เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่าต่อเนื่อง กนง.มติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5%

29 พ.ย. 2566 | 19:59น.
กนง. เงินบาท แบงก์ชาติ

เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง หลังกนง.มติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แม้ภาคการส่งออก และการผลิตที่เกี่ยวข้องจะชะลอลง โดยคาดว่าในปี 2567 และ 2568 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างสมดุลขึ้น

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/11) ที่ระดับ 34.59/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากกระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/11) ที่ระดับ 34.91/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

หลังนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เขามีความเชื่อมั่นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในขณะนี้อยู่ในระดับที่เข้มงวดมากเพียงพอที่จะหยุดเงินเฟ้อแล้ว พร้อมส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่ว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หากเงินเฟ้อปรับตัวลงเข้าใกล้เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

ขณะที่นายออสแทน กูลส์บี ประธานเฟด สาขาชิคาโก กล่าวว่า ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐกำลังปรับตัวลงในอัตราที่รวดเร็ว พร้อมกับกล่าวว่าเขารู้สึกกังวลหากเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานเกินไป

ถึงแม้ว่าคืนวานนี้ (28/11) ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 102.0 ในเดือน พ.ย. จากระดับ 99.1 ในเดือนตุลาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 101.0 โดยดัชนีความเชื่อมั่นยังคงได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ ผู้บริโภคลดความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่เพิ่มความเชื่อมั่นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค ความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า สถานะการเงินส่วนบุคคลและการจ้างงาน และในสัปดาห์นี้ตลาดจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี

ซึ่งดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.4% ในเดือนกันยายน เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนตุลาคม จากระดับ 0.4% ในเดือนกันยายน

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.7% ในเดือนกันยายน เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนตุลาคม จากระดับ 0.3% ในเดือนกันยายน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ช่วงบ่ายวันนี้ (29/11) นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีการเปิดเผย ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี

นอกจากนั้น ทาง กนง.ยังประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แม้ภาคการส่งออก และการผลิตที่เกี่ยวข้องจะชะลอลง โดยคาดว่าในปี 2567 และ 2568 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างสมดุลขึ้น จากอุปสงค์ในประเทศ การท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของภาคการส่งออก

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.58-35.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.84/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/11) ที่ระดับ 1.1009/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/11) ที่ระดับ 1.0951/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังนายโยอาคิม เนเกิล ประธานธนาคารบุนเดสแบงก์เปิดเผยเมื่อวานนี้ (28/11) ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหากแนวโน้มเงินเฟ้อแย่ลง และ ECB ไม่ควรรีบผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป หลังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวเมื่อวันจันทร์ (28/11) ว่า การต่อสู้ของ ECB เพื่อควบคุมการขยายตัวของเงินเฟ้อนั้นยังไม่สิ้นสุด ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0976-1.1017 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0984/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/11) ที่ระดับ 146.81/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/11) ที่ 148.54/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐกับญี่ปุ่นจะหดแคบลง ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.65-147.60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.60/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2566 (29/11), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (29/11), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหภาพยุโรป (30/11) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐเดือนตุลาคม (30/11), ดัชนีภาคการผลิตเดือนพฤศจิกายนจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.35/-10.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -11.20-10.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ