/12), ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐ (1/12) และอัตราการว่างงานของสหรัฐประจำเดือน พ.ย. (2/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.50/-8.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.00/-7.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ