ไปรษณีย์ไทยเดินหน้าสู่ Tech Post หนุนการเติบโตอีคอมเมิร์ซไทย

ไปรษณีย์ไทย เดินหน้าสู่ Tech Post หนุนการเติบโตอีคอมเมิร์ซไทย

 ไปรษณีย์ไทยพร้อมเดินหน้าสู่ Tech Post ใช้เทคโนโลยี หนุนการเติบโตอีคอมเมิร์ซไทย

วันที่ 27 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมเดินหน้าสู่ Tech Post นำเทคโนโลยีสนับสนุนการให้บริการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพด้านระบบเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม อีกทั้งยังคงให้บริการด้วยมาตรการอาชีวอนามัยอย่างเคร่งครัด

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทย ในฐานะหน่วยงานการสื่อสารและขนส่งของชาติ ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังคงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาระบบงานด้านโลจิสติกส์ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการให้บริการด้านอื่น ๆ

ไม่ว่าจะเป็นด้านการขนส่ง ความปลอดภัย และความรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ รวมทั้งตอบสนองการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA เผยผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2564

โดยมูลค่าอีคอมเมิร์ซในปี 2564 คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายหลังจากการฟื้นตัวจากสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 เป็น 4.01 ล้านล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 6.11 จากปี 2563 ผนวกกับการยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวส์ และนโยบายเปิดประเทศของภาครัฐ ที่คาดว่าจะทำให้การจับจ่ายทั้งออฟไลน์ และออนไลน์กลับมาคึกคักมากขึ้น

อีกทั้งยังเข้าใกล้ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง เช่น วันคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ที่ตามปกติแล้วจะมีการส่งมอบพัสดุระหว่างกันเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้ปริมาณชิ้นงานที่เข้าสู่ระบบขนส่งมีเพิ่มมากขึ้น

ไปรษณีย์ไทยจึงได้เตรียมความพร้อมในหลากหลายมิติ เพื่อให้ระบบการขนส่งมีความรวดเร็ว ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้รับ โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพด้านระบบเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู้การเป็น Tech Post อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ทั้งการติดตั้งเครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่มเป็นเครื่องที่ 3 ซึ่งสามารถคัดแยกสิ่งของได้กว่า 7,200,000 ชิ้นต่อเดือน เพื่อรองรับปริมาณสิ่งของจากกลุ่มธุรกิจ e-Commerce โดยเฉพาะ

การนำร่องติดตั้งเครื่องให้บริการรับฝากอัตโนมัติ (APM) ใน 7 ที่ทำการไปรษณีย์ คือ ไปรษณีย์จตุจักร ไปรษณีย์นนทบุรี ไปรษณีย์ลาดพร้าว ไปรษณีย์ภาษีเจริญ ไปรษณีย์บางขุนเทียน ไปรษณีย์บางพลี เคาน์เตอร์ไปรษณีย์แสมดำ เพื่อเพิ่มช่องทางให้กับผู้ใช้บริการในรูปแบบ Self-Service ซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้บริการได้ลดระยะเวลารอคอยใช้บริการที่เคาน์เตอร์

และอำนวยความสะดวกในยุคที่ต้อง social distancing บริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ หรือ FUZE POST บริการรับฝากสิ่งของถึงบ้าน Pick-up Service ซึ่งจะทำให้กลุ่มประชาชนและผู้ประกอบการได้รับความสะดวกในการส่งของมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ ถึงแม้ประเทศไทยจะเริ่มเปิดประเทศตามนโยบายของภาครัฐอีกครั้ง ไปรษณีย์ไทยก็ยังคงให้บริการตามมาตรการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาระหว่างปฏิบัติงาน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ งดการพูดคุยระหว่างให้บริการ และเจ้าหน้าที่นำจ่ายต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง

พร้อมสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ระหว่างนำจ่ายสิ่งของให้ลูกค้าทุกครั้ง ศูนย์ไปรษณีย์มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพัสดุทุกชิ้น สำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องการลงนามรับสิ่งของ สามารถแจ้งให้บุรุษไปรษณีย์บันทึกชื่อ-นามสกุล แทนการลงนามได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัส

อีกทั้งไปรษณีย์ไทยได้เดินหน้าให้เจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสรรวัคซีนป้องกัน COVID-19 ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน และได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศแล้วอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการทุกคน


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ