ดอลลาร์แข็งค่ารับแรงหนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ย

ภาพ : pixabay

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2565

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/3) ที่ระดับ 33.35/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/3) ที่ระดับ 33.30/32 บาท โดยค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่นักลงทุนเริ่มถอนเงินทุนจากสินทรัพย์ที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ และความคาดหวังในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดยนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 12 ครั้งในปีนี้ให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า 3% เพื่อแสดงว่าเฟดมีความจริงจังในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีกำลังส่งผลกระทบต่อประชาชน ก่อนหน้านี้ นายบูลลาร์ดเป็นเจ้าหน้าที่เฟดเพียงรายเดียวที่ลงมติให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่เฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.25-0.50% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 6 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ที่ระดับ 1.75-2.00% ในปลายปีนี้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2566 แต่จะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2567

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ศบค.มีมติเห็นชอบให้ปรับมาตรการการเปิดรับผู้เดินเข้าประเทศแบบ Test & Go ซึ่งได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ไม่ต้องแสดงตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ในช่วง 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าประเทศ แต่หลังจากเดินทางเข้ามาแล้วยังคงให้ตรวจ RT-PCR ในวันแรก จากนั้นในวันที่ 5 ให้ตรวจแบบ ATK ด้วยตัวเองแล้วแจ้งผลผ่านแอปพลิเคชั่น พร้อมทั้งเตรียมพิจารณาปรับลดวงเงินประกันเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวะที่เหมาะสม

ขณะที่เผยความคืบหน้ามาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี 2565 ประกอบด้วยโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4, โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนลครึ่งระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 40.85 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 61,284.74 ล้านบาท ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.35-33.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.52/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (21/3) ที่ระดับ 1.1044/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/3) ที่ระดับ 1.1056/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1035-1.1066 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1050/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/3) ที่ระดับ 119.17/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/3) ที่ระดับ 118.92/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนยังคงปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องจากความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่างเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)

โดยผู้ว่าการบีโอเจ ระบุว่า บีโอเจยังไม่เห็นถึงความจำเป็นในการคุมเข้มนโยบายการเงิน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ดีดตัวขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 119.14-119.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 119.20/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ


สัปดาห์นี้ นักลงทุนติดตามถ้อยแถลงของบรรดาประธานเฟดสาขา โดยเริ่มจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ในวันนี้ (21/3)