เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

กว่าจะเป็นเจ้าสัวสหพัฒน์ ประวัติ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ตอนที่ 19-20

02 ต.ค. 2564 | 13:01น.
กว่าจะเป็นเจ้าสัวสหพัฒน์

 

หมายเหตุ : อัตชีวประวัติ เจ้าสัวบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา แห่งเครือสหพัฒน์ ผ่านการสัมภาษณ์ และตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ Nikkei ในคอลัมน์ Watashi no Rirekisho ชื่อเรื่อง My Personal History ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ตีพิมพ์เป็นภาษาไทย ในคอลัมน์ “กว่าจะเป็นเจ้าสัวสหพัฒน์” ติดตามอ่านได้ใน นสพ.ประชาชาติธุรกิจ และทางเว็บไซต์ www.prachachat.net

ตอนที่ 19 เรียนรู้จากความล้มเหลว

การก้าวเข้าตลาดที่ไวเกินไปของสินค้ายาและข้าวหน้าเนื้อ

กุญแจสู่การแก้ปัญหาคือ “หัวใจของความเป็นเจ้าของ”

สหพัฒน์เติบโตจากการร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่ง ที่กล่าวถึงไปแล้วส่วนใหญ่เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ แต่แน่นอนว่าต้องมีตัวอย่างของความล้มเหลวด้วย ฉันจึงอยากกล่าวถึงเอาไว้ เหตุผลหนึ่งก็เพื่อเอาไว้เตือนตัวเองด้วย

เมื่อฉันเดินทางไปทำธุรกิจที่ญี่ปุ่นในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2503 ประธานยูจิ ไนโตะ ผู้ก่อตั้งบริษัท Eisai มาปรึกษากับฉันว่า “ต้องการขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย” ตลาดยาในเวลานั้นอยู่ในมือของชาติตะวันตก ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจผงซักฟอกและเครื่องสำอางเป็นไปด้วยดี และจากการพูดคุยกัน 2 ครั้ง ฉันรู้สึกถึงความเป็นไปได้ที่จะทำธุรกิจยารักษาโรคจึงได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อจัดจำหน่ายยารักษาโรคในปี พ.ศ. 2512

เราเริ่มนำเข้ายาสำหรับระบบทางเดินอาหารและยาแก้ปวด แต่ข้อแตกต่างจากการจำหน่ายสินค้าอุปโภคคือ สินค้าประเภทยาต้องใช้เวลาและความยุ่งยากในการขออนุมัติจากภาครัฐ ฝ่ายผู้ร่วมทุนคาดหวังถึงศักยภาพในการขายของสหพัฒน์ แต่เราไม่มีความรู้ในการขายสินค้าประเภทยา และยิ่งโชคร้ายที่ตรงกับช่วงการคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นพอดี

ดังนั้น หากยังคงทำธุรกิจนี้ต่อไป จะเป็นการสร้างปัญหาให้อีกฝ่าย ฉันจึงได้ไปขอโทษ และหลังจากนั้นอีกไม่นานก็ปิดบริษัทร่วมทุน ต่อมาภายหลังเครือสหพัฒน์ได้ซื้อบริษัทยาของไทยที่ล้มละลายจึงได้กลับเข้าสู่วงการยาอีกครั้ง

การทำธุรกิจกับ Eisai ในครั้งนั้นถือว่าเร็วเกินไป นั่นเป็นครั้งแรกที่ต้องยุติกิจการร่วมทุนกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นความทรงจำอันขมขื่น

ในปี พ.ศ. 2538 ได้ร่วมทุนกับร้านข้าวหน้าเนื้อ Yoshinoya ก่อนหน้านี้ได้เล่าไว้ว่าตอนที่ไปทำงานอยู่ที่โอซากาของโปรดของฉันคือ สุกี้ยากี้ หลังจากนั้น เมื่อฉันไปเยี่ยมญี่ปุ่น ฉันได้ทานข้าวหน้าเนื้อของ Yoshinoya และรู้สึกว่าอร่อย และเมื่อได้รับคำเชิญชวนจากทางญี่ปุ่น ฉันก็คิดว่าในไทยก็น่าจะขายได้

สาขาแรกเปิดในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพฯ เป็นข้าวหน้าเนื้อที่ไม่ได้ปรุงรสให้หวานเหมือนปัจจุบัน ในขณะนั้นคนไทยยังมีรายได้น้อยอยู่ หากไม่นับการซื้ออาหารจากร้านแผงลอย การรับประทานอาหารนอกบ้านยังไม่แพร่หลายนัก

นอกจากนี้ ชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธจำนวนมากยังนับถือเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเชื่อกันว่าวัวเป็นการกลับชาติมาเกิดของบิดาของเจ้าแม่กวนอิม จึงไม่รับประทานเนื้อวัว และบางคนยังมีความเชื่อที่จะไม่กินวัวที่ซึ่งเป็นสัตว์ที่ช่วยทำนาอีกด้วย

หลังจากเปิดร้านไป 5-6 สาขา ฉันก็คิดว่าธุรกิจนี้คงดำเนินไปได้ยาก และอีกปัจจัยหนึ่งคือวิกฤตต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. 2540 ค่าเงินบาทอ่อนตัว ทำให้ต้นทุนเนื้อวัวนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้น เป็นเรื่องช่วยไม่ได้เมื่อทางฝ่าย Yoshinoya ขอถอนตัว และการร่วมทุนยุติลงในเวลาเพียง 3 ปี

ต่อมาคนชอบทานเนื้อวัวเพิ่มมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2554 Yoshinoya จึงกลับเข้าสู่ตลาดไทยอีกครั้งโดยร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่คือ เซ็นทรัล กรุ๊ป ซึ่งสามารถพูดได้ว่าเรานำธุรกิจร้านข้าวหน้าเนื้อเข้าตลาดเร็วเกินไป

ในทางตรงกันข้าม ร้านคาราโอเกะ “Big Echo” ที่ร่วมทุนกับบริษัท Daiichi Kosho กลายเป็นธุรกิจที่เข้าตลาดช้าไป เปิดร้านแรกในปี พ.ศ. 2545 เปิดสาขารวมทั้งหมด 2 สาขา ในยุคนั้นร้านคาราโอเกะยังมีภาพลักษณ์ของการเป็นร้านกลางคืนอยู่ แต่หากเราสามารถทำเป็น karaoke box แบบญี่ปุ่นที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงสามารถเพลิดเพลินกับการร้องเพลงและทานอาหารได้ ก็คาดว่าจะได้รับความนิยมและได้รับการตอบรับที่ดี

ทว่า ทาง Daiichi Kosho ประเทศญี่ปุ่น ได้เปลี่ยนวิธีเปิดเพลงจากเครื่องเลเซอร์ดิสก์เป็นไฟล์เพลง ซึ่งเป็นการยากที่จะใช้วิธีเดียวกันนี้ในประเทศไทย เพราะทำให้เพลงไม่ทันยุคสมัย การไม่มีเพลงใหม่ก็ไม่สามารถดึงดูดลูกค้าวัยรุ่นได้ การร่วมทุนจึงยุติในปี พ.ศ. 2556 แต่ถ้าธุรกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้จนปัจจุบัน ก็อาจกลายเป็นธุรกิจที่ดีธุรกิจหนึ่งก็ได้

แม้จะเสียดายแต่ประสบการณ์ของความล้มเหลวก็เป็นทรัพย์สินที่มีค่าสำหรับเราเช่นกัน บริษัทญี่ปุ่นคาดหวังศักยภาพด้านการขายและข้อมูลจากสหพัฒน์ ดังนั้น เราจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความคาดหวังนั้น แต่เมื่อเจอปัญหาเราก็จำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างเต็มกำลังทั้งสองฝ่าย กล่าวโดยรวมแล้วหากผู้บริหารญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาจากบริษัทแม่เพื่อบริหารบริษัทร่วมทุนมี “หัวใจของความเป็นเจ้าของ” โอกาสของความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้น

ตอนที่ 20 งานอดิเรกและผลประโยชน์

ขับเครื่องบินเพื่อคลายเครียด

ศึกษาคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์

จนถึงตอนนี้เหมือนกับว่าฉันจะพูดถึงแต่เรื่องงาน คราวนี้เลยอยากจะเล่าเกี่ยวกับงานอดิเรกทั้งสองอย่างของฉัน

อย่างแรกคือ การขับเครื่องบินขนาดเล็กในปี พ.ศ. 2520 ช่วงกำลังพัฒนาสวนอุตสาหกรรม ฉันในวัย 40 ปี ได้ใช้เวลา 1 ปีเพื่อขอใบอนุญาตขับเครื่องบิน จุดเริ่มต้นมาจากตอนที่ฉันไปทานอาหารที่ชายทะเลใกล้กรุงเทพฯ เห็นเรือเล็กที่มีคนหลายสิบคนถูกพัดขึ้นฝั่งและถูกตำรวจควบคุมตัวในปี พ.ศ. 2518 หลังสงครามเวียดนามสิ้นสุดลง รวมถึงกัมพูชาและลาว 3 ประเทศในอินโดจีนที่การปกครองถูกเปลี่ยนเป็นระบบสังคมนิยม ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบใหม่และกลัวการกดขี่ข่มเหงจะหลบหนีมายังประเทศเพื่อนบ้านโดยทางเรือในฐานะผู้ลี้ภัย เรียกกันว่า “boat people”

ประเทศไทยเป็นฐานทัพทหารสหรัฐซึ่งพ่ายแพ้แก่ทหารเวียดนามใต้ มีข่าวลือหนาหูว่า “สักวันหนึ่งกองทัพเวียดนามก็จะบุกเข้ามา” ฉันมีความคิดว่า “ถ้าต้องหนี เครื่องบินน่าจะเร็วกว่า ยิ่งถ้าขับได้เองยิ่งดี” ฉันจึงเริ่มใช้เวลา 2 วัน 1 คืนในช่วงสุดสัปดาห์เข้าเรียนที่โรงเรียนสอนขับเครื่องบินที่หัวหิน หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกบิน 40 ชั่วโมง ฉันก็สอบได้ใบอนุญาตในครั้งเดียว

แม้ว่าฉันจะมีใบอนุญาตแล้ว แต่ในขณะนั้นทั้งในนามบริษัทหรือส่วนบุคคลก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองเครื่องบิน บังเอิญใกล้ ๆ ศรีราชาซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนอุตสาหกรรม มีชมรมคนรักการบินให้ฉันได้เช่าเครื่องบินและเพลิดเพลินกับการบินที่นั่น

เนื่องด้วยจำนวนเครื่องบินมีไม่มาก ต้องรอคิวเป็นเวลานานจนหงุดหงิด ดังนั้น ฉันจึงออกเงินคนละครึ่งกับชาวอเมริกัน คุณวิลเลียม ไฮเน็กกี้ ซื้อเครื่องบินมือสองในนามของสโมสรและผลัดกันขับ เขาอายุน้อยกว่าฉันหนึ่งรอบ เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจโรงแรมหลายแห่ง

การได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นวิธีคลายเครียดชั้นเยี่ยม แม้บางครั้งจะมีเหตุการณ์น่ากลัว เช่น ตกหลุมอากาศหรือเกือบเกิดอุบัติเหตุ แต่ความสนุกนั้นมีมากกว่า เมื่อกฎห้ามครอบครองเครื่องบินถูกยกเลิกในปี พ.ศ. 2534 ฉันซื้อเครื่องบินใบพัดแบบเครื่องยนต์เดียว 4 ที่นั่ง มีปีกติดกับด้านบนลำตัว รุ่น “Cessna 172” ฉันสร้างรันเวย์ในสวนอุตสาหกรรมแต่ละที่ของสหพัฒน์ และขับเครื่องบินไปที่ต่าง ๆ ด้วยตนเอง จนกระทั่งคืนใบอนุญาตขับเครื่องบินตอนอายุ 78 ปี นอกจากนี้ ฉันยังก่อตั้งโรงเรียนสอนขับเครื่องบินเพื่อใช้รันเวย์ให้เป็นประโยชน์

งานอดิเรกอีกอย่างของฉันคือ คอมพิวเตอร์ เป็นช่วงเดียวกับที่ได้รับใบอนุญาตขับเครื่องบินขนาดเล็ก ฉันสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ “TRS-80” ที่ผลิตโดย RadioShack ผู้บุกเบิกคอมพิวเตอร์ในช่วงแรกมาจากสิงคโปร์ เป็นเงิน 500,000 บาท ในสมัยนั้นสามารถซื้อรถหรูคันหนึ่งได้เลยทีเดียว

ที่ฉันเริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ เพราะฉันสนิทกับประธาน และพนักงานบริษัท ที่ให้บริการซ่อมบำรุงเมนเฟรมของ IBM ที่อยู่ข้าง ๆ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยและได้ฟังเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ ฉันวางคอมพิวเตอร์ที่สั่งมาไว้ในห้องหนังสือที่บ้าน ฉันไม่ได้มีจุดมุ่งหมายว่าจะใช้มันเพื่ออะไร แต่ซื้อมาเพื่อเรียนรู้วิธีใช้เท่านั้น เวลามีเรื่องที่ไม่เข้าใจฉันจะขอให้คนจากบริษัทข้าง ๆ มาสอน ฉันยังเรียนวิธีการเขียนซอฟต์แวร์ด้วยตัวเอง แม้จะเขียนโปรแกรมที่ซับซ้อนไม่เป็น แต่เวลาอยากได้อะไรก็สามารถสื่อสารกับโปรแกรมเมอร์ได้

ตอนนี้ฉันยังคงจัดเก็บข้อมูลนามบัตรของคนที่เคยพบ ภาพถ่าย บันทึกยาที่ฉันใช้ และอื่น ๆ บนคอมพิวเตอร์ และฉันสร้าง format ด้วยตัวเอง เวลาหมอถามว่ากินยาครบหรือเปล่าก็จะเปิดข้อมูลให้ดู

ฉันชอบสิ่งใหม่ ๆ ที่คนอื่นยังไม่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินหรือคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ การจะขับเครื่องบินจะต้องมีความรอบคอบ การตรวจสอบเชื้อเพลิง เครื่องวัด สภาพอากาศ การสื่อสารกับหอควบคุมอย่างต่อเนื่อง และต้องมั่นใจว่าทุกขั้นตอนจะปลอดภัยจนกว่าจะลงจอด ซึ่งเหมือนกับการทำธุรกิจ และความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาข้อมูลของบริษัทในภายหลัง

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะงานอดิเรกใดก็เชื่อมโยงเข้ากับงานได้ หากจะพูดว่างานอดิเรกอันดับหนึ่งของฉันคือ “การทำงาน” ก็คงไม่ผิดนัก ถ้าพูดให้คนหนุ่มสาวสมัยนี้ฟังคงโดนหัวเราะเยาะเอาเป็นแน่…