สปอนเซอร์ตรึงราคา 10 บาท ฝ่าภาษีน้ำหวาน

“สปอนเซอร์” จัดทัพรอบใหม่ เขย่าสูตร รีลอนช์ซับแบรนด์ใหม่ “พลัสซี 120-บีเฟรช” ลดหวาน หวังขยายฐานคนรุ่นใหม่ รักสุขภาพ ก่อนรีลอนช์รวดเดียว 3 รายการ ทุ่มงบฯกว่า 300 ล้าน จัดเต็มพรีเซ็นเตอร์ โฆษณาออฟไลน์ ออนไลน์ สร้างการรับรู้ตราสินค้า หวังเขย่าตลาดเกลือแร่ 5 พันล้าน พร้อมตรึงราคาขายขวดแก้ว 10 บาทเท่าเดิม ไม่ขึ้นราคาแม้ต้นทุน-ภาษีความหวานพุ่ง

นายศุภชัย จุนเกียรติ ผู้อำนวยการสายงานการตลาดโกลบอล กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเกลือแร่ สปอนเซอร์ กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ในปัจจุบันมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท มีการเติบโตตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 15% หลังจากที่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดรวมมีการชะลอตัวจากปัญหากำลังซื้อและเศรษฐกิจ และไม่สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ ได้

สำหรับสปอนเซอร์ยังคงมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เป็นตัวเลขดับเบิลดิจิตทุกปี และตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้เติบโต 17% และมีมาร์เก็ตแชร์ 90% จากการรุกทำการตลาด จัดกิจกรรม และสร้างเอ็นเกจเมนต์กับผู้บริโภคอยู่เสมอ และเพื่อสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์และตลาด

ล่าสุดบริษัทได้ทำการรีลอนช์ซับแบรนด์ใหม่ เช่น พลัสซี 120 และบีเฟรช ให้อยู่ภายใต้ซับแบรนด์ “สปอนเซอร์ แอคทีฟ” ซึ่งเดิมมีเพียงสูตรผสมซิงก์ เพื่อง่ายต่อการสื่อสาร และการจดจำแบรนด์ของผู้บริโภค เพื่อขยายฐานไปยังกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18-20 ปีขึ้นไป เสริมกับฐานลูกค้าหลักรสออริจินอล ที่เป็นคนอายุ 35 ปีขึ้นไป และกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา มีสัดส่วนของยอดขายกว่า 90% จึงทำการปรับสูตร ลดความหวานจากเดิม 10% เหลือ 6-8% ตลอดจนลวดลายขวด และแพ็กเกจจิ้งที่มีความทันสมัยมากขึ้น มีทั้งหมด 3 สูตร ได้แก่ สีเขียว-สปอนเซอร์ แอคทีฟ วิตามินซี ที่มีวิตามินซี 200% สีฟ้า-สปอนเซอร์ แอคทีฟ ซิงค์ และสีแดง-สปอนเซอร์ แอคทีฟ แมกนีเซียม ทั้ง 3 สูตร มีจำหน่ายทั้งแบบขวดแก้ว 10 บาท และสลีคแคน 13 บาท

“การที่ตลาดรวมไม่สามารถขยายตัวได้มาก เพราะไม่สามารถเจาะไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ เรามองว่าหากต้องการที่จะทำให้ตลาดขยายตัวมากกว่านี้ จำเป็นต้องสร้างการเติบโตไปยังกลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะวัยรุ่นให้ได้ การรีแบรนด์ครั้งนี้จึงมีทั้งการปรับภาพลักษณ์ของโปรดักต์ การใช้พรีเซ็นเตอร์ ไปจนถึงการทำตลาดอย่างครอบคลุม 360 องศา เพื่อสร้างการรับรู้อย่างเต็มที่”

ทั้งนี้ ได้เตรียมงบฯการตลาดสำหรับการเปิดตัวสินค้าและกิจกรรมนี้ไว้ที่ 300 ล้านบาท จากงบฯการตลาดรวมทั้งปี 400 ล้านบาท โดยการดึง “เก้า-สุภัสสรา ธนชาต” เป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมกับทำโฆษณาทั้งในสื่อออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีคนดังในโซเชียลรายอื่น ๆ มาร่วมสร้างเอ็นเกจเมนต์ เช่น แฮปปี้ แนนซี่, นายฮ้อยชวนชิม, หมอแล็บแพนด้า และแร็ปเอก ตลอดจนกิจกรรมผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก และทีมสปอนเซอร์ทรูป ลงพื้นที่แจกสินค้าตัวอย่างให้ผู้บริโภคได้ทดลองสินค้า

นายศุภชัยระบุต่อไปอีกว่า สำหรับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีความหวาน ต้องยอมรับว่ามีส่วนที่ทำให้มีต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้บริษัทยังไม่มีนโยบายจะปรับราคาสินค้าขึ้นแต่อย่างใด โดยจะตรึงราคาขายของขวดแก้วไว้ที่ 10 บาท ให้นานที่สุด

ส่วนการปรับสูตรของสินค้านั้นยอมรับว่าทำได้ยาก เนื่องจากปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคสำหรับเครื่องดื่มเลยก็คือ รสชาติ ขณะเดียวกัน คุณสมบัติของเครื่องดื่มเกลือแร่ก็จำเป็นที่จะต้องมีน้ำตาล และโซเดียม เพื่อชดเชยเหงื่อและเกลือแร่ที่ร่างกายเสียไปในการออกกำลังกาย หรือกิจกรรม หากปรับลดตรงนี้หรือใช้สารให้ความหวานทดแทนก็จะอาจจะไม่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้

Previous articleเจาะลึกเวที “นิสสัน โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019”
Next articleGrab Indonesia เราโตคนเดียวไม่ได้