เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ดีลภาษีสหรัฐ” หลักการจบแล้ว รอเคาะรายละเอียด เร่งทำก่อนประกาศมาตรา 301
Politics “ดีลภาษีสหรัฐ” หลักการจบแล้ว รอเคาะรายละเอียด เร่งทำก่อนประกาศมาตรา 301
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 850 บาท รูปพรรณขายออก 67,800 บาท
SET ไม่แพนิคน้ำท่วม มองกรอบ 1,590-1,620 จุด ชู 9 หุ้นเด่นรับมือ
Finance SET ไม่แพนิคน้ำท่วม มองกรอบ 1,590-1,620 จุด ชู 9 หุ้นเด่นรับมือ
รัฐบาล ใช้ทหารช่วยขนย้ายสัมภาระตกข้างสนามบิน เผยภาพรวมสถานการณ์ดี
Politics รัฐบาล ใช้ทหารช่วยขนย้ายสัมภาระตกข้างสนามบิน เผยภาพรวมสถานการณ์ดี
กสิกรไทยช่วยลูกค้าน้ำท่วม พักเงินต้นสินเชื่อบ้าน-บัตร 3 เดือนลดค่างวดรถยนต์ 50% นาน 6 เดือน
Finance กสิกรไทยช่วยลูกค้าน้ำท่วม พักเงินต้นสินเชื่อบ้าน-บัตร 3 เดือนลดค่างวดรถยนต์ 50% นาน 6 เดือน
‘พาณิชย์’ จ่อของบ 300 ล้าน ต่อ “ไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ” พยุงไตรมาส 4
Politics ‘พาณิชย์’ จ่อของบ 300 ล้าน ต่อ “ไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ” พยุงไตรมาส 4
ไอแบงก์ ออก 3 มาตรการ พักหนี้-เติมทุน-ไปต่อ ช่วยลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติ
Finance ไอแบงก์ ออก 3 มาตรการ พักหนี้-เติมทุน-ไปต่อ ช่วยลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติ
ค่าเงินบาทวันนี้ (28 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (28 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
อุตุฯ ออกประกาศฉบับสุดท้าย ฝนเริ่มซา เตือน “เหนือ-กลาง-ตะวันออก” ระวังน้ำท่วมสะสม
News อุตุฯ ออกประกาศฉบับสุดท้าย ฝนเริ่มซา เตือน “เหนือ-กลาง-ตะวันออก” ระวังน้ำท่วมสะสม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (28 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.2% อยู่ที่ 84,519 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (28 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.2% อยู่ที่ 84,519 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

พิธา อัดรัฐบาลเศรษฐามืด 8 ด้าน รับ อาจอภิปรายครั้งสุดท้ายในการเมือง

05 เม.ย. 2567 | 09:15น.
Pita Limjaroenrat

พิธาไม่เสียใจหากก้าวไกลถูกยุบพรรค อาจเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมือง  อัดวิสัยทัศน์รัฐบาลเศรษฐา มืด 8 ด้าน แนะเศรษฐา ผู้นำคือการฟังเพื่อตอบสนอง ไม่ได้ตอบโต้ตลอดเวลา 

วันที่ 5 เมษายน 2567 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวสรุปญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เมื่อเวลาประมาณ 01.20 น.ว่า ขอพูดความในใจเล็กน้อย ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่เสียใจที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร แม้ตนจะชนะการเลือกตั้ง สามารถรวบรวมเสียงได้ 312 เสียง ไม่เคยเสียใจที่ต้องมาเป็นฝ่ายค้าน เพราะเชื่อว่าการเป็นฝ่ายค้านนั้นก็มีความสำคัญกับระบบประชาธิปไตย

การเป็นฝ่ายค้านสามารถทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้ สุขภาพประชาธิปไตยไม่ได้วัดอยู่ที่ว่ารัฐบาลนั้นมีอำนาจเบ็ดเสร็จแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าฝ่ายค้านแอ็กทีฟแค่ไหน ทำงานให้กับประชาชนมากน้อยเพียงใด แล้วก็ไม่เคยเสียใจว่าการอภิปรายในครั้งนี้ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมืองของตน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับอะไร ชีวิตทางการเมืองของตนแขวนอยู่บนเส้นด้าย

แต่ตนพร้อมจะจากไปอย่างผู้ชนะ ไม่มีอะไรติดค้างใจต่อไป ยิ่งได้เห็นเพื่อน สส.รุ่นหนึ่ง รุ่นสองก็รู้สึกเบาใจ ไม่มีอะไรที่ต้องค้างคาอีกต่อไป และมั่นใจว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพรรคของตน ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรคหรือการทำลายพรรคก้าวไกล ก็ไม่ทำให้การเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศหายไป

“เผลอ ๆ ยิ่งยุบพรรคจะยิ่งทำให้เราถึงเส้นชัยได้เร็วขึ้นด้วยซ้ำไป ผมจึงไม่เสียใจ แต่ผมเสียดาย ยิ่งได้ฟังการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีในช่วง 2 วันที่ผ่านมา รู้สึกเสียดายโอกาสของประเทศไทย เสียดายเวลาประเทศไทยที่เสียไป เสียดายศรัทธาของพี่น้องประชาชน เสียดายส่วนตัวที่เคยให้คะแนนพรรคท่านตั้งแต่ปี’43 แต่วันนี้ความสะเปะสะปะ ความล่องลอย ฟังแล้วไม่รู้ว่าวาระของรัฐบาลชุดนี้คืออะไร

ที่หาเสียงไว้ก็ไม่ทำ ที่ทำไว้ก็ไม่ได้หาเสียง ทำให้ตนรู้สึกว่ารัฐบาลชุดนี้ไร้วาระ รัฐบาลชุดนี้ไม่มีวาระเป็นของตัวเอง พอไร้วาระก็ไร้วิสัยทัศน์ พอไร้วิสัยทัศน์ก็ไร้ผลงาน นี่เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาตลอด ทำให้ตนเสียดายในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา” นายพิธากล่าว

นายพิธากล่าวว่า ตนกังวลว่าวิสัยทัศน์ของรัฐบาลคือความมืดแปดด้านของพี่น้องประชาชน โดยมืด 1.คือเรื่องปากท้อง 2.มืดแก้ส่วย 3.มืดผูกขาด สามมืดนี้ท่านล้มเหลวโดยสิ้นเชิง 4.มืดกระตุ้นเศรษฐกิจกับ 5.มืดแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า ส่วน 6.มืดปฏิรูปกองทัพ 7.มืดมนคุณภาพชีวิต และ 8.มืดกระบวนการยุติธรรม อันนี้ท่านละเลย

ตนรู้สึกว่ามีอย่างเดียวที่ถกกันไม่ตกผลึก คือเรื่องมืดปฏิรูปกองทัพ ท่านนายกฯบอกว่าฝ่ายค้านงงตนก็งงท่านเหมือนกัน ท่านนายกฯบอกว่างงฝ่ายค้าน

พูดแต่เรื่องเดิม ๆ พูดแต่เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ซึ่งตนก็งงท่านเหมือนกัน ก่อนเลือกตั้งก็พูดอย่าง หลังเลือกตั้งก็พูดอีกอย่าง ทั้งนี้ จุดยืนปฏิรูปกองทัพของก้าวไกล คือเพื่อป้องกันการแทรกแซง ให้ทหารเป็นมืออาชีพ ต่อต้านการรัฐประหาร ยกเลิกการเกณฑ์ทหารโดยเกณฑ์ทหารสมัครใจ ฝ่ายค้านเลยงงว่าตอนเป็นฝ่ายค้านเหมือนกันก็คิดเหมือนกัน ก่อนเลือกตั้งหลังเลือกตั้งตนพูดเหมือนเดิม แต่หลังเลือกตั้งท่านกลับไม่เหมือนเดิม

นายพิธากล่าวต่อว่า ที่ท่านบอกว่างงเรื่องจุดยืนอาวุธที่บอกว่าจะเอาเรือประมงไปรบ ซึ่งตนเดาเอาว่าท่านคงหมายถึงตน เพราะตนเคยพูดเรื่องแบบนี้ตอนช่วงเลือกตั้ง มันมีอยู่จริง เรื่องนี้มีอยู่จริง ตนมีสามหลักฐานข้อมูลที่อยากให้เข้าใจกัน โดยข้อมูลที่ได้มาจากทหารเรือและเพื่อนทหารเรือหลาย ๆ ชาติ

เพราะภัยความมั่นคงเปลี่ยนไป โดยสงครามผสมที่ผ่านมามีการใช้เรือประมงปลอมให้เป็นส่วนหนึ่งของอาวุธกองทัพในการทำลายขวัญและเรื่องของจิตวิทยา ซึ่งก็เป็นข้อมูลจากสื่อระดับโลก หลักปฏิรูปกองทัพของเราเพื่อให้มีหลักสิทธิมนุษยชน มีความเป็นมืออาชีพ มีอาวุธที่เหมาะสม โดยสามารถสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่เบียดเบียนภาษีของพี่น้องประชาชนมากเกินไป ไม่ใช่ว่าไม่ให้ซื้ออาวุธอะไรเลย

นายพิธากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนขอสะสางข้อเท็จจริงที่ใช้ในการอภิปรายครั้งนี้ทั้งหมด ตนพอจะจับทางท่านนายกฯได้แล้ว ในเรื่องของเศรษฐกิจตนจับคำพูดท่านได้คำนึงว่าอยากจะเน้นเรื่องบวก ให้มันเป็นแสงสว่าง ท่านอยากจะเน้นที่โอกาสของประเทศ แต่ในข้อเท็จจริงเราไม่ได้มีแค่บวก เรามีจุดแข็ง มีความท้าทายและมีโอกาสที่เข้ามา ถ้าผู้นำโฟกัสแต่เรื่องบวกอย่างเดียว ท่านก็จะเกาไม่ถูกที่คัน ท่านก็จะวินิจฉัยผิดตลอดเวลาที่นายกฯ เลือกเอาตัวเลขมาพูดในสภา ท่านเน้นแต่ตัวเลขที่เป็นบวกที่เป็นผลดีกับรัฐบาล แต่เป็นเพียงเหรียญด้านเดียวที่ไม่เห็นปัญหาของพี่น้องประชาชน

นายพิธากล่าวว่า ท่านนายกฯเน้นตัวเลขที่เป็นประโยชน์แต่ไม่ได้ดูบริบท เน้นราคามากกว่าคุณภาพชีวิตประชาชน เน้นที่จะพึ่งปัจจัยต่างประเทศโดยไม่ได้เน้นพลังจากภายในมากนัก เช่น เรื่องราคายางที่ท่านบอกว่าดีที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งก็จริง แล้วก็ถูก แต่ถูกไม่หมด เพราะจริง ๆ แล้วราคายางในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีขึ้นมีลงตามฤดูกาล ท่านควรเน้นเรื่องคุณภาพชีวิตประชาชน

กลับไปภูมิใจเรื่องของปริมาณและราคา ขณะที่รายได้ของเกษตรกรลดลง 8% ข้อมูลมาจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ดังนั้นเวลาที่จะโฟกัสอะไรต้องโฟกัสให้รอบด้าน อะไรที่ราคาสูงมากแต่รายได้เกษตรกรลดน้อยลง ทั้งนี้ ตนแปลกใจที่ รมว.เกษตรฯ พูดว่าข้อมูลตนผิด ซึ่งท่านทราบข้อมูลก่อนที่ตนจะอภิปรายได้อย่างไร มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ข้อมูล แต่มีรัฐมนตรีรู้ข้อมูลตนก่อนการอภิปราย ถือเป็นเรื่องความเชื่อมั่นเชื่อถือของสภานี้

นายพิธากล่าวต่อว่า ในส่วนของการผลิต ท่านนายกฯใช้คำว่าสึนามิแห่งการลงทุน ตนรู้สึกดีใจ แต่ก็ต้องอธิบายให้นายกฯเข้าใจ ตนกังวลว่าจะเป็นสึนามิทางการลงทุนจริง ๆ เพราะไตรมาสที่สี่ในการที่ท่านมาเป็นรัฐบาล การลงทุนเยอะมากขึ้น 2.5 เท่าก็เป็นเรื่องจริง แต่ไทยอยู่ที่อันดับหก นำแค่กัมพูชา ลาว และเมียนมา 2 ปีซ้อน เราเป็นประเทศเดียว หากดูในรีพอร์ตของเวิลด์แบงก์นำแค่เมียนมา ยังไม่รวมการขาดดุลทางบัญชีการค้า การทำงบประมาณ ก็ต้องฝากรัฐบาลว่าให้ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งว่าสึนามีทางเศรษฐกิจของท่านภายใน 2 ปี ถ้ามาจริง ๆ ภาคธุรกิจไทยจะไปอย่างไรต่อ

นายพิธากล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องข้อเสนอแนะมี 3 ข้อ 1.ถ้าท่านอยากจะกอบกู้ภาวะความเป็นผู้นำของรัฐบาล ตนว่าถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องปรับ ครม.ได้แล้ว นำผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องเข้ามาทำงาน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม เพราะ 7 เดือนพอจะเห็นภาพว่าใครที่มีประสิทธิภาพ ใครที่รู้จริงกับเรื่องที่ทำ 2.ถึงเวลาที่นายกฯจะมีโรดแมปได้แล้ว ไม่ได้สำคัญว่าทำอะไร What to do แต่สำคัญที่ Why When and How แล้วขอให้วางโรดแมปว่าไตรมาสนี้ ในช่วงนี้จะทำอะไร เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนได้จริง มีองคาพยพมาช่วยท่าน

แต่หากพูดลอย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ยากจะทำให้เกิดผลลัพธ์ได้จริง ๆ สุดท้ายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของคนที่จะเป็นผู้นำ คือการฟัง อยากขอแนะนำท่านว่าฟังเพื่อให้ตอบสนอง ไม่ได้ฟังเพื่อตอบโต้ตลอดเวลา เพราะบางทีเสียงที่ท่านไม่ได้อยากได้ยินที่สุด คือเสียงที่ประเสริฐที่สุดอย่างที่ท่านเคยให้สัมภาษณ์ไว้