งัดมาตรการเข้ม! อิหร่านบล็อกอินเตอร์เน็ตหลังเหตุประท้วงลุกลาม

REUTERS

การประท้วงในอิหร่านลุกลามต่อเนื่องติดต่อกันเป็นคืนที่ 3 โดยเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม กลุ่มผู้ประท้วงได้บุกทำลายศาลาว่าการกรุงเตหะราน แม้รัฐบาลจะประกาศเตือนการออกมาชุมนุมโดยผิดกฎหมาย และได้ตัดสัญญานอินเตอร์เน็ตบนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเพื่อควบคุมสถานการณ์

นอกจากในกรุงเตหะรานแล้ว ยังเกิดเหตุประท้วงในอีกหลายเมืองทางด้านตะวันตกของประเทศ โดยมีรายงานคนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิตที่เมืองโดรุด อย่างไรก็ดีเนื่องจากขณะนี้ในอิหร่านเต็มไปด้วยข่าวลือมากมาย บวกกับการควบคุมการเดินทางอย่างเข้มงวด และสื่อถูกปิดกั้นเกือบทั้งหมดทำให้การยืนยันรายงานข่าวในหลายๆ กรณีเป็นไปได้ยาก


ทางการอิหร่านได้ตัดสัญญานอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 30 ธันวาคมเพียงไม่นาน นอกจากนี้สื่ออิหร่านหลายสำนักยังรายงานตรงกันโดยเตือนว่า อาจมีการปิดบริการ “เทเลแกรม” เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เป็นได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศอิหร่านในเร็วๆ นี้ หลังจากรัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารของอิหร่านออกมากล่าวหาว่าสื่อได้เสนอข่าวที่กระตุ้นให้เกิดการลุกฮือของกลุ่มติดอาวุธ

สำนักข่าวอีกแห่งหนึ่งยังเผยแพร่ภาพวิดีโอที่กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปทำลายศาลาว่าการกรุงเตหะราน พลิกรถตำรวจจนคว่ำ และจุดไฟเผาธงชาติอิหร่าน ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเกิดเหตุวุ่นวายรอบมหาวิทยาลัยในกรุงเตหะราน โดยมีคนหลายร้อยคนออกมาเดินขบวนบนท้องถนน ปิดกั้นเส้นทางเดินรถ และตะโกนสโลแกนต่อต้านรัฐบาล

ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของอิหร่านออกมาเรียกร้องให้ผู้ที่ได้รับโทรศัพท์ให้ออกไปร่วมประท้วง ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการรวมตัวกันโดยผิดกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากผู้ประท้วงไม่เพียงแต่จะสร้างปัญหาให้กับตัวเองแต่ยังจะสร้างปัญหาให้กับประชาชนคนอื่นๆ ด้วย

อยาโตเลาะห์ โมห์เซน อราคีของอิหร่าน กล่าวกับฝูงชนในกรุงเตหะรานว่า ศัตรูได้พยายามที่จะสร้างอุบายด้วยการใช้โซเชียลมีเดียและประเด็นด้านเศรษฐกิจเพื่อปลุกระดมให้ผู้คนออกมาต่อต้านรัฐบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านหลายคนออกมากล่าวโทษว่ามีประเทศอื่นพยายามเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน โดยพุ่งเป้าไปยังสหรัฐและซาอุดีอาระเบีย

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ทวีตข้อความว่า ประชาชนอิหร่านต้องการการเปลี่ยนแปลง และว่าผู้ปกครองที่กดขี่ข่มเหงประชาชนไม่อาจคงอยู่ในอำนาจไปได้ตลอดกาล เมื่อถึงเวลาประชาชนอิหร่านจะต้องเลือก และโลกกำลังเฝ้าดู

 

ที่มา มติชนออนไลน์