Skip to content

เปิดทุกนโยบายหาเสียงพรรคตัวเต็ง แคมเปญไหนโดนใจผู้มีสิทธิโหวต 52 ล้านเสียง

13 เม.ย. 2566 | 20:13น.
เปิดทุกนโยบายหาเสียงพรรคตัวเต็ง แคมเปญไหนโดนใจผู้มีสิทธิโหวต 52 ล้านเสียง

พรรคการเมืองแข่งขันนโยบาย ลด แลก แจก แถมกันดุเดือด เพื่อคว้าใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52 ล้านคน ในการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 14 พฤษภาคม 2566

แต่นโยบายไหนจะตรงกับความต้องการของ Voter กลุ่มไหน “ประชาชาติธุรกิจ” คัดนโยบายเด่นๆ ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม จากเว็บไซต์ และการเปิดตัวนโยบาย ของพรรคการเมืองตัวเต็งที่จะได้ ส.ส.ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ คลี่กระจายให้เห็นกันชัดๆ

กลุ่มประชาชนทั่วไป นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ / ลดภาระค่าครองชีพ

พรรคเพื่อไทย : ทุกครอบครัว มีรายได้ ไม่น้อยกว่า 20,000 บาท / เดือน เติมเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ทุกคน ใช้จ่ายใกล้บ้าน 4 กิโลเมตร เขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) ขึ้นค่าแรง 600 บาท/เดือน เงินเดือนปริญญาตรี 2.5 หมื่นบาท ภายในปี 2570

พรรคภูมิใจไทย : ฟรี โซล่าเซลล์ หลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท รับสิทธิซื้อ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ราคา 6,000 บาท ผ่อนจ่ายเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 งวด พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท

พรรคพลังประชารัฐ : บัตรประชารัฐ 700 บาท ให้กับผู้มีรายได้น้อย มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน ลงมาถึงลิตรละ 18 บาท และน้ำมันดีเซล ลิตรละ 6 บาท เด็กจบใหม่ยกเว้นเสนอภาษี 5 ปี เสนอยกเว้นภาษี พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2 ปี ลดภาษี 10% บุคคลธรรมดา

พรรคไทยสร้างไทย : แก้หนี้ด้วยการมี กองทุนฟื้นฟูหนี้เสีย (แก้หนี้เสียที่เกิดจากโควิด – พักหนี้ 3 ปี/ ฟรีดอกเบี้ย 2 ปี) กองทุนเครดิตประชาชน (ล้างหนี้นอกระบบ – กู้ 5,000-50,000 บาท/ ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน)

ปรับโครงสร้างค่าน้ำมัน/ค่าแก๊ส กำหนดเพดานค่าการกลั่น ให้เป็นธรรมกับคนไทย ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า รื้อสัญญาทาส ค่าไฟต้องไม่เกิน 3.50 บาท ไม่เก็บภาษีคนตัวเล็กที่มีรายได้สุทธิไม่เกิน 300,000 บาท/ต่อปี หรือรายได้ไม่เกิน 40,000/ เดือน ไม่เก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล SMEs เป็นเวลา 3 ปี ติด Solar House – เงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ 1% ผ่อนยาว 8 ปี ขายไฟให้รัฐได้ทุกเดือน

พักการอนุมัติ/อนุญาต 1,400 ฉบับ เป็นเวลา 3-5 ปี เพื่อให้คนไทยลุกขึ้นมาทำมาหากินได้ทันที เช่น การขออนุญาต อย. (ไทยสร้างไทย เสนอกฎหมายเข้าสภาแล้ว) รื้อระบบรัฐราชการและอำนาจนิยม ด้วยการสร้างระบบให้ประชาชนร้องเรียน

พรรครวมไทยสร้างชาติ : สานต่อโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการบัตรสวัสดิการพลัส ใช้บัตรประชาชนอัจฉริยะ เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล เพิ่มสิทธิให้ผู้มีสิทธิ เป็นเดือนละ 1,000 บาท โดยเป็นค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐ 84,712 ร้านทั่วประเทศ ค่ารถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า รถบขส. ค่าไฟ ค่าน้ำประปา ค่าแก๊ส

ใช้บัตรประชาชนเป็นดิจิทัลวอลเลต เติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยทุกเดือน จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่ารถ มากกว่าปีละ 10,000 บาท และใช้ได้ทั่วประเทศ 77 จังหวัด โดยที่ไม่จำกัดระยะทาง

พรรคประชาธิปัตย์ : จัดตั้งกองทุน 3 แสนล้านบาท เพื่อให้กลุ่ม SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สําหรับการพัฒนา ต่อเติม ขยายกิจการ ตลอดจนการเพิ่มทุนธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้กับประเทศ ธนาคารหมู่บ้าน – ชมุ ชน แห่งละ 2 ล้านบาท

พรรคก้าวไกล : นโยบายหวยใบเสร็จ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มความเข้มแข็งให้ผู้ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยเมื่อซื้อสินค้าจาก SMEs ครบ 500 บาท สามารถแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบต่องวด จำกัดไม่เกิน 2 ใบต่อคนต่อเดือน สำหรับคนขาย หรือผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อขายสินค้าครบ 5,000 บาท สามารถแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นทุกปี เริ่มต้นวันละ 450 บาท

พรรคชาติพัฒนากล้า : สร้างรายได้ 5 ล้านล้านบาท ด้วยนโยบายเศรษฐกิจเฉดสี 5 ล้านล้านบาท

เศรษฐกิจสีเขียว : กรีนอีโคโนมี เศรษฐกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ขยายพื้นที่ป่าเป็น 40% หรือ 26 ล้านไร่ของประเทศ ด้วยการออกพันธบัตรป่าไม้มูลค่า 65,000 ล้านบาท

เศรษฐกิจสีเทา : เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี ให้มีคาสิโนในรีสอร์ตเหมือนสิงคโปร์ ที่มีรายได้ในส่วนนี้ 200,000 ล้านบาทต่อปี

เศรษฐกิจสีขาว : เศรษฐกิจสายมู ตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวสายมูที่เป็นเทรนด์ใหม่ในโลก จังหวัดละ 1,000 ล้านบาท

เศรษฐกิจสีน้ำเงิน : เศรษฐกิจสายเทค สร้างโอกาสด้านดิจิทัลอีโคโนมี 1.75 ล้านล้านบาท

เศรษฐกิจสีรุ้ง: จากความเท่าเทียมสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อสูงสุด 1 ล้านล้านบาททุกปี เริ่มด้วยการปรับกฎหมายให้สมรสได้ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการรองรับกำลังซื้อใหญ่จากทั่วโลก

เศรษฐกิจสีเงิน : ชูเศรษฐกิจวัยเก๋า สร้างบ้านผู้สูงอายุ ปรับปรุงบ้าน 50,000 ล้านบาท 1 ล้านครัวเรือน ลดสถิติคนสูงอายุล้มในบ้านปีละ 2 ล้านคน

จะจัดโครงสร้างภาษีใหม่ บุคคลเงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี ลดภาษีนิติบุคคลของบริษัทขนาดใหญ่จาก 30% เหลือ 20%

กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน ประชาชนทั่วไป ในเรื่องของ นโยบายสวัสดิการ

พรรคเพื่อไทย : ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดฟรีสำหรับผู้หญิงทุกคน กระดับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กรุงเทพฯ มีโรงพยาบาลประจำเขตครบทั้ง 50 เขต บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทั่วไทย รักษาและจ่ายยาออนไลน์ ให้คำปรึกษาจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิก โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน Free tablet for all

พรรคภูมิใจไทย : เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ ผู้สูงอายุมีสิทธิกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพและหาเลี้ยงตัวเองได้ในวงเงิน 20,000 บาท

พรรคพลังประชารัฐ : นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามขั้นบันได โดยผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท/เดือน อายุ 70 ปีขึ้นไปจะได้รับ 4,000 บาท/เดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไปจะได้รับ 5,000 บาท/เดือน ดูแลสตรีขณะตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 4 และในเดือนที่ 9 ที่คลอดบุตรออกมา จะสนับสนุนเงินให้เดือนละ 10,000 บาท 5 เดือน เริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ 4 เดือน จนถึง 9 เดือน นอกจากนี้ จะช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงบุตร 3,000 บาท ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 ปี

พรรคไทยสร้างไทย : เงินช่วยเหลือระหว่างการตั้งครรภ์ มารดาเบิกได้ 2,000 บาท/ต่อเดือน เงินสงเคราะห์การเลี้ยงบุตร มารดาเบิกได้ 2,000 บาท/เดือน ตั้งแต่เกิดจนถึง 6 ปี หวยบำเหน็จ เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการ 3,000 บาท/เดือน เพิ่มการจ้างงานคนพิการ 60,000 คน ใน 3 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จ่ายบำนาญ3,000 บาท/เดือน

พรรครวมไทยสร้างชาติ : ปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท เท่ากันทุกช่วงอายุ จากที่ในปัจจุบันให้เป็นขั้นบันได 600-1,000 บาท

พรรคก้าวไกล : จัดสรรงบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุหรือคนพิการที่ติดบ้าน-ติดเตียง ประมาณ 9,000 บาท/คน/เดือน เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาท ภายในปี 2570 ของขวัญแรกเกิด 3,000 บาท ให้พ่อ-แม่ซื้อสิ่งของจำเป็นในการเลี้ยงลูก 2. เงินเด็กเล็ก เดือนละ 1,200 บาท 3. สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้ บ้านตั้งตัว 350,000 หลัง

คูปองเปิดโลก สูงสุด 2,000 บาทต่อปี สำหรับเรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนฟรีอาชีวะถึง ปวส. จบแล้วมีงานทำ แพลตฟอร์มเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนฟรีไม่จำกัด รับรองคุณวุฒิพร้อมระบบจัดหางาน

พรรคประชาธิปัตย์ : มีนโยบาย ชมรมผู้สูงอายุ รับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน ทุก ชุมชน ฟรี นมโรงเรียน 365 วัน” เพื่อต้องการให้เด็กนักเรียน ระดับชั้นก่อนอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนฟรี ถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ อินเทอร์เนต็ฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน ตรวจสุขภาพ ฟรี รักษา ฟรี บัตรประชาชนใบเดียว

กลุ่มเกษตรกร : นโยบายด้านเกษตรกร

พรรคเพื่อไทย : เกษตรกรรายได้เพิ่มขึ้น “3 เท่าภายในปี 2570” จากรายได้เฉลี่ย 10,000 บาท/ไร่/ปี เพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี ภายใต้ม็อตโต้ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” และพักหนี้เกษตรกร 3 ปีทั้งต้น ทั้งดอกทันที เพื่อลดภาระในการทำมาหากินของพี่น้องเกษตรกร

นอกจากนี้ยังมีนโยบายปลีกย่อย อื่นๆ ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ที่มีโปรตีนสูง และคาร์โบไฮเดรตสูง ในจำนวนที่มากขึ้น ซึ่งสามารถทดแทนการนำเข้ามูลค่าปีละกว่า 300,000 ล้านบาท เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง และหญ้าเลี้ยงสัตว์ นโยบายโคขุนเงินล้าน

ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต จนสามารถเปลี่ยนเกษตรดั้งเดิมเป็นการเกษตรก้าวหน้า

พรรคภูมิใจไทย : ภายใต้สโลแกน “เกษตรร่ำรวย” Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน มีนโยบายให้รัฐบาล เข้ามาสนับสนุน และจัดทำนโยบาย เกษตรร่ำรวย ด้วย Contract Farming เพื่อให้เกษตรกรทุกราย มีสัญญาซื้อขายผลผลิต ล่วงหน้า เป็นหลักประกัน ต่อไปนี้ เกษตรกรต้องรู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน เพื่อการทำเกษตรมีกำไร ไม่ขาดทุน ลดปัญหานี้สิน อันเป็นการแก้ปัญหาของเกษตรกร ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

ข้าวขาว 12,000 บาท /ตัน ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน มันสำปะหลัง 4 บาท/กก ปาล์มทะลาย 5 บาท/กก. น้ำยางสด 62 บาท/กก.

พรรคพลังประชารัฐ : ภายใต้แคมเปญ “เกษตรประชารัฐ” มี 4 ข้อ

1.สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรในการจัดซื้ออุปกรณ์และเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ

2.สนับสนุนการผลิตและจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพให้กับเกษตร ตั้งโครงการสินเชื่อให้กับสถาบันการเกษตรทั่วประเทศ 500 แห่ง

3.สนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้หันมาพัฒนาด้านเกษตร เฟ้นหาเยาวชนคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

4.ยกระดับเกษตรไทยสู่ระดับ Smart Farmer นำเอาองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และเทคโนโลยี มาปรับใช้ในการพัฒนาอาชีพและเกษตรกรรมภายในประเทศอย่างยั่งยืน

พรรคไทยสร้างไทย : สินค้าเกษตรราคาดี พัฒนาเศรษฐกิจในทุกมิติ ยกระดับสินค้าเกษตร ทำหน้าที่เป็นศูนย์วิจัย เป็นศูนย์ระบบการเกษตรโลจิสติกส์

ไฮไลท์สำคัญสำหรับเกษตรกร รับซื้อและประกันราคาพืชเศรษกิจหลัก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน

– ราคาข้าว ข้าวหอมมะลิ 20,000 บาท/ตัน ข้าวหอมจังหวัด 13,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 14,000 บาท/ตัน ข้าวสารขาว 11,000 บาท/ตัน
– ราคาพืชผลอื่น มันสำปะหลัง 3 บาท/กก. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 8 บาท/กก. ยางพารา 65 บาท/กก. ยางก้อนถ้วย 45 บาท/กก. ปาล์มน้ำมัน 5 บาท/กก. อ้อยโรงงาน 1,000 บาท/ตัน

ปรับโครงสร้างการผลิต บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตร (Zoning) โดยปรับระบบการใช้ที่ดินเพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับอุปสงค์ – อุปทาน (Demand – Supply) เพื่อยกระดับราคา เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

พัฒนาแหล่งน้ำ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงการกักเก็บน้ำตามลำน้ำ ขุดบ่อน้ำ 1 ล้านบ่อ ขุดน้ำบาดาล 1 แสนบ่อ วางระบบผันน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล แม่น้ำสายสำคัญอื่น และจาก สปป. ลาว มาเติม ในยามที่ขาดน้ำ รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและมีคุณภาพทุกหมู่บ้าน ขจัดข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร เช่น ที่ดิน สปก. ที่ดิน คทช. ที่ดิน ภบท.5

พรรครวมไทยสร้างชาติ : ตั้งกองทุนพยุงราคาสินค้าเกษตร ราคาข้าว ราคายาง เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีเงินหมุนเวียน เพิ่มเงินสนับสนุนต้นทุนปลูกข้าว จากที่เคยได้ไร่ละ 700 บาท เป็นไร่ละ 2,000 บาท ครอบครัวละ 5 ไร่ เพื่อให้ทันกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

พรรคก้าวไกล มีชุดชุดนโยบายเกษตรไทยก้าวหน้า ที่จะช่วยติด “กระดุม 5 เม็ด” เพื่อเปลี่ยนชีวิตเกษตรไทยให้ดีกว่าเดิม

เม็ด 1 ที่ดิน : ปฏิรูปที่ดิน คืนที่ดินประชาชน 10 ล้านไร่ กองทุนพิสูจน์สิทธิ 10,000 ล้านบาท ยุติข้อพิพาท-ออกเอกสารสิทธิ์ให้เกษตรกร ออกโฉนด ส.ป.ก. – นิคมสหกรณ์ ตั้งธนาคารที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินให้ประชาชน เปลี่ยนระบบภาษีที่ดิน กระจายที่ดินออกจากมือนายทุน

เม็ด 2 หนี้สิน : ปลดหนี้เกษตรกร ปลดหนี้ ธ.ก.ส. เกษตรกรสูงวัย จ่ายหนี้ถึงครึ่ง รัฐยกอีกครึ่งให้ทันที ต้นไม้ปลดหนี้ เช่าที่เกษตรกรปลูกไม้มีค่า หลังคาปลดหนี้ เช่าหลังคาบ้าน ติดแผงโซลาร์ ขายไฟฟ้าปลดหนี้ หมดยุคหาเงินจ่ายดอก ทุกบาทที่จ่ายหนี้ต้องลดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย

เม็ด 3 ต้นทุน : ลดต้นทุน น้ำ-ปุ๋ย-เครื่องจักร เพิ่มงบพัฒนาแหล่งน้ำให้ท้องถิ่น 25,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมพื้นที่นอกเขตชลประทาน 90 ล้านไร่ ปุ๋ยสั่งตัด แม่ปุ๋ยราคาถูก ผ่านสหกรณ์-กลุ่มเกษตร-วิสาหกิจชุมชน สนับสนุนการเลี้ยงสัตว์ ลดต้นทุน เพิ่มเงินทุน ขยายตลาด ดอกเบี้ย 0% ผ่อนโดรน รถไถ รถดำนา เครื่องจักรการเกษตร

เม็ด 4 นวัตกรรม : สร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค่า สุราก้าวหน้า เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร พัฒนาสินค้าชุมชน 1 ท้องถิ่น 1 โรงงานสินค้าแปรรูป อาหารโรงเรียนจากชุมชน ตัดวงจรสินค้าเกษตร ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เปิดตลาดโลก สร้างโอกาสเกษตรกรไทย

เม็ด 5 ต่อยอด : หารายได้ต่อยอด เพื่อเกษตรกรไทยก้าวหน้า ฟรี! รับรองมาตรฐาน GAP-GMP-เกษตรอินทรีย์ ส่งสินค้าเกษตรคุณภาพดีไปทั่วโลก ปลดล็อกฟาร์มสเตย์ เปลี่ยนไร่นาเป็นรายได้ สร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร จ้างเกษตรกรรุ่นใหม่ สอนเกษตรกรวัยเก๋าใช้เทคโนโลยี

พรรคประชาธิปัตย์ : ชูนโยบายประกันราคา พืช 5 ชนิด ทั้งนี้ เป็นมาตรการให้หลักประกันรายได้กับเกษตรกรด้วยการ “จ่ายเงินส่วนต่าง” ในยามที่ราคาพืชผลการเกษตรจํานวน 5 ชนิด ได้แก่ “ข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด” ทั้งนี้ ประเทศไทย มีพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้ง 5 ชนิด กว่า 8.16 ล้านครัวเรือน

ชาวนา รับ 30,000 บาท ต่อครัวเรือน เป็นมาตรการสนับสนุนชาวนาตามโครงการสนับสนุนค่า บริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ หรือ ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อ ครัวเรือน ขณะที่ประมงท้องถิ่นรับ 100,000 บาท ทุกปี ออกกรรมสิทธิ์ทํากิน ให้ผู้ทํากินในที่ดินของรัฐ รวมถึงให้ 3 ล้านบาท ต่อยอดเกษตร แปลงใหญ่ และให้ค่าตอบแทน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อกม. 1,000 บาท

พรรคชาติไทยพัฒนา : ผลักดันการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ที่เหมาะสมต่อฤดูกาล และสภาพภูมิประเทศ ส่งเสริมการทำเกษตรยั่งยืน เพื่อขายคาร์บอนเครดิต ให้กับบริษัทเอกชนและภาครัฐ สร้างแต้มต่อ ให้ประเทศไทยในเรื่องคาร์บอนเครดิต เป็นการป้องกันกำแพงภาษีด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ

แจกพันธุ์ข้าว ฟรี ทั่วประเทศ 60 ล้านไร่ ขยายเขตไฟฟ้าการเกษตรทั่วประเทศ หน่วยละ 2 บาท บาดาลขนาดใหญ่ ทุกตำบล น้ำสะอาด ทุกหมู่บ้าน พร้อมสนับสนุนเงินทุนเพาะปลูก ไร่ละ 1,000 บาท เพื่อสร้างแต้มต่อให้เกษตรกรไทย