“สมุนไพรวังพรม” สู้ศึกยาหม่องเท 150 ล้านเปิดโรงงานใหม่

วัชรีภรณ์ วังพรม
วัชรีภรณ์ วังพรม

สมุนไพรวังพรม ทุ่มงบฯ 150 ล้าน เปิดโรงงานใหม่ เพิ่มกำลังผลิต รองรับดีมานด์ตลาดไทย-ต่างชาติ มั่นใจผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยแนวโน้มโตอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนาโปรดักต์ ช่องทางขาย กิจกรรมการตลาด หนุนยอดทะลุ 500 ล้าน ในอีก 3 ปี

นางสาววัชรีภรณ์ วังพรม ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด เปิดเผยว่า จากนี้ไปบริษัทมีนโยบายจะขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงวางเป้าให้ผลิตภัณฑ์ของสมุนไพรวังพรม ที่มีทั้งยาหม่องสมุนไพร น้ำมันนวดสมุนไพร ยาดมสมุนไพร และยาแคปซูลสมุนไพร เป็นยาสามัญประจำบ้าน ล่าสุดบริษัทได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ใช้งบประมาณรวม 150 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนใหญ่ในรอบ 20 ปี แบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนพื้นที่ผลิตยาที่เป็นมาตรฐาน GMP/PICs โซนสำนักงาน และโซนที่เป็นโกดังเก็บสินค้า

ช่วงระยะแรกคาดว่าโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตสินค้าสมุนไพรได้เดือนละ 1 ล้านขวด จากเดิมที่เคยผลิตได้ปีละ 6.5 ล้านขวด เพื่อรองรับตลาดในอีก 5 ปี นอกจากทั้ง 3 โซนดังกล่าวยังมีพื้นที่เหลือสำหรับพัฒนาเฟส 2 เป็นโรงงานเครื่องสำอางในอนาคตอีกด้วย

ปัจจุบันยอดขายรวมของสมุนไพรวังพรม หลัก ๆ มาจากกลุ่มยาหม่องสมุนไพร โดยเฉพาะยาหม่องเสลดพังพอนและยาหม่องไพล ทั้ง 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์มีสัดส่วน 93% ของยอดขายสินค้าทั้งหมด โดยปีที่ผ่านมายอดขายกลุ่มสินค้ายาหม่องและน้ำมันนวดเติบโต 12% จากปีก่อน

ทั้งนี้ยอดขายรวมหลัก ๆ มาจากตลาดในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% และจากยอดขายในต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยได้มีการพัฒนาสินค้าจนได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทำให้สามารถเปิดตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น ได้แก่ กลุ่มประเทศ CLMV เกาหลีใต้ จีน รัสเซีย ประเทศกลุ่มคาบสมุทรอาหรับ และปีนี้มีเป้าหมายจะขยายตลาดสู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้ บริษัทมองว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยฯ คาดการณ์ในปี 2566 ที่ผ่านมาว่าตลาดสมุนไพรไทยจะมีมูลค่าตลาดไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท

ขณะที่ Euromonitor คาดการณ์ว่า ในปี 2569 ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 59,500 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากคนยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพและสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงชาวต่างชาติที่ชื่นชอบสมุนไพรไทยเป็นทุนเดิม คาดว่าคนทั่วโลกจะหันมาใช้ยาสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากตลาดอุตสาหกรรมยาทั่วโลกปีนี้มีแนวโน้มจะปรับราคายาขึ้นไปอย่างต่ำ 20% ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยได้รับอานิสงส์ไปด้วย

ปีนี้บริษัทมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรสูตรใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ให้มากขึ้น ทั้งกลุ่มคนรักสุขภาพ-ออกกำลังกาย, กลุ่มผู้สูงอายุ, กลุ่มเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน กลุ่ม Gen X, Y และเริ่มขยายเข้ากลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ First Jobber มากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการขายและกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงการทำการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้ปีนี้จะแตะระดับ 350 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 15% และยอดขาย 500 ล้าน ภายใน 3 ปี


ปัจจุบันช่องทางการจัดจำหน่ายของสมุนไพรวังพรม มีจำหน่ายที่ 7-11 ร้านขายยาโมเดิร์นเทรด Boots, Pure, Save Drug, Lab Pharmacy, Fascino, Lotus, Makro, Tops Care และรวมไปถึงร้านขายยาทั่วไปทั่วประเทศ รวมไปถึงแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada, LineOA และอีคอมเมิร์ซของบริษัททุกช่องทาง ส่วนลูกค้าไทยในต่างประเทศจะซื้อจาก Amazon รวมไปถึง Asian Groceries ในท้องถิ่นต่าง ๆ และร้านนวดไทยในต่างแดน