ค้าภายใน ถก 3 สมาคมปุ๋ย ยันปรับลดราคาปุ๋ยแล้ว ชี้ปุ๋ยยูเรีย ลด 20%
กรมการค้าภายในถก 3 สมาคมปุ๋ยเคมี ยืนยันมีการปรับลดราคาปุ๋ยเคมีจากต้นทางแล้ว หลังราคาต้นทุนนำเข้าลดต่อเนื่อง ขอให้กำชับยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ขายปุ๋ยเคมีปลายทางลดลงให้สอดคล้อง ชี้เฉพาะปุ๋ยยูเรียลดแล้ว 20%
วันที่ 29 กันยายน 2565 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือสถานการณ์สินค้าปุ๋ยเคมี ร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร ว่า
ขณะนี้ราคาปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่มีการใช้มาก ราคาปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค. 2565 ที่เป็นช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุด จนถึงปัจจุบันราคาปรับลดลงมาแล้วประมาณ 20% จึงได้ขอความร่วมมือให้สมาคมกำชับไปยังยี่ปั๊ว ซาปั๊ว และเอเย่นต์จำหน่ายปุ๋ยเคมี ให้ขายในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุน ห้ามฉวยโอกาสขายในราคาแพงกว่าต้นทุน
“สมาคมและผู้ผลิตปุ๋ยเคมีได้ยืนยันว่าราคาปุ๋ยเคมีตลาดโลก ได้ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง และจะช่วยกำชับให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว และเอเย่นต์จำหน่ายปรับลดราคาให้สอดคล้อง เพราะต้นทุนที่ออกจากโรงงานได้ลดราคาลงมาแล้ว ปลายทางก็ต้องลดลงมาด้วย
โดยกรมจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป หากพบมีการฉวยโอกาส ไม่ปรับลดราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน จะดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด มีโทษสูงสุดจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายวัฒนศักย์กล่าว
ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นปุ๋ยที่เกษตรกรใช้มาก ราคาเคยขึ้นไปสูงสุดประมาณ 1,600 บาทต่อกระสอบ ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 1,300 บาทต่อกระสอบ
นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยโพแทส และปุ๋ยฟอสเฟต ไม่มีปัญหาขาดแคลน เพราะได้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาช่วยและสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยประสานกับผู้ผลิตปุ๋ยในซาอุดีอาระเบีย จำหน่ายปุ๋ยให้ไทยในราคาพิเศษ ซึ่งเกษตรกรมั่นใจได้ว่าฤดูกาลผลิตที่จะถึงนี้จะมีปุ๋ยเพียงพออย่างแน่นอน
ส่วนราคาจำหน่ายก็ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสมาคมพร้อมที่จะร่วมมือกับกรมการค้าภายใน ในการกำชับให้สมาชิกปรับลดราคาลงมาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ลดลง เพื่อไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ และคาดว่าราคาปุ๋ยในระยะต่อไปคงจะไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา
เพราะขณะนี้ทางฝั่งยุโรปไม่ได้เป็นฤดูกาลเพาะปลูก ทำให้ปริมาณปุ๋ยมีเกินความต้องการ แต่ยังต้องจับตาสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังยืดเยื้อ และอาจมีผลกระทบต่อราคาก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นที่มาของปุ๋ยเคมี อาจจะทำให้ปุ๋ยเคมีราคาสูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นต้นทุนสำคัญที่จะเพิ่มขึ้น เพราะปุ๋ยเคมีต้องนำเข้า