เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 5% ประกาศระดมทรัพยากรพัฒนาเทค เพื่อพึ่งพาตนเองและชนะสหรัฐ

06 มี.ค. 2566 | 18:47น.
จีนประกาศเป้าเศรษฐกิจ 2566

รัฐบาลจีนประกาศเป้าเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่เติบโต 5% ประกาศจะระดมทรัพยากรทั้งหมดของประเทศ และระดมความร่วมมือของภาคธุรกิจในการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้จีนพึ่งพาตนเองได้ และเอาชนะสหรัฐในสงครามเทคโนโลยี

ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress : NPC) ประจำปี 2566 ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 มีหลายวาระ หลายเรื่อง หลายเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ทั้งการประกาศเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจ แผนการทำงานของรัฐบาล นโยบายในด้านต่าง ๆ ฯลฯ 

ปีนี้รัฐบาลจีนประกาศเป้าหมายการเติบโตของจีดีพีไว้ที่ +5% ซึ่งไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงหากเทียบกับค่าเฉลี่ยการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในช่วงก่อนโควิด-19 แต่ก็เป็นตัวเลขที่สูงกว่าภาพรวมของเศรษฐกิจโลกและประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ 

Global Times สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า รัฐบาลจีนตั้งเป้าโต 5% โดยประเมินจากการฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจหลังจากประกาศยกเลิกมาตรการปลอดโควิด (Zero Covid Policy) ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเติบโตอย่างมีคุณภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ 

หลี่ เค่อเฉียง (Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันรายงานต่อสภาประชาชนแห่งชาติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคมว่า สิ่งที่จีนต้องให้ความสำคัญที่สุดในปีนี้คือ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และติดตามการฟื้นตัว-เติบโตของเศรษฐกิจไปพร้อมกัน 

นักวิเคราะห์มองว่า แม้ว่าเป้าหมายการเติบโต 5% จะเป็นเป้าที่ต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่ตัวเลขนี้ก็ยังทำให้จีนจะยังคงเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจหลักที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถูกคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าจะชะลอตัวลงอีกในปีนี้ และประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกำลังต่อสู้กับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย 

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนกล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีแนวโน้มที่จะดีกว่าเป้าหมาย แม้ว่าจะเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายจากภายนอกหลายอย่าง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และมีเครื่องมือเชิงนโยบายที่เพียงพอต่อการจัดการกับความเสี่ยงและความท้าทายที่ต้องเผชิญ 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) รัฐบาลจีนให้คำมั่นว่าจะรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดของประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อให้จีนพึ่งพาตนเองในด้านเทคโนโลยีให้ได้ และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะปกป้องรักษาความก้าวหน้าที่สำคัญในด้านต่าง ๆ ที่จีนมีเอาไว้เป็นอย่างดี (เช่น เซมิคอนดักเตอร์) ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐที่ขยายเพิ่มระดับขึ้น

ในการนำเสนอรายงานการทำงานของรัฐบาลต่อสภา นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ที่กำลังจะลงจากตำแหน่งได้ย้ำถึงข้อเรียกร้องให้มี “ยุทธศาสตร์ทั้งประเทศ” เพื่อให้จีนก้าวล้ำหน้าสหรัฐในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและเทคโนโลยีขั้นสูง 

“ควรมีการปรับปรุงพัฒนาระบบใหม่สำหรับการระดมทรัพยากรทั่วประเทศ … เราควรใช้ประโยชน์จากบทบาทของรัฐบาลในการรวบรวมทรัพยากรเพื่อสร้างความก้าวหน้าที่สำคัญทางเทคโนโลยี และองค์กรภาคธุรกิจควรเป็นผู้เล่นหลักในการสร้างนวัตกรรม” หลี่ เค่อเฉียงกล่าว 

สี จิ้นผิง กับหลี่ เค่อเฉียง
สี จิ้นผิง กับหลี่ เค่อเฉียง ในการประชุม NPC เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566/ AFP/ NOEL CELIS


คำปราศรัยต่อสภาของนายกรัฐมนตรีจีน รวมถึงเสียงเรียกร้องจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งสัญญาณให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำระดับสูงที่ต้องการจะทำลายจุดอ่อน เพื่อชิงความได้เปรียบในสงครามเทคโนโลยีกับสหรัฐ ซึ่งจุดอ่อนของจีนในกรณีนี้คือ เทคโนโลยีหลักในการผลิตชิป และเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องยนต์ไอพ่น (jet engine) ซึ่งจีนขาดแคลน ขณะที่สหรัฐและประเทศอื่น ๆ ครอบครองอยู่  

นายกฯ หลี่กล่าวว่า จีนควรสนับสนุนให้เอกชนร่วมมือกันดำเนินการในแผนแม่บทและโครงการต่าง ๆ ที่สำคัญของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ไขจุดอ่อนของประเทศ เพื่อตอบโต้ความพยายามจากภายนอกในการสกัดการพัฒนาของจีน ซึ่งทำได้ผลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จีนควรจะรวบรวมทรัพยากรที่มีคุณภาพและใช้ความพยายามร่วมกันเพื่อบรรลุความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในสาขาที่สำคัญในอนาคต 

ในช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ จีนได้ทุ่มลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมชิปอย่างหนัก แต่ก็เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายเพียงเล็กน้อย ด้วยความที่บริษัทระดับประเทศต่างโดนกีดกันและขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐ อย่าง Huawei และ Semiconductor Manufacturing International Corp. (SMIC) ต้องพยายามดิ้นรนในการพัฒนาเทคโนโลยีชิปหลังจากโดนสหรัฐขึ้นบัญชีดำ ขณะที่บริษัท Yangtze Memory Technologies Co. ซึ่งเป็นบริษัทที่เก่งที่สุดของจีนในด้านการผลิตชิปหน่วยความจำสำหรับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ ก็ประสบปัญหาการขยายกำลังการผลิตหลังจากโดนสหรัฐคว่ำบาตร แม้ว่าจะได้รับทุนจากรัฐบาลเพิ่มเติมก็ตาม 

เมื่อปีที่แล้ว สี จิ้นผิง พยายามจะสู้สหรัฐโดยสั่งให้พรรคคอมมิวนิสต์ควบคุมวาระงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้มากขึ้น เป็นการปูทางไปสู่การสร้างผู้ควบคุมที่มีอำนาจมากยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ 

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของจีน 2 คนได้เขียนบทความแนะนำรัฐบาลว่า ควรจะสร้างสิทธิบัตรของจีนเกี่ยวกับการผลิตชิปรุ่นต่อไปไว้ในพอร์ตโฟลิโอของตัวเองจำนวนมาก ๆ ซึ่งจะทำให้จีนบรรลุความทะเยอทะยานด้านการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ และมีกำลังตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐที่ออกแบบมาเพื่อตัดมือตัดเท้าเซมิคอนดักเตอร์จีนด้วย