สั่งงดนาปรังรอบ 2 เร่งเก็บกักน้ำ รับมือเอลนีโญ

เขื่อนสิริกิติ์
แฟ้มภาพ

สั่งงดนาปรังรอบ 2 เร่งเก็บกักน้ำ รับมือสถานการณ์เอลนีโญ พื้นที่ลุ่มต่ำ 11 ทุ่งที่ปรับปฏิทินเพาะปลูก ควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อม 5 มาตรการรับมือฤดูฝน

วันที่ 21 เมษายน 2566 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาถึงสถานการณ์เอลนีโญปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ ทางกรมชลฯ จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศให้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สามารถรองรับสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 66 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 45,564 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 13,857 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ

ประพิศ จันทร์มา
ประพิศ จันทร์มา

โดยจนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 65/66 ทั้งประเทศไปแล้ว 23,780 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 86 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 8,579 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.)

ด้านผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกไปแล้ว 10.36 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 99 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกไปแล้วประมาณ 6.35 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 96 ของแผนฯ

“ขณะนี้บางพื้นที่มีการเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ จึงขอความร่วมมือเกษตรกรงดการทำนาปรังต่อเนื่อง (นาปรังรอบ 2) เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้”

สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 ทุ่งที่กรมชลประทานได้ปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรได้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง ปัจจุบันในพื้นที่ทุ่งบางระกำได้เริ่มเพาะปลูกแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นมา ส่วนอีก 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานได้เริ่มส่งน้ำเข้าระบบชลประทานตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้เกษตรกรเตรียมเพาะปลูกได้ในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากอุทกภัย

พร้อมปฏิบัติตามมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี’66 ที่กรมชลประทานกำหนด ได้แก่ 1.จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี 2.บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลักในการเพาะปลูก


4.กักเก็บน้ำในเขื่อน รวมไปถึงแหล่งน้ำต่าง ๆ ให้มากที่สุด 5.วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามมาตรการรองรับฤดูฝนปี’66 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด