สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงนโยบายและการดำเนินงาน
สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน มอบนโยบาย ขอเวลา 30 วันเคาะกรอบโรงไฟฟ้าชุมชน ไม่รอแผน PDP ฉบับใหม่แล้ว
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงนโยบายและการดำเนินงานนับจากนี้ ว่า จะใช้ 3 นโยบายหลัก ซึ่งประกอบด้วย 1.ทบทวนมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชน ที่ต้องมาหารือว่าจะเข้าไปช่วยส่วนใดได้บ้างอีก รวมถึงการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ 400,000 คน ที่คาดว่าจะตกงาน โดยได้ให้เอกชนคิดแผนการจ้างงานที่เหมาะสม และนำกลับมาเสนอภายใน 2 สัปดาห์
2.การดำเนินงานด้านพลังงานต่างๆ ไฟฟ้า น้ำมัน แก๊ส โดยจะยังคงเดินหน้าโรงไฟฟ้าชุมชนทันที ซึ่งขอเวลาทำการศึกษาแผน 30 วัน เพื่อวางกรอบงาน จากนั้นจะประกาศเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามา ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอแผน PDP ฉบับใหม่แก้ไข แต่สามารถใช้บทแทรกในแผน PDP 2018 ฉบับเดิมได้
“จะนำร่อง 100 เมกะวัตต์ หรือ 200 เมกกะวัตต์ ก็ต้องมาดูการศึกษาของแผนก่อน และต้องดูว่าเอกชนที่พร้อมเขาเสนอมาอย่างไร เพื่อเราก็จะได้ดูว่าการรับซื้อจะเป็นอย่างไร ดูข้อเสนอจากเอกชนด้วย ซึ่งตามแผนเราคือปี 2563 เห็นกรอบ ปี 2564 เริ่ม”
3.อนาคตและบทบาทการทำงานของกระทรวงพลังงาน เช่น การขับเคลื่อนอผนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะเน้นความเร็ว รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือประเทศ
- สุพัฒนพงษ์ : เปิดทำเนียบ แจงโรดแมปเศรษฐกิจ และเก้าอี้ที่ไม่ได้แย่งใคร
- นายกฯ แบ่งงานเศรษฐกิจยกแผงให้ “สุพัฒนพงษ์” คุมคลัง พลังงาน – BOI
- รู้จัก “สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์” รมว.พลังงาน คนใน-สายตรง “ประยุทธ์”
ล่าสุด นายสุพัฒนพงษ์ ระเดิมงานแรก ด้วยการร่วมประชุมเวิร์คช็อปเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “พลังงานร่วมใจ รวมไทยสร้างชาติ” พร้อมประกาศเดินหน้านโยบายให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงที่สุด รวมถึงเกษตรกรและชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคเศรษฐกิจที่แข็งแรง เช่น ภาคพลังงานที่จะสามารถเป็นตัวหลักดึงเศรษฐกิจที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมบนฐานความเข้าใจเข้าถึงประชาชน โดยอาศัยการมือจากทุกภาคส่วน
“สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระดับโลกและประเทศไทย ซึ่งรวมถึงภาคพลังงานด้วย วิกฤตครั้งนี้จะยังไม่หายไปได้ในเร็ววัน แต่อาจจะมีวันสิ้นสุดใน 12-15 เดือนข้างหน้า สิ่งที่ภาครัฐรวมถึงกระทรวงพลังงานได้ดำเนินการแล้วในช่วงที่ผ่านมาเป็นการบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า เป็นมาตรการช่วยด้านรายได้ และลดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะยังคงมีการดำเนินมาตรการลักษณะนี้
โดยปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป ขณะเดียวกันก็จะต้องดำเนินมาตรการการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยกลับคืนมาโดยเร็วและเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงโดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงต้องมีการร่วมกันวางแผนขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น กระทรวงพลังงานจึงได้จัดการประชุมเวิร์คช็อปขึ้นเพื่อรวมพลังในการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในสาขาพลังงาน ในการกำหนดทิศทางและวางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้พลิกฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง”
สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้บริหารและกลุ่มคนรุ่นใหม่จากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรอิระในสังกัดกระทรวงพลังงาน รวมถึงผู้บริหาร
จากภาคเอกชนและผู้ประกอบการด้านกิจการพลังงาน เพื่อสื่อสารถึงจุดมุ่งหมายและรายละเอียดในการจัดทำแผนเพื่อร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้ผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบ และกลับมานำเสนอแนวคิดและแผนงานในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป
ทั้งนี้ ภายในงานมีการบรรยายภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยจากผู้แทน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การถ่ายทอดข้อมูลสถานการณ์ผลกระทบจากโควิด-19 และตัวอย่าง การพัฒนาความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการร่วมจัดการกับวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิดโดยมีการนำเสนอมุมมองคนรุ่นใหม่กับไอเดียช่วยเหลือประเทศชาติในยุคโควิดอีกด้วย
ในส่วนของการดำเนินนโยบายด้านพลังงานนั้น จะเน้นนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างงานสร้างรายได้ รวมถึงวางรากฐาน เพื่ออนาคตด้านพลังงานของประเทศ โดยจะเน้นการลงมือทำให้สำเร็จ (Execution) ซึ่งได้มอบให้ผู้บริหารทำแผนระยะ 5 ปี ที่กำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อให้ติดตามได้อย่างใกล้ชิด
สำหรับโครงการที่ต่อเนื่องจะยังคงเดินหน้าต่อไป ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ให้มีรูปแบบการดำเนินโครงการที่สร้างความมั่นใจได้ว่าเกษตรกรหรือชุมชนได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง มีความยั่งยืน รวมทั้งการส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ B10 ก็ต้องช่วยให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ และมีมาตรการป้องปรามการลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์มที่จะใช้ในภาคพลังงานได้อย่างรัดกุม รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยใช้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นกลไกขับเคลื่อนก็ยังเดินหน้าต่อไป โดยเน้นหนักให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้กับประชาชน นี่คือ 3 นโยบายใหญ่ของกระทรวงพลังงาน