ท่องเที่ยวจีน “โกลเด้นวีก” สะท้อนภาพเศรษฐกิจทรุด

ท่องเที่ยวจีนโกลเด้นวีก
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องกัน 7 วัน เพื่อเฉลิมฉลองการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นเทศกาลวันหยุดที่เป็นที่นิยมของชาวจีนมากที่สุด คนจีนถือโอกาสนี้จับจ่ายใช้สอยและเดินทางท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากทุกปี จนขนานนามให้เป็น “โกลเด้นวีก” ที่ทำรายได้มหาศาลในแต่ละปี

ก่อนหน้าวิกฤตโควิดจะส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วง การท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ทองนี้ ก่อให้เกิดรายได้มากถึง 650,000 ล้านหยวน หรือราว 91,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2019 สูงกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ถึงกว่า 25%

แต่การท่องเที่ยวในช่วงโกลเด้นวีกปีนี้ กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทำให้รายได้รวมจากการท่องเที่ยวภายในประเทศของจีนต่อปีลดลงมหาศาลเหลือเพียง 40,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ถึงครึ่งของระดับรายได้ก้อนเดียวกันก่อนหน้าวิกฤตโควิด

ปัญหาก็คือภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศของจีนเป็นภาคอุตสาหกรรมสำคัญไม่น้อยของประเทศ รายได้จากการท่องเที่ยวนี้คิดสัดส่วนแล้วสูงเกือบ 30% ของรายได้จากการบริโภคของชาวจีนทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการการท่องเที่ยวภายในประเทศของช่วงโกลเด้นวีกปีนี้ ไม่ใช่เรื่องชวนให้ประหลาดใจแต่อย่างใด มาตรการ “ซีโร่-โควิด” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนพากันหวาดกลัว ซ้ำเติมด้วยการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นที่ไหหลำ เกาะท่องเที่ยวสำคัญของนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวติดค้างอยู่ที่นั่นมากถึง 80,000 คนเมื่อเดือนสิงหาคม

Advertisment

และที่คาบเกี่ยวกับเทศกาลหยุดยาวก็คือ การประกาศล็อกดาวน์ “สิบสองปันนา” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งบริเวณชายแดนต่อเนื่องกับลาวและเมียนมา อย่างกะทันหัน เมื่อพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวดเดียว 27 รายที่นั่น

คลิปวิดีโอที่เป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่และตำรวจท้องถิ่นในสภาพอาวุธครบมือป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นเครื่องบินออกจากที่นั่น กลายเป็นไวรัลแพร่หลายไปทั่วโลกโซเชียลของจีน

โดยรวม ๆ แล้ว การเดินทางท่องเที่ยวของชาวจีนในช่วงโกลเด้นวีกที่ผ่านมามีเพียง 422 ล้านคน ลดลงมากถึง 18% จากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่ยังมีการแพร่ระบาดหนักด้วยซ้ำ

Trip.com เอเยนซี่ท่องเที่ยวออนไลน์ใหญ่ที่สุดของจีน ชี้ให้เห็นว่า ชาวจีนเลือกที่จะฉลองวันหยุดยาวปีนี้ด้วยการพักอยู่กับบ้าน หรือเลือกแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้าน ซึ่งใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ให้มากที่สุด ทำให้การเดินทางระยะสั้นใน
ท้องถิ่นเพิ่มขึ้นมาก และคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 65% ของจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงโกลเด้นวีกที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขการใช้จ่ายในระหว่างการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 30% อีกด้วย

Advertisment

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้บรรดาแหล่งท่องเที่ยวในเมืองของภูมิภาคที่มั่งคั่งได้รับผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ ตัวอย่างเช่น ไห่ฉาง โอเชียน ปาร์ก ของนครเซี่ยงไฮ้ มีนักท่องเที่ยวแห่กันเข้าไปท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ดึงปริมาณนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้นสู่ระดับ 90% ของเมื่อปี 2019 ก่อนการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวก็ยังไม่สามารถกอบกู้ภาพรวมของการท่องเที่ยวภายในประเทศและภาคการบริการต่อเนื่องกับการท่องเที่ยวของจีนได้

ตัวเลขการใช้จ่ายโดยรวมของการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงโกลเด้นวีกลดลงมาเหลือเพียง 287,000 ล้านหยวน หรือราว 40,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการลดลงอย่างฮวบฮาบถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน ซึ่งเป็นผู้แถลงตัวเลขเหล่านี้เมื่อ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุด้วยว่า ถ้าหากนำไปเทียบกับระดับการท่องเที่ยวในสัปดาห์ทองคำเมื่อปี 2019 ถือว่าลดลงไปมากถึง 56%

ข้อมูลของ Meituan ผู้ให้บริการฟู้ดดีลิเวอรี่ระบุว่า ในช่วง 5 วันแรกของเทศกาลวันหยุดยาว ผู้บริโภคมากกว่า 77% ที่เข้ามาใช้งานบนแพลตฟอร์ม เป็นการใช้งานสั่งซื้อออนไลน์ภายในท้องถิ่นทั้งหมด ซึ่งทำให้ยอดสั่งซื้อภายในท้องถิ่นสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันในปี 2019 ถึง 52%

ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมสำคัญอื่น ๆ ของจีนกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการผลิต

การทรุดตัวลงของการท่องเที่ยวในประเทศของจีน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของภาคการบริโภคภายในประเทศจึงกลายเป็นปัจจัยลบ ก่อความกังวลให้เพิ่มมากขึ้นสำหรับเศรษฐกิจโดยรวมของจีนในเวลานี้ว่า อาจกำลังเผชิญปัญหาหนักกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้ไม่น้อยทีเดียว