เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ส่งออกแป้งมันอ่วม ชอร์ตซัพพลายหนักสุดรอบ 35 ปี

06 ก.พ. 2566 | 09:12น.
อนุวัฒน์ ฤทัยยานนท์
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

แป้งมันสำปะหลังหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศในปี 2566 กำลังประสบภาวะวิกฤตชอร์ตซัพพลายวัตถุดิบ โดยปริมาณผลผลิตที่เคยออกสู่ตลาดหายไป 70% อีกทั้งคู่ค้าตลาดหลักกดราคารับซื้อ ทำให้คาดว่าผู้ประกอบการอาจจะประสบภาวะขาดทุนถึง 1,000 ล้านบาท “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายอนุวัฒน์ ฤทัยยานนท์” นายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย

มันขาดตลาดหนัก

สมาคมได้ร่วมคณะสำรวจซึ่งประกอบด้วย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่สำรวจผลผลิตมันสำปะหลัง ซึ่งปกติจะมีการสำรวจทุก 3 เดือน โดยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ประเมินเบื้องต้นว่าจะมีผลผลิต 35 ล้านตัน แต่สถานการณ์ขณะนี้ก็ยังไม่มีการอัพเดตข้อมูลว่ามันสำปะหลังออกสู่ตลาดแท้จริงเท่าไร

ทุกปีผลผลิตมันจะออกมามากที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม แต่จากการติดตามและรับซื้อผลผลิตหัวมันสดของผู้ประกอบการแป้งมัน พบว่า ช่วงนี้เกิดภาวะชอร์ตผลผลิตเข้าสู่โรงงานน้อยลง บางช่วงไม่มีผลผลิตเข้ามาเลย ปกติแล้วช่วงนี้ 4-5 เดือนเฉลี่ยผลผลิตจะออกมาปริมาณ 5-6 แสนตันต่อเดือน แต่พบว่ามีผลผลิตออกมาประมาณ 4-5 แสนตันต่อเดือน

“ปกติแล้วช่วงนี้ชาวไร่จะนำมันสำปะหลังทั้งมันเส้น หัวมันสดเข้ามาขายให้กับลานเท โรงแป้งมัน จนทำให้หน้าโรงงานแป้งมัน ลานเท ติดคิวเพื่อรอเข้ามาขายมัน แต่เวลานี้กลับไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเลยโรงงานแป้งมัน ลานเท ไม่มีมันสำปะหลังเข้ามาขาย เกิดภาวะชอร์ต ไม่มีมันเข้าระบบ”

“ผมอยู่ในวงการนี้มา 35-36 ปี ไม่เคยเห็นว่าช่วงนี้มันสำปะหลังจะเกิดภาวะชอร์ตตลาด มันหายไปจากระบบ จากที่โรงงานที่เปิดกำลังการผลิตช่วงนี้ 100% แต่ปัจจุบันพบว่ากำลังการผลิตลดลงมาอยู่ที่ 30% เพราะไม่มีผลผลิตเข้าโรงงาน”

ต้นเหตุชอร์ตซัพพลาย

ต้นเหตุที่ทำให้วัตถุดิบขาด คาดว่าเป็นผลมาจากในช่วงก่อนหน้าชาวไร่ได้นำมันสำปะหลังอายุ 6 เดือนเข้ามาขายล่วงหน้า เนื่องจากช่วงนั้นราคามันดี ชาวไร่เร่งขุดออกมาขายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับช่วงนั้นมีปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ประมาณ 12 ล้านไร่ ทำให้ผลผลิตเสียหาย แม้ว่าจะมีการเพิ่มพื้นที่ปลูก จาก 8-9 ล้านไร่ เป็น 10 ล้านไร่

แต่เกิดปัญหามันเน่าเป็นจำนวนมาก และปัญหาผลผลิตต่อไร่ก็ลดลง จากที่ควรจะได้ 3 ตันต่อไร่ แต่ได้เพียง 2.6-2.7 ตันต่อไร่ ขณะที่ปัญหาเดิมจากโรคใบด่าง เสียหายกว่า 1 ล้านไร่ ยังไม่ได้รับการแก้ไข และปีนี้กลัวว่าจะกลับมารุนแรงอีกครั้ง เพราะหากมีปัญหาภัยแล้ง จากปัจจัยต่าง ๆ คาดว่าผลผลิตที่ประเมินก่อนหน้านี้ที่ 35 ล้านตัน อาจจะไม่ถึงคาดว่าอยู่ที่ 23-24 ล้านตัน ซึ่งจะหายออกจากระบบประมาณ 20-30%

แย่งซื้อหัวมันสดวุ่น

ความต้องการหัวมันสดในประเทศ คาดว่าอยู่ที่ 29,890,343 ตัน แต่จากการติดตามผลผลิตที่คาดว่าจะไม่ได้เป็นตัวเลขที่ประเมินไว้จากปัญหาน้ำท่วม ชาวไร่เร่งขุดมันอายุ 6 เดือนออกมาขายไปก่อนหน้านี้ ปกติแล้วต้องอายุ 9 เดือน ซึ่งหัวมันจะใหญ่เชื้อแป้งจะเยอะ

รวมไปถึงปัญหาอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะอยู่ที่ 23,769,183 ตัน ซึ่งผลผลิตที่ออกมาน้อยกว่าความต้องการไปถึง 6,121,159 ตัน ทำให้ปีนี้ผู้ส่งออกแป้งมัน โรงแป้งอาจจะต้องเจอปัญหาแย่งซื้อมันสำปะหลังอายุสั้น เพื่อที่จะมีวัตถุดิบเพื่อมาผลิตสินค้าในการส่งออกแป้งมันให้กับลูกค้า

“แม้จะแย่งซื้อมันสำปะหลังกับกลุ่มแป้งมันกันเอง หรือผู้ส่งออกมันเส้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ราคาสูงเกินไปมากนัก เพราะหากซื้อราคาสูงเกินราคาหรือกลไกตลาด ก็อาจจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและสินค้าได้ เพราะคู่แข่งตลาดสำคัญของไทย คือ เวียดนาม

ซึ่งก็เผชิญปัญหาเดียวกัน แต่ผู้ส่งออกมันเส้นยังมีทางเลือกสามารถนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา สปป.ลาวได้ แต่สำหรับกลุ่มแป้งมันที่ต้องใช้หัวมันสดที่ขุดขึ้นมาภายใน 3 วันจะต้องส่งถึงหน้าโรงงาน เพื่อให้ได้แป้งที่มีคุณภาพ ทำให้เรานำเข้าหัวมันสดจากเพื่อนบ้านไม่ได้”

ต้นทุนรับซื้อพุ่ง 3.50 บาท/กก.

ผู้ส่งออกแป้งมันหรือรวมไปถึงผู้ส่งออกมันเส้น เห็นว่าราคามันสำปะหลังราคาดีขึ้นไปเฉลี่ย 3.50-3.60 บาทต่อกิโลกรัม เชื้อแป้งที่ 25% ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการดีใจที่ชาวไร่ขายมันได้ราคา เพราะชาวไร่มีรายได้ก็จะยังปลูกพืชนั้นต่อ ไม่หันไปปลูกอย่างอื่น ราคานั้นผู้ประกอบการอย่างเราก็อยู่ได้

แต่ปัญหาตอนนี้เราถูกกดราคา ชะลอคำสั่งซื้อ จากผู้นำเข้าเพราะมองว่าผลผลิตออกเยอะราคาต้องลง แต่ความเป็นจริงผลผลิตออกน้อย ต้นทุนเพิ่มขึ้น ราคาที่ขายไม่สามารถขายได้ในราคาตลาดที่แท้จริงต้องขายในราคาต้นทุนหรือยอมขาดทุนเพื่อให้ขายสินค้าได้

ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมแป้งมัน ซึ่งมีสมาชิกในสมาคมประมาณ 100 ราย คาดว่าจะขาดทุน 1,000 ล้านบาท เพราะเราไม่สามารถขายสินค้าตามต้นทุนหรือราคาตลาดที่แท้จริง เพราะผู้นำเข้าบางรายก็ให้เหตุผลว่า ผลผลิตที่มีการรายงานจากหน่วยงานของภาครัฐ ยืนยันตัวเลขว่าผลผลิตจะออกมา 35 ล้านตัน แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันผลผลิตหายออกไปจากตลาดมากเกือบถึง 10 ล้านตัน

ทำให้ผู้นำเข้ารอดูสถานการณ์ราคา ชะลอการรับซื้อ รวมไปถึงกดราคา ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ ผู้ประกอบการขาดทุน ขาดสภาพคล่อง ก็มีโอกาสที่การรับซื้อมันสำปะหลังภายในประเทศออกจะชะลอตัว หรือมีโอกาสหยุดรับซื้อได้

“เรานำหัวมันสดเพื่อนำมาแปรรูปเป็นแป้งมันจากปกติ 4-5 ตัน แต่ตอนนี้ต้องเพิ่มขึ้นมาเป็น 5-6 ตันกว่า เพื่อให้ได้แป้งมันที่ต้องการ ต้นทุนรับซื้อก็เพิ่มขึ้น ตอนนี้ค่าไฟก็สูง ขนส่งก็เพิ่มขึ้น ก็ล้วนเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้น แต่การขายกลับต้องขายในราคาต้นทุน หรือราคาถูกลงบ้าง

เพื่อให้ผู้ซื้อยังคงซื้อสินค้า และการเก็บสต๊อกแป้งมันไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน สามารถเก็บได้แค่ 6 เดือน หากมากกว่านั้น คุณภาพของแป้งมันก็ไม่ได้ ขายไม่ได้ ซึ่งก็เป็นปัญหาเราก็ต้องขายไปในราคาที่รับได้หรือขาดทุน”

แนวโน้มส่งออก

การส่งออกแป้งมันปีนี้จะอยู่ที่ 4.5 ล้านตัน เทียบเท่าปีที่ผ่านมา แป้งมันสำปะหลังของไทย 50% ส่งออกเข้าไปในตลาดจีน ส่วนอีก 50% ส่งออกทั่วโลกทั้งสหรัฐ ยุโรป เอเชีย เป็นต้น ซึ่งความต้องการแป้งมันยังคงมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมที่ต้องการ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมกระดาษ โดยตลาดยังมีความต้องการและนำเข้า

โดยคู่แข่งสำคัญของตลาดแป้งมัน คือ เวียดนาม ซึ่งปีนี้ก็ผลักดันการส่งออกเช่นกัน รวมไปถึงเร่งนำเข้ามันจากประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศเพื่อนบ้านก็มีปัญหาเรื่องของผลผลิตน้อยอยู่แล้ว ก็ส่งผลให้แข่งขันราคารับซื้อยอมซื้อในราคาที่สูง ก็ทำให้ส่วนใหญ่ก็ส่งเข้าเวียดนาม

ราคาขายตอนนี้ FOB อยู่ที่ 480-500 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมาขายอยู่ที่ 420-430 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาที่ขายในตอนนี้ถือว่าเป็นราคาต้นทุนที่ผู้ส่งออกขายให้กับผู้นำเข้า อย่างไรก็ดี ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานผลผลิตที่แท้จริงเพื่อที่จะได้ให้ราคาขายเป็นไปตามต้นทุนและกลไกตลาด เพราะต้องยอมรับว่าผู้นำเข้าเชื่อข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวเลขอ้างอิงในการประเมินและรับซื้อสินค้า