เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ’ เปิดใจรับบทเดอะแบก มั่นใจคนไทยร่วมมือหวนผงาดเวทีโลกได้
Finance ‘เอกนิติ’ เปิดใจรับบทเดอะแบก มั่นใจคนไทยร่วมมือหวนผงาดเวทีโลกได้
The Mall งามวงศ์วาน – บางกะปิ วันที่ 26 ก.ย. เปิดเที่ยง
Business The Mall งามวงศ์วาน – บางกะปิ วันที่ 26 ก.ย. เปิดเที่ยง
เอกนิติ ยันไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ไม่ใช่ประชานิยม ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ ยันไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ไม่ใช่ประชานิยม ย้ำยึดวินัยการคลัง
‘ชัชชาติ’ ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต
Politics ‘ชัชชาติ’ ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต
Rain Bomb ดันน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ชป.หน่วงน้ำเต็มที่ คาดฝนเบาลง 27 ก.ย.
Economic Rain Bomb ดันน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ชป.หน่วงน้ำเต็มที่ คาดฝนเบาลง 27 ก.ย.
การค้าชายแดน-ผ่านแดน พุ่ง 34.2% 8 เดือนทะลุ 1.5 ล้านล้าน
Economic การค้าชายแดน-ผ่านแดน พุ่ง 34.2% 8 เดือนทะลุ 1.5 ล้านล้าน
กทม.เปิดเว็บ เช็คถนนน้ำท่วม แบบเรียลไทม์
Tech กทม.เปิดเว็บ เช็คถนนน้ำท่วม แบบเรียลไทม์
ศุภจี สั่งรับมือฝนหนัก คุมของไม่ขาด-ราคาไม่พุ่ง เร่งส่งสินค้าช่วยพื้นที่น้ำท่วม
Economic ศุภจี สั่งรับมือฝนหนัก คุมของไม่ขาด-ราคาไม่พุ่ง เร่งส่งสินค้าช่วยพื้นที่น้ำท่วม
แฟชั่นไอส์แลนด์-เดอะ พรอมานาด ปิดชั่วคราว 26 ก.ย.
Business แฟชั่นไอส์แลนด์-เดอะ พรอมานาด ปิดชั่วคราว 26 ก.ย.
ปฏิรูปประเทศใหม่ทั้งหมด คิกออฟจ่าย 7 พันล้าน-ดันข้าราชการออก
Politics ปฏิรูปประเทศใหม่ทั้งหมด คิกออฟจ่าย 7 พันล้าน-ดันข้าราชการออก
ดูทั้งหมด

เมื่อธนาคารล้ม เฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว หรือจะขึ้นต่อไป ?

14 มี.ค. 2566 | 12:30น.
เฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยหรือขึ้นต่อไป

คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดวิกฤต Bank run ตลาดมองว่าวิกฤตนี้จะทำให้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% และบางส่วนมองว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว ต่างจากไม่กี่วันก่อนหน้านี้ที่มีสัญญาณว่าอาจจะขึ้นถึง 0.50% 

คำกล่าวของ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve System) ที่กล่าวรายงานนโยบายการเงินต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 6-7 มีนาคม 2566 ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นและมากขึ้น ทำให้ตลาดและนักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งคาดว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) วันที่ 21-22 มีนาคมนี้ เฟดจะเพิ่มระดับความเร็วของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 0.50% ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคาดว่าจะขึ้น 0.25% เท่าครั้งก่อนหน้านี้ 

ผ่านมาไม่กี่วัน เมื่อเกิดวิกฤต Bank run ขึ้นกับธนาคาร Silicon Valley Bank และ Signature Bank ขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ วันที่ 10-12 มีนาคม 2566 ที่ปั่นป่วนภาคตลาดเงินและตลาดทุน ทำให้มุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดแกว่ง ปรับทิศมุมมองของสถาบันต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

ตอนนี้มุมมองการคาดการณ์โดยมากในตลาดมองว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% และมีมุมมองอีกส่วนหนึ่งที่มองว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวในการประชุมครั้งที่จะถึงนี้ แล้วค่อยเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปในการประชุมครั้งถัดไป

CNBC รายงานว่า Goldman Sachs ธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่ของโลกเป็นแนวหน้าของฝั่งที่คาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้ว่าทางการสหรัฐได้เคลื่อนไหวเข้าควบคุมและจำกัดวงผลกระทบจากวิกฤตของ SVB และ Signature Bank แล้ว และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมากล่าวเรียกความเชื่อมั่นว่า “ชาวอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าระบบธนาคารปลอดภัย” แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs กล่าวว่า เฟดจะเว้นการขึ้นดอกเบี้ยแค่ในการประชุมเดือนมีนาคมครั้งเดียว แล้วยังคงจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปในเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม 

“เราคิดว่าเจ้าหน้าที่ของเฟดน่าจะให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเงินเป็นอันดับแรก โดยมองว่ามันเป็นปัญหาระยะเร่งด่วน และอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นปัญหาระยะกลาง” Goldman Sachs บอกกับลูกค้า 

ด้านควินซีน ครอสบี (Quincy Krosby) หัวหน้านักยุทธศาสตร์ระดับโลกของ LPL Financial ตั้งคำถามชวนวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงพอหรือยังที่จะทำให้เฟดกลับทิศ? 

“ตลาดโดยรวมไม่คิดอย่างนั้น” เธอบอกว่ามีแนวโน้มน้อยที่เฟดจะหารือแนวทางที่จะระงับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 

Bank of America และ Citigroup ก็เป็นสองธนาคารใหญ่ที่อยู่ในฝั่งที่มองว่าเฟดจะยังขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แล้วจะตามมาด้วยการขึ้นอีกสองสามครั้ง 

แอนดรูว โฮลเลนโฮสต์ (Andrew Hollenhorst) นักเศรษฐศาสตร์ของ Citigroup กล่าวว่า ถ้ามีการหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว (ซึ่งเป็นคำที่เจ้าหน้าที่เฟดไม่ชอบ) ในตอนนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณผิด ๆ ไปยังตลาด 

เขากล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่เฟดไม่น่าจะเปลี่ยนทิศทางนโยบายด้วยการหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราวในการประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่งการทำเช่นนั้นจะเป็นการทำให้ตลาดและสาธารณชนคิดว่า การแก้ปัญหาเงินเฟ้อของเฟดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อยังไม่ถึงจุดที่เกิดความไม่แน่นอนในตลาดเงินหรือภาคเศรษฐกิจเท่านั้น กล่าวคือจะเป็นการทำให้คนคิดว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เกิดความไม่แน่นอนขึ้น เฟดก็จะเลิกแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้สาธารณชนไม่เชื่อในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อของสหรัฐในครั้งต่อ ๆ ไป 

ทั้งนี้ Citigroup มองว่าเฟดจะยังคงเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไปจนถึงช่วงเป้าหมายที่ 5.5-5.75% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 4.5%-4.75% 

Bank of America มองว่ายังต้องเฝ้าระวังสัญญาณต่าง ๆ ที่บ่งชี้ว่าวิกฤตธนาคารที่เกิดขึ้นในตอนนี้กำลังจะแพร่กระจายหรือไม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนแปลงคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด 

ไมเคิล เกเพน (Michael Gapen) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Bank of America บอกกับลูกค้าว่า ถ้าเฟดประสบความสำเร็จในการแก้ไขความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นล่าสุด และล้อมรั้วกิจกรรมทางการเงินของธนาคารได้ เฟดก็จะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อไป จนกว่านโยบายการเงินจะมีเข้มงวดเพียงพอ 

“มุมมองของเราต่อนโยบายการเงินนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลเสมอ และในตอนนี้ยังขึ้นอยู่กับความตึงเครียดในตลาดเงินด้วย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Bank of America กล่าว 

เช่นกันกับที่ธนาคารกลางสหรัฐเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลในการกำหนดทิศนโยบาย 

ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐจะได้รับข้อมูลขั้นสุดท้ายที่จะใช้ประกอบการพิจารณาในสัปดาห์นี้ ทั้งตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเผยแพร่ในวันที่ 14 มีนาคม และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะเผยแพร่ในวันที่ 15 มีนาคมนี้