ลุ้นระทึก! ก.ย.-ต.ค.นี้ ไอเคโอปลดธงแดงไทยหรือไม่

“ศิริจันทร์” เผยผลตรวจไอเคโอ รปภ. “สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-สนง.การบินพลเรือน” ไม่พบข้อบกพร่อง ขณะที่ “ก.ย.-ต.ค.” ลุ้นไอเคโอปลดธงแดงไทยหรือไม่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบกแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ว่าคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนรายงานความคืบหน้าในที่ประชุมว่า เรื่องการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ (เอโอซี) ว่าได้ออกใบรับรองแล้วทั้งหมด 9 สายการบิน อยู่ในระหว่างตรวจสอบสถานีหลัก และการตรวจสอบภาคอากาศ 4 สายการบิน และอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารหลักฐานอีก 7 สายการบิน นอกจากนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ส่งจดหมายแจ้งสายการบินที่ไม่ผ่านการตรวจประเมิน 16 สายการบิน เพื่อแจ้งให้ดำเนินการขอรับการตรวจ เนื่องจากเป็นข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) หากไม่มีใบอนุญาตต้องงดการบิน จึงทำให้สำนักงานการบินพลเรือนฯ แจ้งงดการอนุญาตให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ยังไม่ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ ให้งดการให้บริการการบินระหว่างประเทศจนกว่าจะได้ใบรับรอง โดยมีการงดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวต่อว่า ส่วนการยื่นเอกสารขอรับการตรวจจากไอเคโอดำเนินการแล้ว คาดว่าจะมีการส่งบุคลากรเข้ามาตรวจสอบประเมินมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยประมาณปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม เราก็จะได้ทราบว่าธงแดงจะถูกปลดออกจากประเทศไทยหรือไม่ ขณะเดียวกันผลการตรวจรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ไอเคโอ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสำนักงานการบินพลเรือนฯ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่พบข้อบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัยที่มีนัยยะสำคัญ ผู้ตรวจมีความพึ่งพอใจต่อระบบการรักษาความปลอดภัยในภาพรวมด้านการบินเรือนของประเทศไทย และได้ขอให้ประเทศไทยพิจารณานำประสบการณ์และผลการจากการตรวจในครั้งนี้ไปดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานในเรื่องความปลอดภัย พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เตรียมพัฒนาการบุคลากรให้มีความพอเพียงรองรับอุตสาหกรรมการบิน โดยจะมีการแจ้งผลตรวจสอบดังกล่าวอีก 60 วันหลังจากวันที่มาตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรกำชับให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวด้วย

 


ที่มา : มติชนออนไลน์