Skip to content

ชัชชาติ ย้ำค่าโดยสารสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย รอผ่านสภา กทม.

20 ต.ค. 2565 | 12:10น.
ชัชชาติ ย้ำค่าโดยสารสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย รอผ่านสภา กทม.

ชัชชาติ เผยขอนำการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย หมอชิต-คูคต แบริ่ง-สมุทรปราการ เข้าสภากรุงเทพมหานคร ชงวิปร่วมสภา-ผู้บริหาร กทม. เร่งหารือ ย้ำรถไฟฟ้าสายสีเขียวต้องดูให้รอบคอบ

วันที่ 20 ตุลาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว กรณีการเก็บค่าโดยสารในส่วนต่อขยายที่ 2 ช่งหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเก็บค่าโดยสารว่า

กรณีการจัดเก็บค่าโดยสารหากดูตามบริบท ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเก็บค่าโดยสารอย่างไร ก็ไม่สามารถชดเชยค่าจ้างเดินรถของกรุงเทพมหานครซึ่งมีประมาณ 5,000 ล้านบาทได้ จากการศึกษาหากจัดเก็บในอัตรา 15 บาทตลอดสายของส่วนต่อขยาย จะได้เงินชดเชยประมาณ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนต่างจำนวนนี้จะต้องมีการตั้งงบประมาณชดเชยจากสภากรุงเทพมหานคร หากมีการนำเข้าสภากรุงเทพมหานครอาจจะเกิดปัญหาในอนาคตว่า หากสภาเห็นว่าต้องชดเชยการขาดทุนของการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเป็นจำนวนเท่านี้แล้ว คงไม่ต้องการให้ กทม.เก็บค่าโดยสารเพียง 15 บาท

ปัญหาสำคัญของการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 นี้คือ การที่การมอบหมายงานในส่วนต่อขยายนี้ยังไม่เคยผ่านสภากรุงเทพมหานครมาก่อน การจะดำเนินการใด ๆ จึงควรที่จะรายงานให้สภากรุงเทพมหานครทราบเสียก่อน

สำหรับเหตุผลที่ทางผู้บริหารกรุงเทพมหานครทำเป็นหนังสือมอบหมายงานโดยไม่ผ่านสภากรุงเทพมหานครนั้น ทราบมาว่าเกิดจากความเข้าใจว่ารายได้จากการเดินรถจะเพียงพอในการจ่ายค่าจ้างเดินรถโดยไม่ต้องตั้งงบประมาณชดเชย ซึ่งเมื่อดำเนินการจริง ๆ แล้วไม่เกิดขึ้นจริง

แม้ว่าผู้บริหารกรุงเทพมหานครจะมีอำนาจในการกำหนดอัตราค่าโดยสารได้ แต่ก็ไม่ใช่อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เนื่องจากในอนาคตจะต้องขออนุมัติงบประมาณจากสภากรุงเทพมหานครมาจ่ายในส่วนต่างของรายได้จากค่าโดยสารและค่าจ้างจากการเดินรถ จึงควรที่มีการนำเรื่องนี้เข้าสภากรุงเทพมหานคร

และในประเด็นการตอบหนังสือของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ถามถึงแนวทางการดำเนินการรถไฟฟ้าสายสีเขียวของผู้บริหารและสภากรุงเทพมหานครนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า ปัจจุบันทางสภากรุงเทพมหานครได้ขอเอกสารเพิ่มเติม เพื่อศึกษาในรายละเอียดของรถไฟฟ้าสายสีเขียว

สำหรับในประเด็นว่าจะสามารถนำเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าสู่สภาได้ทันในการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยที่ 4 ซึ่งจะประชุมครั้งสุดท้ายในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2565 นี้หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ขณะนี้ทางวิปของฝ่ายบริหารและสภากรุงเทพมหานครกำลังพูดคุยกันอยู่ เพื่อหาแนวทางร่วมกัน อาจจะต้องขยายเวลาการประชุมหรืออื่น ๆ เรื่องนี้จำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากจะได้ทราบแนวทางการดำเนินงานต่อไป อีกทั้งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมาก และมีข้อกฎหมายหลายข้อ

“ปัญหาหลาย ๆ เรื่องของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเกิดจากการที่ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครคิดเองทำเอง โดยไม่ปรึกษาสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งทั้งผู้บริหารและสภา กทม.ต้องดูให้รอบคอบ” นายชัชชาติกล่าว

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

1.ส่วนสัมปทาน ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช, ช่วงสนามกีฬา-สะพานตากสิน ซึ่งรายได้จากค่าโดยสารเป็นของเอกชนเอกชนตามสัญญาสัมปทาน

2.ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง, ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า รายได้จากค่าโดยสารเป็นของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันกรุงเทพมหานครจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริหารและจัดการการเดินรถ และกรุงเทพธนาคมได้จ้างเอกชนเดินรถต่อ มีการเก็บค่าโดยสารในอัตรา 15 บาทตลอดสาย

และ 3.ส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต, ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มอบหมายงานให้กรุงเทพธนาคมเป็นผู้บริหารและจัดการการเดินรถ และกรุงเทพธนาคมได้ว่าจ้างเอกชน โดยปัจจุบันยังไม่มีการเก็บค่าโดยสารในส่วนนี้