เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

ไหนว่าเศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณ “ดีขึ้นแล้ว” แต่ทำไมหุ้นยังโดนเทขายหนัก ?

21 ก.ย. 2566 | 20:26น.
หุ้นจีน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครที่ติดตามข่าวคราวเศรษฐกิจต่างประเทศ หรือสนใจเรื่องการลงทุน คงจะได้เห็นข่าวที่ว่า เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณดีขึ้นแล้ว แต่ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ยังมีข่าวว่านักลงทุนดึงเงินลงทุนออกจากจีนอย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุด ในวันนี้ (21 กันยายน 2023) หุ้นจีนถูกบันทึกสถิติว่า ร่วงหนักสุดในรอบ 10 เดือน” โดยดัชนี เอ็มเอสซีไอ ไชน่า (MSCI China Index) ร่วงลง 1.6% ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng Index) ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบริษัทใหญ่จากจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงก็ร่วงลงกว่า 1% เช่นกัน ส่วนค่าเงินหยวนที่ซื้อขายในประเทศอ่อนค่าลง 0.2%

ข้อมูลเศรษฐกิจที่ว่าเป็น “สัญญาณดี” ไม่ช่วยอะไรหุ้นจีนเลยหรือ ? “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนไล่เรียงเหตุการณ์และเหตุผล เพื่อหาคำตอบไปด้วยกัน

เมื่อต้นปีจีนเปิดประเทศอีกครั้ง หลังจากปิดประเทศมา 3 ปี ในตอนแรก ๆ ที่เปิดประเทศก็ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัวดี แต่พอเข้าสู่ไตรมาส 2 เศรษฐกิจจีนก็อ่อนแรงลง ดังที่มีข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจออกมาให้เห็นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งการส่งออก-นำเข้า การผลิต การบริโภคภายในประเทศอ่อนแอทั้งหมด 

ฝั่งวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2021 ก็โผล่ออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ข่าวการผิดนัดชำระหนี้มีออกมาให้เห็นแทบทุกสัปดาห์ 

ทั้งคนในและคนนอกต่างก็เรียกร้องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ซึ่งทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นในจีนก็ได้ออกมาตรการที่หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นการเชื่อมั่นออกมาแล้วหลายชุด รวมถึงธนาคารกลางของจีน (PBOC) ก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหลายตัว 

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ภาคธุรกิจ นักลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ล้วนมองตรงกันว่า “ยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้” 

ด้วยบรรยากาศที่ไม่ดี และการดำเนินนโยบายที่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ นักลงทุนในตลาดทุนก็ย่อมต้องดึงเงินลงทุนออกจากจีนไปหาที่ที่มองว่ามีโอกาสมากกว่า จึงได้เห็นกระแสเงินทุนไหลออกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ช่วงปลายเดือนสิงหาคม จีนประกาศลดอากรแสตมป์สำหรับการซื้อขายหุ้นจาก 0.1% สู่ 0.05% โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2023 เป็นต้นไป เพื่อกระตุ้นการลงทุนในหุ้นจีนซึ่งทำผลงานได้แย่มาหลายเดือน 

จากนั้น จบเดือนสิงหาคมด้วยการที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นจีนรวมเป็นมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 434,000 ล้านบาท)  ซึ่งเป็นมูลค่าการขายสูงสุดในเดือนเดียว นับตั้งแต่ที่จีนเริ่มใช้ช่องทางเชื่อมต่อการซื้อหุ้นระหว่างตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่กับตลาดหุ้นฮ่องกง ในเดือนพฤศจิกายน 2014 

เมื่อเข้าสู่เดือนกันยายน มีตัวเลขที่ชี้ให้เห็นว่าการผลิตในเดือนสิงหาคมขยายตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความต้องการสินเชื่อฟื้นตัวขึ้น และแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดลดลงเล็กน้อย 

ถึงอย่างนั้นก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่าปัจจัยลบและความเสี่ยงของจีนยังมีมาก ทำให้จีนโดนหั่นตัวเลขคาดการณ์จีดีพีลง

ต่อมา ในวันที่ 15 กันยายน 2023 สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีนประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งตัวเลขหลายตัวพัฒนาดีขึ้น ทำให้ในวันนั้นจีนถูกพูดถึงในสื่อทั่วโลกไปในทิศทางบวกว่า “เศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นแล้ว” หรือ “เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณดีขึ้นแล้ว” 

หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนเปิดเผยออกมา หุ้นจีนก็ตอบรับเชิงบวก ดัชนีหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงบวกขึ้น 1.6% หลังทราบข้อมูล ขณะที่ดัชนี CSI 300 บนจีนแผ่นดินใหญ่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย ค่าเงินหยวนที่ซื้อขายภายในประเทศเพิ่มขึ้น 0.5% และอัตราผลตอบแทนรัฐบาลอายุ 10 ปีก็เพิ่มขึ้น 

แต่อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า หลังจากวันนั้นมาหุ้นจีนก็ยังโดนเทขายและร่วงลงต่อเนื่อง

การที่หุ้นจีนโดนเทขายอย่างต่อเนื่อง นั่นก็เพราะเหตุผลเพื้นฐานที่ว่า “นักลงทุนยังคงไม่เชื่อมั่นในจีน” และสัญญาณที่ว่า “ดีขึ้น” นั้น ถ้าพูดตรง ๆ ก็คือ มันเป็นการไฮไลต์ข้อมูลในฝั่งเดียว  

ถ้าดูในรายละเอียดของข้อมูลที่แถลงออกมาจะเห็นว่ามีตัวเลขบางตัวที่ดีขึ้น แต่ก็มีตัวเลขบางตัวที่ยังไม่ดี 

ตัวเลขที่ดีขึ้นคือ การเติบโตของ “การผลิตภาคอุตสาหกรรม” ซึ่งบ่งชี้แนวโน้มการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ 

“ยอดค้าปลีก” เป็นอีกตัวที่ดีขึ้น และ “อัตราการว่างงานในเขตเมือง” ที่เบาลงเล็กน้อย 

ส่วนตัวเลขที่ยังไม่สดใสก็คือ “การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร” ในช่วง 8 เดือนแรกที่เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของช่วง 7 เดือนแรก เนื่องจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในเดือนสิงหาคมลดลง

“อัตราการเติบโตของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน” เป็นอีกตัวที่หดตัวลงเล็กน้อย แม้ว่ารัฐบาลมณฑลต่าง ๆ ของจีนจะเร่งการออกพันธบัตรพิเศษเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานก็ตาม ซึ่งนั่นชี้ให้เห็นว่าการส่งผ่านเงินทุนเป็นไปอย่างเชื่องช้า และส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ  

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเองก็เตือนในถ้อยแถลงในวันนั้นว่า “เราต้องดูด้วยว่ายังมีความไม่แน่นอนและความไม่มั่นคงมากมายอยู่ภายนอก และอุปสงค์ในประเทศยังดูไม่มากพอ”

เนียว หวัง (Neo Wang) กรรมการผู้จัดการฝ่ายการวิจัยตลาดจีนของ Evercore ISI บริษัทที่ปรึกษาวาณิชธนกิจจากนิวยอร์กวิเคราะห์ไว้น่าสนใจเมื่อปลายเดือนสิงหาคมว่า การพลิกฟื้นของตลาดหุ้น A-share จะไม่เกิดขึ้น เว้นแต่ว่ารัฐบาลจีนจะใช้มาตรการ “บาซูก้า” (การกระตุ้นขนานใหญ่) มากกว่านี้ เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 4 ล้านล้านหยวนเมื่อปี 2008

ในเดือนกันยายน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นจีนแล้ว 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 137,600 ล้านบาท) 

การที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายหุ้นจีนสะท้อนว่า ความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาดนั้นไม่ได้ผลดังที่คาดหวัง 

นอกจากปัจจัยลบต่าง ๆ ที่สะสมมาก่อนหน้านี้ การที่หุ้นจีนร่วงลงแรงในวันนี้ (21 กันยายน) เกิดขึ้นท่ามกลางการลดความเสี่ยงในตลาดตราสารทุนทั่วโลก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณในวันที่ผ่านมา (20 กันยายน) ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังสูงไปอีกนานกว่าที่คาด ทำให้หุ้นในตลาดที่มีความเสี่ยงสูงต้องโดนเทก่อน 

ปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยของเฟดซึ่งส่งผลต่อตลาดทุนทั่วโลก บวกกับความเสี่ยงที่ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนจะตกต่ำลงไปกว่านี้ อาจทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลงไปอยู่ในระดับต่ำกว่านี้อีก 

ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจจริง (real sector) ก็กำลังลดน้อยถอยลงเช่นกัน โดยเฉพาะในหมู่บริษัทจากสหรัฐ 

อย่างที่มีข้อมูล ผลการสำรวจความคิดเห็นบริษัทสหรัฐที่ทำธุรกิจในจีนเผยแพร่ในรายงานของหอการค้าอเมริกัน (AmCham) ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งผลการสำรวจพบว่า สัดส่วนของผู้ตอบแบบสำรวจที่มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการทำธุรกิจในประเทศจีนในช่วง 5 ปีข้างหน้าลดลงเหลือ 52% เป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่หอการค้าอเมริกันในเซี่ยงไฮ้ เริ่มมีการออกรายงานประจำปีในปี 1999 หรือ 24 ปีก่อน