เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
Business ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Politics ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
News Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
“ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
News “ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
Politics ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
Real Estate SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
Business ‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
แบงก์กรุงเทพ จับมือเพอร์มาตา เชื่อมธุรกิจไทย-อินโดฯ จับคู่การค้า ต่อยอดลงทุน
Finance แบงก์กรุงเทพ จับมือเพอร์มาตา เชื่อมธุรกิจไทย-อินโดฯ จับคู่การค้า ต่อยอดลงทุน
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย ก.ย. 2.6 หมื่นล้าน ฉุด SET ร่วง 2.3% แต่ 9 เดือนยังซื้อสุทธิ 2.48 หมื่นล้าน
Finance ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย ก.ย. 2.6 หมื่นล้าน ฉุด SET ร่วง 2.3% แต่ 9 เดือนยังซื้อสุทธิ 2.48 หมื่นล้าน
‘ดร.เกษม’ ชี้ ปลาหมอคางดำบุก ‘ลำปาว’ ช่วงน้ำหลากส่อแพร่กระจายสู่ลำน้ำสาขา ทุบเศรษฐกิจ 2,500 ล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ดร.เกษม’ ชี้ ปลาหมอคางดำบุก ‘ลำปาว’ ช่วงน้ำหลากส่อแพร่กระจายสู่ลำน้ำสาขา ทุบเศรษฐกิจ 2,500 ล้าน
ดูทั้งหมด

เปิด 7 อินไซท์ “มนุษย์เงินเดือน” ยุคโควิด คนทำงานหวังค่าตอบแทนมากกว่าสมดุลชีวิต

11 ส.ค. 2564 | 15:07น.
จ๊อบส์ ดีบี เผย 7 ข้อ เทรนด์คนทำงาน หลังโควิด

จ๊อบส์ ดีบี เผยผลวิจัย 7 อินไซท์ แนวโน้มทิศทางความต้องการของตลาดแรงงานหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พบ ผลตอบแทนต้องมาเป็นอันดับ 1 แซงหน้า เวิร์ค-ไลฟ์ บาลานซ์

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังวิกฤต ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในวงกว้าง ธุรกิจต้องปรับตัวเตรียมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

ภาคธุรกิจในส่วนต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่นเดียวกับ “คนทำงาน” ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ไม่น้อย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มและความต้องการต่าง ๆ ของตลาดแรงงาน

ล่าสุด จ๊อบส์ ดีบี (JobsDB) แพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (Boston Consulting Group) และ เดอะ เน็ตเวิร์ก (The Network) ได้ทำการสำรวจ “Decoding Talent Survey” เพื่อสำรวจทิศทางความต้องการของกลุ่มคนทำงานในหลายภูมิภาคทั่วโลก

โดยมีผู้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจกว่า 200,000 คน ใน 190 ประเทศ จาก 20 กลุ่มอาชีพ จัดทำขึ้นในช่วงปลายปี 2020 เพื่อศึกษาเทรนด์ของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปในหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ทั้งนี้จากแบบสำรวจดังกล่าว พบข้อมูลที่น่าสนใจของตลาดคนทำงานในไทยที่เปลี่ยนไป ดังนี้

1. ค่าตอบแทนมาก่อนความสมดุล (Financial Compensation)

ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ คนทำงานให้ความสำคัญกับค่าตอบแทนมากที่สุด อ้างอิงจากผลสำรวจที่ชี้ว่าในปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด-19 คนทำงานจะให้ความสำคัญกับความสมดุลในชีวิต หรือ Work Life Balance มากที่สุด ส่วนค่าตอบแทนจะเป็นอันดับที่ 5

2. ทำงานแบบผสมเป็นนอร์มอล (Flexibility)

แบบสำรวจยังพบอีกว่าคนทำงานในไทยมีความต้องการที่จะทำงานแบบผสมผสานระหว่างการทำงานระยะไกลและทำงานที่ออฟฟิศ คิดเป็น 73% จากทั้งหมด และอีก 20% มีความต้องการที่จะทำงานระยะไกลเท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปของคนทำงานที่เริ่มมองหาไลฟ์สไตล์การทำงานแบบไฮบริด (Hybrid) มากยิ่งขึ้น จึงเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญกับ “การทำงานแบบยืดหยุ่น” (Flexibility) เพื่อรับกับสถาการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

3. ให้คุณค่ากับสังคม (Value-based Workplace Culture)

อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญสำหรับคนทำงานในยุคปัจจุบันคือการแสวงหาองค์กรที่มีวัฒนธรรมในการทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยในช่วงปีที่ผ่านมาคนทำงานส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านการทำงาน ดังนั้น จากผลการสำรวจพบว่า ภาพรวมกลุ่มคนทำงานในประเทศไทยมีแนวโน้มให้ความสนใจในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมสูงถึง 70% ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ (Gen Z) 53% จะไม่เลือกเข้าทำงานกับองค์กรที่ไม่มีนโยบาย CSR ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

4. เปิดรับยุคดิจิทัล (Digital Tools)

เมื่อคนทำงานในองค์กรมีความจำเป็นที่จะต้อง “Work from Home” อีกสิ่งหนึ่งที่ควบคู่กับการทำงานที่บ้านนั้นคือการใช้ “เครื่องมือดิจิทัล” ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนทำงาน ให้สามารถทำงานและสื่อสารกันได้เหมือนกับการทำงานที่ออฟฟิศ โดยเครื่องมือดิจิทัลที่ได้รับความนิยมในทุกอุตสาหกรรมคงหนีไม่พ้น อีเมล (E-mail) ระบบการประชุมทางไกล (Teleconference) ระบบคลาวด์ (Cloud) และอีกหลากหลายเครื่องมือดิจิทัลที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อรองรับกับการทำงานระยะไกล

จากผลสำรวจพบว่า ตลาดแรงงานไทยมีการใช้เครื่องมือดิจิทัลมากขึ้นคิดเป็น 0.8 คะแนน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 0.56 คะแนน และในอนาคต เครื่องมือดิจิทัลอาจจะมีแนวโน้มในการเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

5. ยอมรับความหลากหลายในองค์กร (Diversity)

อีกหนึ่งแนวโน้มที่ค่อนข้างน่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้คือ “ความหลากหลาย” (Diversity) ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่อง เพศ อายุ เชื้อชาติ สังคม โดยผลสำรวจพบว่า 91% ของตลาดแรงงานไทยให้ความสำคัญกับความหลากหลายในองค์กร โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งสูงกว่าตลาดแรงงานทั่วโลกที่ให้ความสำคัญในด้านนี้เพียง 68% และคนทำงานกว่า 63% ไม่ประสงค์ที่จะร่วมงานกับองค์กรที่มีการปิดกั้นเรื่องความหลากหลาย ทำให้ความหลากหลายในองค์กรเป็นอีกหนึ่งค่านิยมทางสังคมที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

6. ติดปีกทักษะใหม่ เพื่อโอกาสงานที่ดีกว่า (Upskill)

อีกเทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจก็คือคนทำงานมีความต้องการที่จะฝึกอบรมเพื่อเข้ารับการทำงานในตำแหน่งงานใหม่ ๆ โดยจากผลสำรวจพบว่า คนทำงานในประเทศไทยยินดีที่จะฝึกอบรมสำหรับตำแหน่งงานใหม่สูงถึง 83% โดยพบว่าสายงานช่างและการผลิตเต็มใจที่จะเข้ารับการฝึกอบรม 100% ตามมาด้วยสายงานด้านสื่อและข้อมูลข่าว 88% และด้านการขาย 87%

และเป็นที่น่าสนใจว่าคนทำงานในสายงานด้านดิจิทัลและออโตเมชั่นเป็นกลุ่มงานที่พนักงานอยากฝึกอบรมสำหรับตำแหน่งงานใหม่น้อยที่สุด คิดเป็น 67% นอกจากที่จากการสำรวจยังพบว่าอุตสาหกรรมที่คนทำงานอยากเปลี่ยนงานไปทำงานมากที่สุดใน 4 อุตสาหกรรมประกอบด้วย อุตสาหกรรมไอทีและเทคโนโลยี 60% การสื่อสารการตลาด 40% กลุ่มงานด้านที่ปรึกษา และอุตสาหกรรมสรรหาบุคลากร ที่ 13% เท่ากัน

7. เปิดกว้างสู่ช่องทางใหม่ในการอัพสกิล (New Channel)

การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนทบทวนทักษะเดิม (Reskill) ตลอดจนการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Upskill) ให้พร้อมสำหรับตลาดแรงงานปัจจุบันที่มีอัตราการแข่งขันสูง และเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นปัจจัยที่คนทำงานให้ความสำคัญ โดยจากผลสำรวจพบว่า กว่า 72% ของคนทำงานในประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดหากเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง

โดยวิธีการเรียนรู้ยอดนิยมในปี 2020 ได้แก่ การฝึกอบรมขณะทำงาน (On-the-job training) คิดเป็น 82% การเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self-Study) คิดเป็น 71% การเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชัน (Mobile Apps) คิดเป็น 51% และสถาบันการศึกษาออนไลน์ (Online Educational Institutions) คิดเป็น 48% ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า การเรียนรู้ผ่านสถาบันการศึกษาออนไลน์มีการเติบโตสูงขึ้น 58% และผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เติบโตสูงขึ้น 48% จากปี 2018 ตามลำดับ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดและอ่านรายงาน แบบสำรวจระดับโลก “ถอดรหัสลับ จับทิศทางความต้องการคนทำงานยุคใหม่” (Global Talent Survey) ฉบับเต็ม เพื่อศึกษาเทรนด์ปัจจุบันและเพิ่มโอกาสในการคว้างานที่ใช่ของตนเอง ได้ที่ https://bit.ly/3xBUmb0 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) โทรศัพท์ 02-670-0700 หรือ inbox ถามได้ที่เพจ JobsDB Thailand

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จ๊อบส์ ดีบี ตลาดแรงงาน