เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

เปิดรายงาน กนง. รอบล่าสุด ปมเสียงแตก 6 ต่อ 1 ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

24 ส.ค. 2565 | 11:04น.
ธปท.

ธปท.

ธปท.เปิดเผยรายงานการประชุม กนง.รอบล่าสุด คณะกรรมการมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ด้วยมติ 6 ต่อ 1 เสียง เผยคณะกรรมการฯ ประเมินเศรษฐกิจไทยฟื้นกลับสู่ระดับก่อนโควิดในสิ้นปีนี้ ขณะที่เงินเฟ้อยังค้างสูงต่อไปก่อนทยอยลดลงในปีหน้า ชี้ต้องขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปควบคู่ดูแลกลุ่มเปราะบาง “เฉพาะจุด” พร้อมจับตาปัญหาขาดแคลนแรงงาน-สถานการณ์ “บาทอ่อน” อย่างใกล้ชิด

วันที่ 24 สิงหาคม 2565 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 4/2565 ที่ประชุมเมื่อวันที่ 5 และ 10 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา โดยมีกรรมการที่เข้าร่วมประชุม 7 ราย ประกอบด้วย นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (ประธาน) นายเมธี สุภาพงษ์ (รองประธาน) นางสาววชิรา อารมย์ดี นายคณิศ แสงสุพรรณ นายรพี สุจริตกุล นายสมชัย จิตสุชน และนายสุภัค ศิวะรักษ์

คาดสิ้นปีนี้เศรษฐกิจฟื้นสู่ระดับก่อนโควิด

โดยในการประชุมดังกล่าว คณะกรรมการ กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปีจากร้อยละ 0.50 เป็นร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ 1 เสียงเห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.50 ต่อปี คณะกรรมการเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องและชัดเจนขึ้น โดยแรงส่งหลักมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด และการบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของตลาดแรงงานและรายได้ครัวเรือน โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนการระบาด COVID-19 ได้ภายในสิ้นปีนี้และจะขยายตัวต่อเนื่องในระยะต่อไป

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะทยอยปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 2566 ตามแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทานที่ทยอยคลี่คลาย แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

คณะกรรมการประเมินว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษเพื่อรองรับวิกฤต COVID-19 ในระยะที่ผ่านมามีความจำเป็นลดลง โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปีในการประชุมครั้งนี้เพื่อปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อเอื้อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องและไม่สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในระยะต่อไป

ส่วนกรรมการ 1 ท่านเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.50 ต่อปีเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยประเมินว่าจะไม่กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (policy space) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โดยคณะกรรมการเห็นความสำคัญของการมีมาตรการเฉพาะจุดและแนวทางแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยประเมินว่าระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองที่เข้มแข็ง รวมทั้งสภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง แต่การกระจายสภาพคล่องยังแตกต่างกันบ้างในแต่ละภาคเศรษฐกิจ ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่บางกลุ่มยังเปราะบางโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ในสาขาธุรกิจที่ฟื้นตัวช้าและครัวเรือนรายได้น้อยที่มีความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพ จึงเห็นควรให้ดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง

ติดตามสถานการณ์ “บาทอ่อน” ใกล้ชิด

นอกจากนี้ คณะกรรมการเห็นว่าภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลายแต่มีความผันผวนสูง โดยอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ สรอ. ปรับอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก จากความกังวลต่อสินทรัพย์เสี่ยงภายใต้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ จึงเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการและความผันผวนในตลาดการเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน

คณะกรรมการประเมินว่าการที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทำให้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษมีความจำเป็นลดลง และเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับเข้าสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

มั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ที่ประชุมอภิปราย คือ คณะกรรมการมีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มขยายตัวดี ขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจำกัด โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะขึ้นกับการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศและนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ซึ่งประเมินว่ามีผลต่อการตัดสินใจเดินทางมากกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต้นทาง

ปัจจัยเสี่ยง “ต้นทุน-ค่าครองชีพ” พุ่ง

นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวจะช่วยให้รายได้ของผู้ประกอบการและลูกจ้างในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับดีขึ้น ซึ่งเป็นแรงส่งต่อการบริโภคภาคเอกชนในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนและค่าครองชีพที่สูงขึ้นซึ่งอาจกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจมีโอกาสการเกิดต่ำแต่ส่งผลกระทบรุนแรง (tail risk)

“เงินเฟ้อ” ยังเสี่ยงสูง-ค้างนาน

ขณะเดียวกันคณะกรรมการประเมินว่าเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงสูงจากการส่งผ่านต้นทุนเป็นหลัก แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงตามราคาพลังงานและราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่การส่งผ่านต้นทุนไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานอาจมีผลต่ออีกระยะหนึ่ง จาก (1) การที่ต้นทุนหลายประเภทสูงขึ้นพร้อมกัน

และ (2) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตและการค้าโลกจากวิกฤต COVID-19 และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต่อพลวัตเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ซึ่งได้สะท้อนอยู่ในการประมาณการอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2566 ที่ให้ไว้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

คณะกรรมการประเมินว่าการส่งผ่านต้นทุนดังกล่าวจะไม่ฝังตัวในเงินเฟ้ออย่างถาวร (entrenched inflation) อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไปความเสี่ยงด้านสูงของเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นได้หากอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นที่ปรับสูงขึ้นเริ่มส่งผลต่อการส่งผ่านและการปรับราคาสินค้าของผู้ประกอบการ จึงเห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านต้นทุนที่อาจมากและเร็วกว่าคาด รวมถึงพลวัตเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์อย่างใกล้ชิด

จับตาปัญหาขาดแคลนแรงงาน

คณะกรรมการยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวและสร้างแรงกดดันค่าจ้างในบางสาขาธุรกิจ โดยแรงงานคืนถิ่นอาจมีข้อติดขัดในการกลับเข้าตลาดแรงงาน เนื่องจากรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการระบาดและความแน่นอนของรายได้รวมถึงอาจขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเริ่มต้นทำงานใหม่

นอกจากนี้ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) ทำให้แรงงานหันไปประกอบอาชีพอิสระรวมถึงการให้บริการขนส่งสินค้าที่มีรายได้สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันค่าจ้างเพิ่มเติม จึงควรติดตามการปรับขึ้นค่าจ้างและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาดแรงงานในระยะต่อไป

หนุนขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปมีความเหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของไทย โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องและชัดเจนขึ้น การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษเพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 จึงมีความจำเป็นลดลง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง และต้องติดตามการส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าหมวดต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าในตะกร้าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน

อย่างไรก็ดี ยังประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทาน (cost-push inflation) เป็นสำคัญ คณะกรรมการจึงเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับเข้าสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

ขึ้นดอกเบี้ยควบคู่พยุงกลุ่มเปราะบาง

ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าการทยอยลดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ควบคู่กับการมีมาตรการเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง เหมาะสมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่แตกต่างกันในแต่ละภาคเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปจะช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนปรับดีขึ้น แต่บางกลุ่มยังเปราะบาง เช่น ผู้ประกอบการ SMEs ในสาขาธุรกิจที่ฟื้นตัวช้าครัวเรือนรายได้น้อยที่มีความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพ และลูกหนี้ประเภทไม่มีหลักประกัน (unsecured loan)

โดยมาตรการปรับโครงสร้างหนี้จึงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนสำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ นโยบายการเงินเป็นเครื่องมือที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง (blunt tool) จึงอาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสมในการดูแลกลุ่มเปราะบาง และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำต่อเนื่องอาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาวการดำเนินนโยบายการเงิน