ต่างชาติแห่ลงทุนโรงแรมญี่ปุ่นสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปี รับโอกาสท่องเที่ยวโตแรง

ท่องเที่ยว ญี่ปุ่น

ด้วยสถานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกของญี่ปุ่น และการท่องเที่ยวที่กำลังบูมหลังกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ กระตุ้นให้การลงทุนธุรกิจโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นบูมไปด้วยในปีนี้

“บลูมเบิร์ก” (Bloomberg) รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก “MSCI Real Assets” เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า นับจากต้นปี 2023 มาถึงปัจจุบัน (YTD) นักลงทุนต่างชาติใช้เงินลงทุนกับธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นไปแล้ว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์หมวดอื่น ๆ ทั่วทั้งทวีปเอเชีย และมากกว่าการลงทุนในธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นตลอดทั้งปี 2022 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การลงทุนโรงแรมในญี่ปุ่นของนักลงทุนต่างชาติปีนี้เติบโตเร็วที่สุดในรอบเกือบทศวรรษ โดยสัดส่วนการลงทุนของต่างชาติในธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นปีนี้ เป็นสัดส่วนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014

ความนิยมเข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรมได้รับแรงหนุนจากดีมานด์ห้องพักอันแข็งแกร่งของผู้เดินทางจากต่างประเทศ และราคาห้องพักที่สูงขึ้น ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ในอุดมคติสำหรับนักลงทุน

โดยในช่วงภาวะเงินเฟ้อสูง โรงแรมสามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักขึ้นได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การลงทุนในธุรกิจโรงแรมมีความน่าสนใจกว่าการลงทุนในอพาร์ตเมนต์ สำนักงาน หรือคลังสินค้า ซึ่งค่าเช่าที่ต่ำกว่าอาจถูกตรึงไว้เป็นเวลาหลายปี

บวกกับเงินเยนที่อ่อนค่าเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้ญี่ปุ่นดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนมากขึ้น และตอนนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นใช้จ่ายมากขึ้นกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั้นเป็นการใช้ไปกับค่าห้องพักและการบริการ

ด้วยหลาย ๆ ปัจจัยบ่งชี้ว่ายังมีช่องว่างในตลาดให้ภาคโรงแรมขยายตัวได้อีก ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางญี่ปุ่น และจำนวนผู้เข้าพักในโรงแรมที่ยังคงต่ำกว่าระดับในปี 2019 แต่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันในช่วงครึ่งแรกของปีนี้สูงกว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 อยู่โดยเฉลี่ย 16% อิงตามข้อมูลของผู้ให้บริการข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ CoStar

“เคนนี โฮ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เอนวิชั่น อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์” บริษัทบริหารกองทุนหุ้นนอกตลาดในไต้หวัน กล่าวว่า บริษัทกำลังมองหาโอกาสที่จะเข้าซื้อกิจการใหม่ ๆ และเนื่องจากตลาดการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้น ตลาดโรงแรมในญี่ปุ่นจึงมีศักยภาพที่จะเติบโตและกระจายตัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่พักหลาย ๆ ประเภทได้

“ไดสุเกะ คิตตะ” หัวหน้าฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นของ “แบล็กสโตน” บริษัทจัดการการลงทุนรายใหญ่ของโลกจากสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาว่า “โรงแรม” อยู่อันดับต้น ๆ ของลิสต์การจัดลำดับความสำคัญในการซื้อกิจการของแบล็กสโตน ขณะที่แบล็กสโตนกำลังกลับไปสู่การ “ซื้อ” อีกครั้ง หลังจากปีก่อนหน้านี้ได้ขายอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นเป็นมูลค่ามากกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายบริษัทที่เข้าลงทุนในธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่น อย่างเช่น เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทร่วมค้าที่ก่อตั้งโดย “โกลด์แมน แซกส์ แอสเสท แมเนจเมนต์”, “อาบูดาบี อินเวสต์เมนต์ ออโทริตี” และ “เอสซี แคปิตัล พาร์ตเนอร์ส” ได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น 27 รายการเข้าพอร์ต ราคารวมประมาณ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“เบนทอลล์กรีนโอ๊ก” บริษัทนอกตลาดจากแคนนาดากำลังจะซื้อกิจการโรงแรม “ริตซ์-คาร์ลตัน” ในเมืองฟูกูโอกะ และ “เคเคเค แอนด์ โค” บริษัทการลงทุนจากสหรัฐ กับ “กอว แคปิตัล” จากฮ่องกงประกาศลงทุนในโรงแรม “ไฮแอตต์ รีเจนซี่ โตเกียว” เมื่อปลายเดือน มี.ค.


ในขณะที่นักลงทุนมองเห็นโอกาสมากมายในการลงทุนในธุรกิจโรงแรม แต่อีกด้านหนึ่ง ธุรกิจโรงแรมก็เผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนแรงงานที่เป็นปัญหาเรื้อรังในญี่ปุ่น และรุนแรงมากในภาคอุตสาหกรรมการบริการ ซึ่งปัญหานี้อาจจะเป็นอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจ และขัดขวางความสามารถในการทำกำไรของโรงแรมได้