เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งปรับภูมิทัศน์ วัดโบราณสถาน รับตรวจมรดกโลก 3-8 ส.ค.
ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
Real Estate ผังเมืองภูเก็ตชูโมเดลสิงคโปร์ เดอะมอลล์-เซ็นทรัล แข่งเดือด
ลุ้นฉากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. เกมบี้ 7 กกต.รุกการเมืองสีน้ำเงิน
Politics ลุ้นฉากสุดท้ายคดีฮั้ว สว. เกมบี้ 7 กกต.รุกการเมืองสีน้ำเงิน
ดูทั้งหมด

เก็บตกสถานการณ์เศรษฐกิจโลก จากการประชุม World Bank-IMF

03 พ.ย. 2566 | 10:56น.
เศรษฐกิจโลก
คอลัมน์ : แบงก์ชาติชวนคุย
ผู้เขียน : ชญาวดี ชัยอนันต์ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นในหลายมุมของโลก ในช่วงเดือนตุลาคมที่เขียน “แบงก์ชาติชวนคุย” ฉบับนี้ ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 ต.ค. 2566 ณ กรุงมาราเกซ ประเทศโมร็อกโก ซึ่งเป็นอีกแห่งที่เผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

แม้จะเกิดภัยธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่ แต่ภารกิจ ความตั้งใจ และการเตรียมความพร้อมของเจ้าภาพ ทำให้การประชุมด้านการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ในโอกาสนี้ดิฉันจึงมีเรื่องเล่าจากโมร็อกโกมาฝากกันค่ะ

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ จัดขึ้นทุกปีที่รัฐวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา และทุก ๆ 3 ปีจะจัดนอกสถานที่ โดยประเทศโมร็อกโกได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมในปี 2564 แต่ด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงเลื่อนออกมาเป็นปี 2566

ที่สำคัญการประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่จัดขึ้นในทวีปแอฟริกา ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่ได้จากการประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นและนโยบายกันแล้ว ยังนับเป็นโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศไปพร้อมกับการดึงดูดนักเดินทางจากหลายสายอาชีพ หลากเชื้อชาติกว่าหมื่นคนที่มาประชุมครั้งนี้ และไม่แน่ว่าจะมีหลายคนที่อยากกลับมาเที่ยวอีกด้วย

สำหรับปี 2566 นี้ ไอเอ็มเอฟประเมินว่าเศรษฐกิจโลกยังคงมี resilience หรือ “ความทนทาน หรือยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง” โดยเงินเฟ้อในภาพรวมปรับลดลงต่อเนื่อง ด้านตลาดการเงินยังมีเสถียรภาพจากการที่ทางการในหลายประเทศจัดการปัญหาภาคธนาคารช่วงต้นปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งดูเหมือนว่าเศรษฐกิจทั่วโลกน่าจะ “พ้นภัย” แล้ว แต่พบว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นไปแบบ “ค่อยเป็นค่อยไปและไม่เท่าเทียม (slow and uneven)”

อย่างการเติบโตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะสหรัฐกลับไปโตสูงกว่าช่วงก่อนโควิดแล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (emerging market) และประเทศรายได้น้อย ที่ยังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่ำกว่าระดับก่อนโควิดประมาณ 5-6% ให้การฟื้นตัวและพัฒนาให้ไปทัดเทียมประเทศเศรษฐกิจหลักต้องล่าช้าออกไป ซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ที่สำคัญ ไอเอ็มเอฟยังคาดว่าเศรษฐกิจโลกในระยะปานกลางจะเติบโตที่เพียง 3.0% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ30 ปี ท่ามกลางปัญหาการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ หนี้ที่อยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน

ด้วยเหตุนี้ ไอเอ็มเอฟจึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ให้ความสำคัญกับ 4 เรื่อง ได้แก่ (1) การทำให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย และอยู่ในเป้าหมายอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินนโยบายการเงินที่อาจยังต้องเข้มงวด แต่ต้องเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ และควรสื่อสารการตัดสินนโยบายให้ชัดเจน

(2) การเร่งเสริมกันชนด้านการคลัง ด้วยการลดระดับหนี้สาธารณะและถอนมาตรการสนับสนุนแบบหว่านแห เพื่อให้นโยบายการคลังสามารถไปสนับสนุนการลงทุนได้มากขึ้น และที่สำคัญ ต้องเพียงพอรองรับความเสี่ยงในอนาคต รวมถึงช่วยสนับสนุนนโยบายการเงินในการรับมือกับเงินเฟ้อ(

3) การใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการดูแลความเสี่ยงทางการเงิน ที่อาจเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ และการติดตามความเสี่ยงของภาคอสังหาริมทรัพย์และ nonbank อย่างใกล้ชิด

(4) การยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจระยะปานกลาง โดยเฉพาะการผลักดันกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดการพึ่งพิงอุตสาหกรรมที่สร้างก๊าซคาร์บอน และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นอกจากประเด็นที่ไอเอ็มเอฟให้ความสนใจแล้ว ผู้ร่วมประชุมยังพูดคุยกันมากถึงอีก 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน สืบเนื่องมาจากจีนเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก และน่าจะขยายตัวได้ช้ากว่าที่เคยคาดกันไว้มาก ซึ่งทางการจีนชี้แจงว่า ปัจจุบันจีนจะเน้นให้การเติบโตของเศรษฐกิจมีคุณภาพมากขึ้น เน้นการเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต มากกว่าการตั้งเป้าให้เศรษฐกิจเติบโตไปสูง ๆ ด้วยมาตรการต่าง ๆ เหมือนในอดีต จึงทำให้ที่ผ่านมา ไม่มีมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่จีนยังให้ความมั่นใจว่า ทางการยังมีเครื่องมือที่สามารถดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจเพียงพอ ทั้งในภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์

ประเด็นที่สอง คือผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ จากข้อมูลของไอเอ็มเอฟที่พบว่าทั่วโลกมีการใช้นโยบายกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในปี 2565 เมื่อเทียบกับปี 2562 ตามข้อมูลดังกล่าว หากเกิดการถอนการผลิตกลับไปยังประเทศต้นทาง (reshoring) จนโครงสร้างสายพานการผลิตโลกกลับไปสู่ช่วงก่อนกระแสโลกาภิวัตน์ จะทำให้จีดีพีของโลกในระยะยาวอาจลดลงไปถึง 4.5%

นอกจากการประชุมที่เข้มข้นถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มแล้ว การไปร่วมงานในครั้งนี้ประเทศไทยยังไปรับไม้ต่อในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปี โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และดิฉันได้ร่วมลงนามใน MOU การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในปี 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อทั้งในและต่างประเทศ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งนะคะว่า พวกเราจะร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับแขกที่เข้ามาประชุมและผู้เกี่ยวข้องได้อย่างน่าประทับใจเหมือนที่ชาวโมร็อกโกทำสำเร็จในปีนี้

ในครั้งหน้าดิฉันจะมาเล่าให้ฟังกันต่อค่ะ เพราะไม่เพียงแต่ความเข้มข้นในการประชุม แต่การจัดงานหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ก็เคร่งเครียดไม่แพ้กัน และชาวโมร็อกโกเปลี่ยนแผนแก้ปัญหากันอย่างไรให้งานนี้ออกมาได้สมบูรณ์แบบ

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ