Skip to content

เกรดต่ำกว่า 2.5 ไม่ควรรับทำงาน

01 ก.ย. 2566 | 07:14น.
เกรดต่ำกว่า 2.5 ไม่ควรรับทำงาน
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

จะว่าไปแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องของความคิด และความเชื่อของคนก็ว่าได้นะครับ ไม่ว่าคนคนนั้นจะอายุมากน้อยแค่ไหน หรือจะอยู่ในตำแหน่งอะไร แต่ละคนจะมีความคิด และความเชื่อเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

ความเชื่อในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน

เมื่อคนที่เป็นผู้บริหารมีความเชื่อว่าถ้าผู้สมัครงานคนไหนตอนสมัยเรียนมีเกรดเฉลี่ยสูง แสดงว่าคนคนนั้นเป็นคนเรียนเก่ง เป็นคนรับผิดชอบกับตัวเองดี ทำให้ผลการเรียนออกมาดี เมื่อรับคนแบบนี้เข้ามาทำงาน ต้องมีความรับผิดชอบในงาน ต้องเป็นคนที่ทำงานได้ดี และจะทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าดีตามไปด้วย

จากความเชื่อแบบนี้เลยมากำหนดหลักเกณฑ์ในการรับสมัครเองไว้คือ

องค์กรจะรับผู้สมัครที่จบใหม่ (ไม่มีประสบการณ์ทำงาน) ต้องมีเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไปเท่านั้น ถ้าใครมีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่านี้ บริษัทจะไม่รับเข้ามาเป็นพนักงานประจำ ถ้าผู้สมัครอยากทำงานกับองค์กรก็จะเป็นได้เพียงพนักงานสัญญาจ้าง (พนักงานชั่วคราว) รายปี โดยทำสัญญาปีต่อไป

เมื่อมีกฎเกณฑ์แบบนี้ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติตามมาคือ

องค์กรรับ น.ส. A เข้ามาเป็นพนักงานชั่วคราว (ทำสัญญาแบบปีต่อปี) เนื่องจากจบด้วยเกรดเฉลี่ย 2.4 กว่า ๆ ปรากฏว่าเวลาผ่านไปประมาณ 2 ปี น.ส. A เป็นคนทำงานดี ผลงานดีเป็นที่พอใจของหัวหน้า และคนที่ทำงานด้วยในองค์กร หัวหน้าก็แจ้งมาที่ HR ว่าพอจะมีทางบรรจุ น.ส. A เป็นพนักงานประจำได้หรือไม่

HR ก็มาถามผมว่าเอาไงดี ?

ผมเลยถามไอเดีย HR ว่าแล้ว HR คิดยังไง คำตอบคือจะแจ้งให้ น.ส. A เขียนใบลาออกแล้วกลับมาสมัครใหม่ เพราะหลักเกณฑ์นี้ไม่ครอบคลุมผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทำงาน !?

แก้ปัญหาแบบศรีธนญชัยดีไหมครับ ?

พอถามต่อว่าแล้วอายุงานล่ะจะนับยังไง คำตอบคือต้องนับหนึ่งกันใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่มาทำสัญญาจ้างเป็นพนักงานประจำ พูดง่าย ๆ คืออายุงานของ น.ส. A จะหายไปประมาณ 2 ปี ผมว่าถ้า HR ทำเรื่องนี้เสนอไปที่ฝ่ายบริหารแล้วได้รับการอนุมัติ คงจะย้อนแย้งกับทั้งแนวคิด และหลักเกณฑ์ของฝ่ายบริหารดีพิลึก และถ้าหากฝ่ายบริหารอนุมัติคงต้องตั้งคำถามกลับไปว่า

1.เกรดเฉลี่ย 2.5 มีผลกับการทำงานของคนจริงหรือ คนที่จบมาด้วยเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.5 คือคนที่ไม่มีความรับผิดชอบในงาน และจะทำงานสู้คนที่จบ 2.5 ไม่ได้จริงหรือ มีผลการวิจัย หรือผลการศึกษาจากหน่วยงานไหนรองรับหรือไม่ หรือมาจากผู้บริหารคิดแบบ halo effect ไปเอง

2.ถ้าองค์กรมีแนวคิดตามข้อ 1 แล้วเหตุใดจึงยังรับผู้สมัครเข้ามาเป็นพนักงานชั่วคราวรายปี เพราะถ้าเชื่อว่าคนที่จบต่ำกว่า 2.5 จะเป็นคนไม่รับผิดชอบในงาน ก็ไม่ควรแม้แต่จะรับเข้ามาเป็นพนักงานชั่วคราว เพราะจะทำให้งานเกิดความเสียหายได้

3.จากกรณีของ น.ส. A จะทำให้ฝ่ายบริหารได้ทบทวนความคิดใหม่ได้ไหมว่าเกรดเฉลี่ยไม่เกี่ยวกับการทำงานของคน เพราะคนที่จะทำงานดีหรือไม่ดี มีความรับผิดชอบมากหรือน้อย จะทำงานแล้วก้าวหน้าประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของตัวบุคคลเป็นหลัก

ซึ่งจะสอดคล้องกับหลักการ competency คือคนที่ทำงานแล้วประสบความสำเร็จคือคนที่มีความรู้ในงาน, มีทักษะในงาน และมีคุณลักษณะภายในสำคัญในงาน (คือมี knowledge skills และ attributes หรือมี KSA) สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับสถาบันที่จบหรือเกรดเฉลี่ยที่จบมาแต่อย่างใด

4.ปัจจุบันองค์กรมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้สมัครที่ดีกว่าการดูเกรดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียวหรือไม่ เช่น การทดสอบข้อเขียนหรือการปฏิบัติที่วัดความรู้ และทักษะในงานสำหรับตำแหน่งต่าง ๆ ได้ว่าผู้สมัครคนไหนมีคุณสมบัติ (หรือมี competency) เหมาะตรงมากที่สุด

5.ถ้าผู้สมัครคนไหนผ่านการทดสอบตามข้อ 4 องค์กรมีการให้ความรู้กับ line manager ในการสัมภาษณ์แบบ structured interview หรือยังรู้จักเทคนิคการสัมภาษณ์ตาม competency (competency base interview-CBI) หรือสัมภาษณ์ตาม job description indicator (JDI) บ้างหรือเปล่า หรือยังคงปล่อยให้มีการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้สมัครแบบจิตสัมผัส (unstructured interview) แล้วใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจคัดเลือกผู้สมัครแบบเปะปะอยู่

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะทำให้คนที่เป็นผู้บริหารอ่านแล้วจะคิดทบทวนหลักเกณฑ์เรื่องเกรดเฉลี่ยดูนะครับ แต่ถ้าอ่านแล้วยังคิดว่านโยบายเดิมแบบนี้เหมาะสมดีแล้ว ก็เอาที่สบายใจละกันครับ