เปิดแผน ลับ ลวง พราง แคนดิเดตนายกฯ “พรรคทักษิณ”

เพื่อไทย

ว่าด้วยเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชีพรรคเพื่อไทย ที่มักมีชื่อ ลำดับ 3 และ 4 และ 5 มาทุกโค้งการเมือง

แม้ยังไม่เปิดตัวตนชัดเจน แต่ก็ชัดเจนแล้ว 2 ชื่อ

หนึ่ง “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ที่จะถึงกำหนดคลอดช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเลือกตั้งพอดิบพอดี

Advertisement

สอง “เศรษฐา ทวีสิน” ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ ที่เพิ่งแกรนด์โอเพนนิ่งกับพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ เดินควงแขน “แพทองธาร” เดินเยาวราช เนื่องในเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงแค่ “สมาชิกพรรค”

แต่แคนดิเดตนายกฯ อันดับสาม ยังคงเป็น “ปริศนา” ลับ-ลวง-พราง ในพรรคเพื่อไทย พอสมควร

แม้จะมีการเปิดชื่อซีอีโอบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งเข้ามาเป็นแคนดิเดตคนที่ 3 แต่คนในพรรคยังไม่มีใครการันตีได้ว่า เป็นคนที่ใช่หรือไม่

Advertisement

“ผมไม่เคยรู้จัก ไม่เคยสัมผัส เพิ่งเห็นจากข่าวนี่แหละ” นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อถูกถามถึงชื่อในกระแสข่าวแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3

อย่างไรก็ตาม ข่าวที่ปลิวว่อนในพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้ เรื่องแคนดิเดตนายกฯ มีความชัดเจนเพียงแค่ 2 ชื่อ “แพทองธาร-เศรษฐา” ส่วนชื่อที่ 3 ยังรอการติดต่อทาบทาม

แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคย้ำข่าวลือช่วงกลางเดือนมกราคมว่า ถ้ายังไม่มีใครว้าว แคนดิเดตนายกฯอันดับสาม อาจเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจในพรรค

Advertisement

แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทย อีกราย เชื่อว่า แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 จะถูกคัดมาเพื่อทำให้ “แพทองธาร-เศรษฐา” มีราคา

ล่าสุด นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กอ้าง ชื่อย่อ ส.ตัวใหญ่ จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย แต่ข่าวนี้มีอายุแค่ 2 วัน ก็ถูก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ปฏิเสธ

เมื่อนักข่าวไปถามว่าชื่อย่อ ส.เสือ เป็นอดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทย คือ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า นายสุรเกียรติ์ไม่ได้เข้ามาพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยเลย

และย้ำว่่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยคนที่ 3 จะเป็นคนในพรรคหรือนอกพรรค “เดี๋ยวถึงเวลาจะบอกแน่นอน”

เหตุชุลมุน เรื่องใช่-ไม่ใช่ จะดำรงอยู่ไปอีกจนกว่าจะมีการยุบสภา เพราะในความเป็นจริง เส้นทางของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เหมือนทุกขลาภคนที่เป็นหัวหน้าพรรคไม่เคยขึ้นไปถึงนายกฯ ดีที่สุดคือเก้าอี้รัฐมนตรี

ไม่ว่า ยงยุทธ วิชัยดิษฐ-จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ-พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
ย้อนไปในปี 2562 ก็มีเกม “ลับ-ลวง-พราง” เรื่องแคนดิเดตนายกฯ ไปมา

ในเวลานั้น พรรคเพื่อไทย มีแคนดิเดตนายกฯ อยู่ในบัญชีมี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เป็นตัวยืนหนึ่ง แต่จู่ ๆ ก็มี “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เพิ่มขึ้นมาเบียดซีนในบัญชีนายกฯ ส่วนแคนดิเดตคนที่สาม มีการพูดถึง “ปานปรีย์ พหิทธานุกร” อดีตรองหัวหน้าเพื่อไทย แต่ก็ต้องหลบฉาก หลังบ้านใหญ่ชินวัตร ส่ง “ชัยเกษม นิติสิริ” เข้ามาประกวดเป็นคนที่ 3 อีกคนหนึ่ง

ทั้ง 3 คนถูกประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 ทว่าบทบาททั้ง 3 คน ก็ถูกถอยฉากให้กับข่าวลือ “แคนดิเดตนายกฯ” ของพรรคน้อง คือ พรรคไทยรักษาชาติ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเก็บคะแนนตกน้ำ คว้าแต้มเพื่อสะสมบัญชีรายชื่อ

ทำให้แคนดิเดตนายกฯของพรรคไทยรักษาชาติ จึงต้อง “หวือหวา” กลบรัศมีแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย

แรกเริ่มเดิมทีมีการปล่อยชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากสมาชิกพรรคที่โคจรอยู่แกนนอกชินวัตร โดยโยนชื่อ ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร มาเป็นชื่อแรก ๆ เพื่อหยั่งกระแส แต่ว้าวไม่พอ

พอถึงเวลาทีเด็ดทีขาดทางการเมือง จึงมีการปล่อยชื่อจริง เสียงจริงระดับ “แผ่นดินไหวทางการเมือง”

8 กุมภาพันธ์ 2562 พรรคไทยรักษาชาติ เปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคในวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร ถือฤกษ์งามยามดีในตอนนั้น 09.10 น.

ไม่ทันข้ามวันใหม่ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปขณะนั้น ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ

“หมากอันตราย” ของ “ทักษิณ ชินวัตร” กับการผลักดันชื่อ “มิบังควร” ไว้ในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

เป็นดอกผลที่ return กลับมา สูงถึงขั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ “ยุบพรรค” ด้วยมติเอกฉันท์ 7-0

จากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผ่านไปแค่เดือนนิด ๆ ถึงวันที่ 7 มีนาคม 2562 อันเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ

โดยมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2)

และมติ 6 ต่อ 3 ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ 8 ก.พ. 2562 ซึ่งเป็นวันที่มีการกระทำความผิด ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคสอง กำหนดระยะเวลาไว้ 10 ปี นับจากวันที่ศาลมีคำสั่งยุบพรรค เนื่องจากเห็นว่า

ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน การไม่เปิดเผยแคนดิเดตนายกฯคนที่ 3 อาจเก็บไว้เป็นทางสู้-ทางถอย

หรือใช้เป็น “ท่าไม้ตาย” เพื่อเรียกเรตติ้งแลนด์สไลด์ในโค้งสุดท้าย ผู้ที่มีอำนาจชี้ขาดในเกมนี้ มีเพียงผู้มีบารมี บ้านใหญ่ต่างประเทศสนธิกำลังกับบ้านจันทร์ส่องหล้า คัดเลือกสายตรงปักธงชัยชนะให้ “ชินวัตร” อีกครั้งหนึ่ง