เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

ค้าปลีกสหรัฐ ฝุ่นตลบ งัดแผนรับมือเศรษฐกิจถดถอย

24 มี.ค. 2566 | 07:51น.
ค้าปลีกสหรัฐ
คอลัมน์​ : Market Move

แม้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่หากดูบรรยากาศในร้านค้าหลายแห่งจะพบว่าเริ่มคล้ายคลึงกับช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยเข้าไปทุกที โดยเฉพาะพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามกระแส “rolling recessions” หรือสภาพที่แม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่เข้าข่ายถดถอย แต่หลายธุรกิจ-อุตสาหกรรมกับประสบภาวะถดถอย

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ขณะนี้ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา อาทิ โครเกอร์ (Kroger) ซึ่งดำเนินธุรกิจมานานกว่า 140 ปี และมีสาขา 2,849 แห่งทั่วสหรัฐ เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้ามาช็อปในร้านค้าของตน โดยเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คูปองส่วนลดมากขึ้น การเปลี่ยนมาซื้อสินค้าไพรเวตแบรนด์ที่ราคาถูกกว่าแบรนด์เนม การซื้อวัตถุดิบไปทำอาหารเองที่บ้าน ฯลฯ

“พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนว่า ตอนนี้ผู้บริโภคสหรัฐปฏิบัติตัวเหมือนกำลังอยู่ในยุคเศรษฐกิจถดถอยไปแล้ว” รอดนีย์ แม็กมูเลน ซีอีโอของโครเกอร์กล่าว

ปรากฏการณ์ที่เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ทำให้บรรดาผู้ค้าปลีกเริ่มนำยุทธศาสตร์สำหรับรับมือภาวะเศรษฐกิจถดถอยมาใช้แบบไม่ต้องรอให้รัฐบาลคอนเฟิร์มก่อน ไม่ว่าจะเป็นทาร์เก็ต (target) ที่เพิ่มสัดส่วนอาหารและของจำเป็นสำหรับครัวเรือนเพื่อกระตุ้นจำนวนลูกค้า

ด้านเมซีส์ (Macy’s) และวอลมาร์ต (Walmart) พยายามกระตุ้นการขายในกลุ่มลูกค้าขาประจำ ส่วนเบสต์บาย (Best Buy) และรายอื่น ๆ เดินสายหาสินค้าใหม่ล่าสุดและสินค้าไพรเวตแบรนด์มาเข้าร้าน หวังช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องพึ่งโปรโมชั่นลดราคา

การเพิ่มสต๊อกสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภคที่ผู้บริโภคต้องซื้อเป็นประจำโดยไม่คิดมาก อาทิ นม กระดาษอเนกประสงค์ ฯลฯ เป็นหนึ่งในมาตรการที่ค้าปลีกหลายรายเริ่มนำมาใช้ เพื่ออาศัยการซื้อด้วยความเคยชินมารับมือกับแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่าย

โดยทาร์เก็ตถึงกับยอมรับว่า ขณะนี้บริษัทปรับสัดส่วนไลน์สินค้าให้มีกลุ่มอาหารและของใช้ในบ้านมากขึ้นแทนสินค้าฟุ่มเฟือยแบบชัดเจน เห็นได้ชัดเจนจากรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่สต๊อกสินค้าฟุ่มเฟือยลดลงไปถึง 13% ในขณะที่ภาพรวมสต๊อกสินค้าลดลงเพียง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

เนื่องจากประเมินว่า ในปีงบฯ 2566 นี้จะทำยอดขายโดยรวมได้เพียงทรงตัว หรือลดลงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ยอดขายร้านเดิมอาจจะลดลงระดับเลขหลักเดียว หรือหากโตก็แค่เพียงเลขหลักเดียวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ของชำจะยังขายดีแต่มีความท้าทายอยู่ โดยวอลมาร์ตซึ่งได้ชื่อว่ามีรายได้จากสินค้าของชำมากที่สุดในวงการค้าปลีกสหรัฐ ก็ยังประสบความท้าทายเนื่องจากแม้เหมือนกำลังได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์นี้ หลังพอร์ตของชำราคาจับต้องง่ายช่วยดึงผู้บริโภคจากทุกกลุ่มรายได้ตั้งแต่ระดับแมสไปจนถึงครัวเรือนที่มีรายได้ระดับ 1 แสนดอลลาร์สหรัฐต่อปีมาจับจ่ายอย่างคึกคัก

แต่ข้อเสียของการขายสินค้าของชำเริ่มแสดงให้เห็นชัดเจนขึ้นเช่นกัน นั่นคือระดับกำไรที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับสินค้าอื่น ๆ

“จอห์น เดวิส เรนนี” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของวอลมาร์ต ยอมรับกับนักลงทุนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ยอดขายที่มีจากกลุ่มของชำในระดับสูงมากนี้กลับส่งผลลบกับสัดส่วนกำไรของบริษัท

สถานการณ์ที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ นี้ทำให้ผู้ค้าปลีกหลายรายเริ่มหันไปหากลุ่มลูกค้าขาประจำที่มีลอยัลตี้หรือความจงรักภักดีต่อแบรนด์สูง ด้วยหลายกลยุทธ์ เช่น ต่อยอดโปรแกรมสมาชิกโดยเพิ่มสถานะพิเศษที่ต้องจ่ายเงินรายเดือน

โดยวอลมาร์ตเปิดตัวโปรแกรม วอลมาร์ตพลัสราคา 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (3,340 บาท) หรือ 12.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (441 บาท) เช่นเดียวกับรายอื่น ๆ อย่าง เบสต์บาย ที่เปิดมีโปรแกรมราคา 199.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (6,816 บาท) หรือลูลูเลมอนแบรนด์สินค้ากีฬาที่มีทั้งสมาชิกแบบฟรีและจ่ายรายเดือน

ขณะเดียวกัน แม้จะไม่น่าเชื่อแต่ผู้บริโภคชาวสหรัฐต่างเปิดรับกลยุทธ์ที่ทำให้ตนต้องจ่ายเพิ่มนี้ด้วย เห็นได้จากกรณีของคอสโก้ (costco) ที่สมาชิกหันมาอัพเกรดเป็นระดับที่ต้องจ่ายรายปีกันมากขึ้น “ริชาร์ด กาลานติ” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของคอสโก้ เปิดเผยว่า ตอนนี้บริษัทมีฐานสมาชิกที่จ่ายค่ารายเดือนระดับพรีเมี่ยมถึง 30.6 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งคิดเป็น 45% ของฐานสมาชิกทั้งหมด และยังเป็นกลุ่มที่สร้างยอดขายมากถึง 73% ของยอดขายทั่วโลกอีกด้วย

การที่สมาชิกระดับพรีเมี่ยมสร้างยอดขายปริมาณมากนี้ไปในทิศทางเดียวกับเมซีส์ซึ่งยอดขายจากสมาชิกระดับพรีเมี่ยมคิดเป็น 70% ของการเติบโตของยอดขายร้านเดิมทั้งแบรนด์ของบริษัทของคู่ค้า ไม่เพียงเท่านั้นสมาชิกกลุ่มยังจับจ่ายมากขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนด้วย

ด้านโครเกอร์เปิดเผยว่า สมาชิกมักใช้จ่ายมากกว่าลูกค้าขาจรถึง 10 เท่า ทำให้ขณะนี้ต้องพยายามดึงขาจรมาเป็นสมาชิกด้วยรางวัล และการสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบเฉพาะบุคคล

นอกจากระบบสมาชิกพรีเมี่ยม สินค้าไพรเวตแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่า ราคาจับต้องง่าย เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ค้าปลีกนำมาใช้รับมือสภาวะถดถอย โดยทาร์เก็ตตั้งเป้าเปิดตัวและขยายไลน์สินค้าไพรเวตแบรนด์อีกกว่า 10 แบรนด์ในปีนี้

ส่วนโครเกอร์เปิดตัวสมาร์ท เวย์ ไพรเวตแบรนด์ที่เน้นขายสินค้าพื้นฐานอย่างขนมปังแผ่น ซอสมัสตาร์ดในราคาถูกที่สุด ด้านเบสต์บายเน้นใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ล่าสุด เช่น โทรศัพท์มือถือ และเครื่องเกมมาเป็นแม็กเนต “โครี แบรี” ซีอีโอของเบสต์บาย กล่าวว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีวงรอบในการอัพเกรด หรือสำหรับเครื่องเกมจะมีเกมใหม่ออกมาตลอด ทำให้มีดีมานด์สม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี

นอกจากนี้ บรรดาค้าปลีกยังปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำโปรโมชั่นด้วย โดยลดการหว่านแหวงกว้าง หันมาทำแบบเฉพาะกลุ่ม-พื้นที่มากขึ้น เช่น ส่งส่วนลดเฉพาะสินค้าที่ผู้บริโภครายนั้นค้นหาบ่อย ๆ รวมถึงเพิ่มเงื่อนไขต่าง ๆ เข้าไปเพื่อให้ผู้ค้าได้ประโยชน์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ไนกี้เพิ่มเงื่อนไขการส่งสินค้าฟรีต่อเมื่อลูกค้ายอมสมัครสมาชิกและให้แบรนด์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว หรือแอมะซอนที่เพิ่มเงื่อนไขส่งฟรีเมื่อมียอดซื้อตั้งแต่ 150 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป (5,112 บาท) เป็นต้น

จากนี้ต้องรอดูว่ายุทธศาสตร์หลากหลายรูปแบบที่บรรดาค้าปลีกสหรัฐนำมาใช้รับมือสภาพเศรษฐกิจถดถอยแบบล่วงหน้าในครั้งนี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีกสหรัฐ สหรัฐอเมริกา