Never Normal เมื่อโลกไม่ปกติอีกต่อไป
คอลัมน์ สามัญสำนึก สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์
แม้ว่าการ “เปิดประเทศ” จะเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ต้องยอมรับว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม และไม่ใช่ new normal แต่มันคือ never normal เพราะโลกในยุคข้างหน้าจะไม่เป็นปกติอีกต่อไป
ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้น ความต้องการของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป
และที่สำคัญวิกฤตครั้งนี้ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ และความเปราะบางให้กับสังคมไทยมากขึ้น
ต้องยอมรับว่ามีหลายธุรกิจ และหลายคนมีความมั่งคั่งมากขึ้นจากวิกฤต เพราะมีศักยภาพและมีโอกาสที่เข้ามาจากวิกฤตในหลากหลายแง่มุม
แต่ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจจำนวนมากโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และคนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรียกว่า “กลุ่มเปราะบาง” เพราะไม่ว่าเกิดวิกฤตอะไรกลุ่มนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปหมด
รัฐบาลจะวางยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างไรในยุค never normal
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ทำรายงานวิจัยเรื่อง “โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมไทย : ความเปราะบางท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง” สำรวจความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เป็น 5 เมกะเทรนด์ในบริบทโลกใหม่ และมาซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น
เรื่องแรกคือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะกรณี “สหรัฐกับจีน” ที่มีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยพึ่งพาต่างประเทศสัดส่วนสูง ในหลายด้านทั้ง การส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนโดยตรงต่างชาติ (เอฟดีไอ)
ดังนั้นหากความขัดแย้งของ 2 มหาอำนาจเพิ่มขึ้น แล้วประเทศไทยถูกบังคับให้เลือกข้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ว่าเลือกข้างใดภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็ต้องได้รับผลกระทบ
2.พัฒนาการเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดที่จะสร้างโอกาสใหม่ แต่ก็เป็นความท้าทายของธุรกิจไทยหากไม่เร่งพัฒนาตัวเองก็อาจตกรถไฟ รวมถึงความเปราะบางของโครงสร้างส่งออกไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี รวมทั้งยังขาดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
3.ภาวะโลกร้อน ภัยเงียบที่นอกจากจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรแล้ว ยังพบความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรมไทยที่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น
4.การเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์” และในอนาคตจะก้าวสู่ “สังคมสูงวัยสุดขีด” (hyper-aged society) คือมีคนสูงวัยมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นความเปราะบางของโครงสร้างแรงงานไทยมากยิ่งขึ้น
5.วิกฤตโควิด-19 สร้าง “แผลเป็น” ต่อเศรษฐกิจไทย ที่การเปิดประเทศไม่อาจสามารถแก้ไขปัญหาได้ ประเด็นสำคัญคือความเปราะบางทางการเงินของธุรกิจและครัวเรือนไทย โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงขึ้น
รายงานของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วยฯ ระบุว่า ข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ พบว่า ครัวเรือนไทยเริ่มผิดนัดชำระหนี้และเป็นหนี้เสียเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังสิ้นสุดมาตรการพักหนี้เมื่อปลายปี 2020 เป็นต้นมา
โดยคนไทยมีปัญหาการชำระหนี้สูงขึ้นมาก และทำให้ผู้กู้ที่เป็นหนี้เสียในไตรมาส 2/2021 ขยับเพิ่มเป็น 18.9% ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 6 ปี
หมายความว่าผู้ที่กู้เงิน 100 คน จะพบว่าเป็นหนี้เสียจำนวนราว 19 คน
ที่สำคัญคือวิกฤตครั้งนี้ยังได้ซ้ำเติมปัญหาหนี้ในกลุ่ม “ผู้อายุน้อย” (ต่ำกว่า 35 ปี) มากกว่ากลุ่มอื่น
จึงกลายเป็นการสร้างแผลเป็นกับกลุ่มคนวัยทำงานที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
นี่อาจเรียกว่าเป็น 5 โจทย์ความท้าทายของประเทศไทย ที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนต้องช่วยกันปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศเพื่อรับมือกับเมกะเทรนด์ดังกล่าว