เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 64,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 64,300 บาท
อนุทิน ถก ปธน.คาซัคสถาน ลุยความร่วมมือการค้า-ลงทุนเทคโนโลยี ขยายเส้นทางบิน
Politics อนุทิน ถก ปธน.คาซัคสถาน ลุยความร่วมมือการค้า-ลงทุนเทคโนโลยี ขยายเส้นทางบิน
Truth Social ขายข้อมูลนักลงทุนวอลล์สตรีต เปิดให้เข้าถึงโพสต์ทรัมป์ เร็วกว่า เปิดตัว 1 ส.ค.นี้
World Truth Social ขายข้อมูลนักลงทุนวอลล์สตรีต เปิดให้เข้าถึงโพสต์ทรัมป์ เร็วกว่า เปิดตัว 1 ส.ค.นี้
เอกนิติ ชี้รัฐบาลยกทัพเอกชนไทยบุกจีน หวังคว้าเม็ดเงินลงทุนแห่งอนาคต
Politics เอกนิติ ชี้รัฐบาลยกทัพเอกชนไทยบุกจีน หวังคว้าเม็ดเงินลงทุนแห่งอนาคต
กทพ. เอาจริง ฝ่าฝืนด่านไม่ชำระค่าผ่านทางด่วน ปรับไม่เกิน 10 เท่า
Biz Movement กทพ. เอาจริง ฝ่าฝืนด่านไม่ชำระค่าผ่านทางด่วน ปรับไม่เกิน 10 เท่า
‘อนุทิน’ นำทัพธุรกิจไทยบุกจีนครั้งใหญ่ เปิดบีโอไอเฉิงตู ปูทางลงทุนสองประเทศ
Economic ‘อนุทิน’ นำทัพธุรกิจไทยบุกจีนครั้งใหญ่ เปิดบีโอไอเฉิงตู ปูทางลงทุนสองประเทศ
เมื่อเฟดเลิกชี้นำตลาด : การเปลี่ยนแปลงแนวทางการสื่อสารในยุคเควิน วอร์ช
Finance เมื่อเฟดเลิกชี้นำตลาด : การเปลี่ยนแปลงแนวทางการสื่อสารในยุคเควิน วอร์ช
ซันโทรี่-เป๊ปซี่โค ทุ่ม 300 ล้านยูเอส ผุดโรงงานเวียดนามใหญ่สุดในเอเชีย
Business ซันโทรี่-เป๊ปซี่โค ทุ่ม 300 ล้านยูเอส ผุดโรงงานเวียดนามใหญ่สุดในเอเชีย
ธปท. ขยายเวลาซื้อทรัพย์คืนในโครงการ ‘พักทรัพย์ พักหนี้’ ถึงสิ้นปี’70 ธุรกิจกว่า 400 ราย ทยอยซื้อคืน
Finance ธปท. ขยายเวลาซื้อทรัพย์คืนในโครงการ ‘พักทรัพย์ พักหนี้’ ถึงสิ้นปี’70 ธุรกิจกว่า 400 ราย ทยอยซื้อคืน
นายกฯ เสนอ 3 หลักการธรรมาภิบาล AI บนเวทีโลก
Politics นายกฯ เสนอ 3 หลักการธรรมาภิบาล AI บนเวทีโลก
ดูทั้งหมด

กว่าจะเป็นเจ้าสัวสหพัฒน์ ประวัติ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ตอนที่ 23-24

13 ต.ค. 2564 | 13:02น.
กว่าจะเป็นเจ้าสัวสหพัฒน์

 

หมายเหตุ : อัตชีวประวัติ เจ้าสัวบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา แห่งเครือสหพัฒน์ ผ่านการสัมภาษณ์ และตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ Nikkei ในคอลัมน์ Watashi no Rirekisho ชื่อเรื่อง My Personal History ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ตีพิมพ์เป็นภาษาไทย ในคอลัมน์ “กว่าจะเป็นเจ้าสัวสหพัฒน์” ติดตามอ่านได้ใน นสพ.ประชาชาติธุรกิจ และทางเว็บไซต์ www.prachachat.net
สู่ธุรกิจร้านขายปลีก-ร้านอาหาร

บทที่ 23 วิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย

เปลี่ยนการลงทุนด้วยเงินกู้
พลิกวิกฤตสู่การบุกตลาดต่างประเทศ

2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 รัฐบาลไทยได้ประกาศยกเลิกการใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบการตรึงเงินบาทกับดอลลาร์ และเปลี่ยนเป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวโดยกะทันหัน

เงินบาทอ่อนค่าลงในทันที จาก 1 ดอลลาร์ = 25 บาท กลายเป็น 50 บาทในพริบตา ความน่าเชื่อถือในค่าเงินลดลงอย่างรวดเร็ว และแผ่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์สกุลเงินในเอเชีย วิกฤตการณ์ครั้งนี้จึงได้ชื่อตามอาหารประจำชาติของประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้คือ “วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง”

เศรษฐกิจไทยในยุค 2530 เฟื่องฟูและเติบโตเป็นอย่างมาก เงินกู้ระยะสั้นในระบบมากเกินไปทำให้เงินเฟ้อจนกระทั่งระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียหาย ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามอย่างมากที่จะซื้อเงินบาท แต่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศหมดลงและไม่สามารถรักษาอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ได้ นี่คงจะเป็นคำอธิบายที่เห็นได้ในตำราเรียนกระมัง

รัฐบาลพยายามบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แต่ในที่สุดก็ยังคงเกิดความวุ่นวายแพร่กระจายออกเป็นวงกว้าง ฉันคิดในใจว่าอย่างไรก็ต้องเกิดผลกระทบไม่มากก็น้อย แล้วต่างก็รับผลกระทบไปอย่างถ้วนหน้า และเพื่อเป็นการส่งเสริมตลาด offshore ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น รัฐบาลจึงได้สนับสนุนเงินทุนจากต่างประเทศ ธนาคารจึงนำเงินจากต่างประเทศมาปล่อยกู้ให้บริษัทในประเทศ

และบริษัทเชื้อสายจีนซึ่งชอบที่จะขยายธุรกิจด้วยเงินกู้มากกว่าเงินทุนต่างก็ทุ่มเทให้กับการลงทุนเชิงรุกในอสังหาริมทรัพย์และหุ้น ฉันเห็นการแตกของฟองสบู่ในญี่ปุ่นช่วงต้นยุค 2530 มาแล้ว ฉันจึงไม่เชื่อว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจแบบนี้จะยั่งยืน

ค่าเงินบาทลดลงครึ่งหนึ่งและหนี้สกุลดอลลาร์เพิ่มขึ้นสองเท่า ธนาคารและธุรกิจที่รอการชำระหนี้คืนค่อย ๆ ล้มละลายไปทีละราย อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยติดลบ 2 ปีติดต่อกัน และเครือสหพัฒน์ซึ่งมีสินค้าหลักเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ด้วยคำแนะนำของเพื่อนชาวญี่ปุ่น ฉันจึงระมัดระวังในการขอกู้เงิน จึงได้รับผลกระทบไม่มากนัก แต่บุณย์เอกพี่ชายคนโต และบุญปกรณ์พี่ชายคนรองไม่เป็นเช่นนั้น เขาเพิ่มการลงทุนด้วยเงินกู้และถูกบังคับให้จ่ายคืนหลังเกิดวิกฤตค่าเงิน เมื่อฉันได้เป็นประธานของเครือสหพัฒน์ พี่ ๆ ของฉันเป็นประธานของบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (SPI) อยู่ แต่สักวันคงต้องเกษียณอายุ ฉันจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปดูแลทั้งสองบริษัทพร้อม ๆ กัน

แม้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ฉันต้องการ แต่การที่ฉันมีอำนาจในการจัดการบริษัทหลักสองแห่ง ทำให้ฉันสามารถแยกธุรกิจที่ทำและไม่ทำกำไร จากนั้นก็จัดระเบียบการดำเนินธุรกิจภายในบริษัท จากนโยบายการทำธุรกิจด้วยเงินกู้ ได้เปลี่ยนเป็นนโยบายการลงทุนด้วยเงินทุนของตัวเองให้ได้มากที่สุด นี่เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่ได้เรียนรู้จากวิกฤตค่าเงินในครั้งนี้

สถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนเป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสอันดีสำหรับการส่งออก เราได้ตัดสินใจจัดงานแสดงสินค้าอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งขยายช่องทางการขายใหม่ ๆ เราได้เชิญผู้ซื้อมาจากต่างประเทศโดยใช้โรงแรมใกล้ ๆ บริษัทเป็นสถานที่จัดงาน

งานนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ได้ย้ายสถานที่จัดงานไปที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ และจัดต่อเนื่องเป็นประจำปีละครั้งภายใต้ชื่องาน “สหกรุ๊ปแฟร์” ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นงานแสดงสินค้าเพื่อการส่งออก ยังเป็นงานขายสินค้าสำหรับคู่ค้าและผู้บริโภคในประเทศ งานนี้เป็นงานประจำปีที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งคนทั้งเครือเข้าร่วม จะจัดขึ้นประมาณวันที่ 29 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของพ่อฉัน และเราได้จัดงานนี้ต่อเนื่องมาประจำจนเป็นประเพณีของเครือสหพัฒน์

งานสหกรุ๊ปแฟร์ในปี พ.ศ. 2561 เรามีแขกรับเชิญเป็น idol girl group ชาวไทยคือ BNK48 ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินวัยรุ่นแบบ AKB48 ที่เป็น idol girl group ของญี่ปุ่น และในปี พ.ศ. 2562 ได้เชิญ “คุมะมง” mascot ของจังหวัดคุมาโมโตะ มาเป็นแขกในงานด้วย

เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ดังนั้น ในปีที่แล้วและปีนี้จึงต้องจัดงานแบบออนไลน์แทน ถึงกระนั้นเราก็ได้นักแสดงนำสองคนจากซีรีส์ไทยยอดนิยม “เพราะเราคู่กัน : 2gether The Series” ซึ่งโด่งดังมากทั้งในไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะในญี่ปุ่นมาเป็นแขกรับเชิญ

บทที่ 24 สู่ธุรกิจร้านขายปลีก และร้านอาหาร

สร้างจุดเชื่อมโยงกับผู้บริโภค จับทางสินค้าขายดี

ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เปิดร้านสะดวกซื้อ และร้านราเมน

ในช่วงปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากวิกฤตค่าเงินในเอเชียและเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้ง เราพยายามหลีกเลี่ยงการค้าปลีกด้วยตัวเองมาตลอด และเริ่มกลับมาลองทำร้านอาหารที่เคยเลิกไป
เราเคยลงทุนในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต Yaohan ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 (พ.ศ. 2523) และธุรกิจร้านสะดวกซื้อ FamilyMart ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 (พ.ศ. 2533) แต่ก็เป็นการลงทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเราคิดตลอดเวลาว่าเราเป็นผู้ค้าส่ง ดังนั้น การทำร้านค้าปลีกจะเป็นการแข่งขันกับลูกค้าของเราเอง

อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ผู้ค้าปลีกซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิตมากขึ้น เป็นยุคที่มีสินค้าหลากหลายมาก ฉันจึงตระหนักได้ว่าเราจำเป็นต้องมีช่องทางที่สามารถสัมผัสกับผู้บริโภคโดยตรงเพื่อที่จะได้รู้ว่าสินค้าใดขายดีหรือไม่อย่างไร

ดังนั้น เมื่อยุติการร่วมทุนจาก FamilyMart ในปี พ.ศ. 2546 เราจึงดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกด้วยตัวเอง โดยใช้ชื่อร้าน “108 SHOP” ตั้งร้านบนพื้นที่ของเราเอง เน้นทำร้านขนาดเล็กจนมีจำนวนร้านมากถึง 700 แห่ง LAWSON เห็นว่าเรามีร้าน 108 SHOP จึงมาเจรจาขอร่วมทุนด้วย ทั้ง ๆ ที่ในประเทศไทยขณะนั้นร้าน 7-11 เป็นร้านสะดวกซื้อที่แข็งแกร่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และด้วยถือว่างานนี้เป็นงานที่ท้าทาย เราจึงได้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นในปี พ.ศ. 2555 และเปิดร้านสะดวกซื้อภายใต้ชื่อ “LAWSON 108”

ฉันพูดกับ คุณทาเคชิ นิอินามิ อดีตประธาน LAWSON ว่า “หากไม่ส่งคนที่มีหัวใจแห่งความเป็นเจ้าของมา ก็ไม่มีทางเอาชนะ 7-11 ได้” และเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย แต่ทว่า ภายหลังในปี พ.ศ. 2557 เขาได้ย้ายบริษัทไปดำรงตำแหน่งประธานบริษัท Suntory Holdings แทน

บริษัท LAWSON 108 มีหลายสิ่งที่รอการตัดสินใจจากโตเกียว ทำให้รู้สึกหงุดหงิดในบางครั้ง เมื่อเร็ว ๆ นี้เครือสหพัฒน์ได้แนะนำไปยัง LAWSON ที่ญี่ปุ่นให้ขยายร้านขนาดเล็ก (kiosk) ในบริเวณสถานีรถไฟฟ้า (BTS) ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ 7-11 ไม่ได้ทำ

ร้านค้าปลีกญี่ปุ่นที่เรามีส่วนร่วมด้วย ได้แก่ ร้านขายยาซูรูฮะ, ร้าน Daiso, ทีวีช็อปปิ้ง SHOP Channel, ร้านดอง ดอง ดองกิ ที่กำลังฮิตในกรุงเทพฯ เป็นต้น

ในยุค’90 เราทำธุรกิจร้านอาหารทั้งร้านข้าวหน้าเนื้อ Yoshinoya ร้าน Fujiya ร้าน Ginza Lion แต่ธุรกิจก็ไปได้ไม่ค่อยดีนัก ตามที่ฉันเคยเล่าไว้ก่อนหน้านี้ว่า การทานอาหารนอกบ้านตอนนั้นยังไม่แพร่หลายและเราเข้าตลาดเร็วเกินไป

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่ระดับรายได้ของคนไทยจะสูงขึ้นเท่านั้น คนหนุ่มสาวชอบทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น และมักจะคุ้นเคยกับอาหารญี่ปุ่นประเภทซูชิและเทมปุระมาตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นจึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการดึงดูดลูกค้าของห้างในกรุงเทพฯ เครือสหพัฒน์มีธุรกิจด้านอาหารเป็นทุนเดิม จึงสามารถใช้วัตถุดิบการทำอาหารร่วมกันได้

เราเพียงรอเวลาลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง และก็เริ่มต้นด้วยการเปิดร้าน Tonkatsu Shinjuku Saboten ในปี พ.ศ. 2551 ร้าน Washoku SATO ในปี พ.ศ. 2557 และร้านราเมน Kourakuen ในปี พ.ศ. 2559

Kourakuen มาเปิดในประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2555 และขยายเป็น 6 สาขาอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นเป็นสาขาที่เปิดในโครงการ J-Park ของเราที่ศรีราชา ฉันไปทานอยู่บ่อยครั้ง และด้วยรสชาติที่เรียบง่าย ชวนให้คิดถึง ramen ในร้านอาหารจีนที่ญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจร้านอาหารประสบภาวะขาดทุนจากต้นทุนค่าแรงที่สูง เพราะดำเนินงานโดยชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก เมื่อฉันได้รับการติดต่อมาว่าจะถอนตัวจากประเทศไทย ฉันคิดว่าน่าเสียดายที่ราเมนอร่อย ๆ จะหายไป จึงเสนอรับช่วงธุรกิจต่อโดยใช้โรงงานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผลิตเส้นและน้ำซุปแบบโฮมเมด ทำให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง

ธุรกิจร้านอาหารทั้ง 3 รวมกันแล้วยังมีไม่ถึง 20 ร้าน แต่เราไม่คิดจะเร่งรีบขยายสาขาใหม่ ธุรกิจร้านอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถเติบโตได้อย่างแน่นอน ฉันจึงต้องการสร้างความแข็งแรงยั่งยืนของธุรกิจโดยการใช้ฐานธุรกิจของเครือสหพัฒน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด