อัตลักษณ์ใหม่ อเมริกันสแตนดาร์ด สู่ความยั่งยืนอย่างเต็มกำลัง

พรียังก้า ทันวาร์
พรียังก้า ทันวาร์

ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว บวกกับความท้าทายทั้งด้านการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น และการที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับด้านสุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนมากขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและสามารถส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชากรรุ่นหลัง ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องปรับตัว สร้างสรรค์สินค้าและคุณค่าของแบรนด์ที่สอดรับกับความต้องการของสังคม

ด้วยเหตุนี้ อเมริกันสแตนดาร์ด (American Standard) จึงได้เปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ และสื่อสารเส้นทางความยั่งยืนของแบรนด์ (brand identity and sustainable journey) เพื่อแสดงจุดยืนที่สะท้อนความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ (empathy) และความใกล้ชิดกับผู้บริโภค ภายใต้คอนเซ็ปต์ LIFE.LOVE.HOME ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบ้านบนพื้นฐานความยั่งยืน สะท้อนความน่าเชื่อถือที่แบรนด์สั่งสมมาตลอดมากกว่า 150 ปี

“พรียังก้า ทันวาร์” ลีดเดอร์ การสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ประจำลิกซิล ภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า อเมริกันสแตนดาร์ดเป็นหนึ่งในธุรกิจภายใต้ลิกซิล (LIXIL) ซึ่งเป็นผู้นำด้าน water technology ที่สร้างสุขภัณฑ์และสินค้าเกี่ยวกับบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ยังมีแบรนด์อื่น ๆ ในเครืออีกด้วย เช่น อิแนกซ์ (INAX), โกรเฮ่ (GROHE) โดยมีการดำเนินงานใน 150 ประเทศด้วยกว่า 50 ฐานการผลิตและทีมวิจัยและพัฒนาทั่วโลก

“สำหรับอเมริกันสแตนดาร์ด อยู่คู่กับที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมาแล้วกว่า 54 ปี และที่ผ่านมาเรามุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เป็นยิ่งกว่าปณิธานของบริษัท โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีที่สร้างความสมดุลต่อระบบนิเวศ และนวัตกรรมแต่ละอย่างผ่านการคิดค้นมาเป็นอย่างดี

เช่น ผลิตภัณฑ์ของอเมริกันสแตนดาร์ดช่วยลดการใช้น้ำ อย่างโถสุขภัณฑ์ใช้น้ำในการทำความสะอาดน้อยลง 25% เมื่อเทียบกับหลายแบรนด์ในตลาด และยังลดการใช้สารเคมีเพื่อทำความสะอาดโถที่อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ทิศทางสินค้าที่มุ่งรักษาและปกป้องโลกจะไม่ได้ลดทอนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค”

สำหรับเส้นทางความยั่งยืนของอเมริกันสแตนดาร์ดจะอยู่บนหลักการเดียวกับลิกซิล โดยมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยผ่านการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบ โดยปัจจุบันเน้นใน 3 หัวข้อที่บริษัทเล็งเห็นว่าต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ

1.สุขอนามัยและสุขอนามัยสากล (global hygiene and sanitation) ส่งเสริมและช่วยให้ผู้คนเข้าถึงสุขสุขภัณฑ์ที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีและเด็กหญิง ขณะเดียวกันก็ป้องกันการแพร่เชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อเด็ก

2.การสนับสนุนความหลากหลายและยอมรับความแตกต่าง (diversity and inclusion : D&I) โดยบริษัทโอบรับความหลากหลายของผู้คนทั้งในสังคมและในองค์กร โดยเปิดรับพนักงานที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอายุ เพศ ถิ่นกำเนิด ศาสนา สีผิว การศึกษา วัฒนธรรม ความพิการ รสนิยมทางเพศ เป็นต้น และยังให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุและผู้พิการทางร่างกาย

3.การอนุรักษ์น้ำและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม (water conservation and environmental sustainability) เน้นการอนุรักษ์น้ำ พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งขั้นตอนการผลิต การจัดจำหน่าย และสำหรับผู้ใช้ปลายทาง

“พรียังก้า ทันวาร์” ยังกล่าวด้วยว่า อัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดที่ใช้พร้อมกันทั่วโลก จะมุ่งเน้นการปรับปรุงบ้านทั่วโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ผ่านแนวคิดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่า 150 ปีของบริษัท ในขณะเดียวกันต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตามคุณค่าของแบรนด์ LIFE.LOVE.HOME และภาพลักษณ์ของแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดใหม่จะเป็นสีแดง (American Standard Red) ที่สื่อถึงความรักและความหลงใหลในสิ่งที่ทำนั้น และสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับผู้บริโภค

“เราเชื่อว่าการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่ดี เพราะความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญมากต่อการเติบโตของธุรกิจ เราจึงขยายธุรกิจไปทั่วโลกด้วยวิธีที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คน และดำเนินงานในลักษณะที่สนับสนุนความยั่งยืน มีจริยธรรม และสร้างความปลอดภัยให้ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

อเมริกันสแตนดาร์ดจะร่วมกับลิกซิลในการปรับผลิตภัณฑ์สู่ความยั่งยืน 100% และสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral) ภายในปี 2593 ผ่านการดำเนินงานในทุกขั้นตอน รวมถึงสร้างผลิตภัณฑ์ลดการใช้น้ำ และมีนวัตกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงาน เช่น ก๊อกน้ำที่ปรับอุณหภูมิได้ทันทีที่เปิดโดยไม่ต้องใช้เวลานาน เป็นต้น”

นอกจากนั้น ลิกซิลยังเล็งเห็นว่าระบบสุขาภิบาลที่ไม่ดีเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเด็ก โดยปัจจุบันเด็กประมาณ 1,800 คนต่อวันเสียชีวิตเนื่องจากการขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการสุขาภิบาล จึงได้สร้าง SATO ในฐานะธุรกิจเพื่อสังคม ที่ได้ช่วยส่งผลดีต่อชีวิตของผู้คนมากกว่า 35 ล้านคนใน 44 ประเทศ ภายใต้การออกแบบของอเมริกันสแตนดาร์ด

“จุดประสงค์เพื่อให้ผู้คนทุกพื้นที่มีชีวิตที่ดีขึ้นในด้านสุขอนามัย โดยการออกแบบสุขภัณฑ์ราคาถูกถูกสุขอนามัยโดยใช้กลไกง่าย ๆ ลดการติดต่อของโรคจากแมลงพาหะที่จะสัมผัสสิ่งปฏิกูลของมนุษย์ และเข้าถึงได้ตามความต้องการและความจำเป็นเฉพาะของผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่ โดยตั้งเป้าปรับปรุงสุขอนามัยและสุขอนามัยสำหรับผู้บริโภค 100 ล้านคนภายในปี 2568”

ทั้งนี้ อเมริกันสแตนดาร์ดก็ได้ออกแคมเปญฟลัชฟอร์กู๊ด ซึ่งเป็นการรณรงค์เพื่อส่งเสริมการใช้โถสุขภัณฑ์ซาโต้ โดยการจับคู่ทุก ๆ การขายหนึ่งสุขภัณฑ์รุ่นแชมเปี้ยนโปรเข้ากับการบริจาคหนึ่งโถสุขภัณฑ์ซาโต้ โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ ได้มีการบริจาคโถสุขภัณฑ์ซาโต้มากกว่าล้านชุดไปยังประเทศกำลังพัฒนา โถสุขภัณฑ์ซาโต้รุ่นแรกกว่า 810,000 ชุดถูกส่งไปติดตั้งในบังกลาเทศ ยูกันดา เฮติ มาลาวี เนปาล ไนจีเรีย และฟิลิปปินส์

โถสุขภัณฑ์ซาโต้ยังได้รับเลือกจากศูนย์ออกแบบสถาปัตยกรรมและผังเมืองแห่งยุโรป และพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมและการออกแบบแห่งบัณฑิตยสภาชิคาโก ในด้านการออกแบบนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่สนับสนุนการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ

ซึ่งสอดคล้องกับการออกแบบนวัตกรรมโลกโดยมีการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน สุขภัณฑ์ซาโต้ของอเมริกันสแตนดาร์ดได้รับรางวัลวิจัยและพัฒนาอาร์แอนด์ดี เพราะเป็นทางแก้ปัญหาด้านการสุขาภิบาลที่ปลอดภัยในประเทศกำลังพัฒนา


“พรียังก้า ทันวาร์” กล่าวทิ้งท้ายว่า ในปัจจุบันบ้านเป็นมากกว่าพื้นที่อยู่อาศัย เพราะนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 หลาย ๆ บริษัทก็ให้พนักงานทำงานจากบ้าน เพราะฉะนั้นบ้านเป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันของคนเรา ลิกซิลจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับทุกคน และการทำให้บ้านมีสไตล์และมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะในระหว่างนี้หลายคนคงต้องทำงานจากที่บ้านกันต่อไป