อว.จัดตั้งคณะเพิ่มให้แก่ 3 ราชภัฏ แก้ปัญหาโครงสร้าง-อัตรากำลัง

อว - ราชภัฎ

อว.ผลักดันการจัดตั้งคณะวิชาครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ และสำนักส่งเสริมวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพิ่มให้แก่ 3 ม.ราชภัฏ “ร้อยเอ็ด-ชัยภูมิ-ศรีษะเกษ” สำเร็จ หลังพยายามจัดตั้งมานานกว่า 10 ปี แก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างหน่วยงานและอัตรากำลัง 

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดประชุมหารือการขับเคลื่อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏ 3 แห่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเพิ่งเห็นชอบให้เพิ่มส่วนราชการเทียบเท่าคณะ โดยเรียนเชิญ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เข้าร่วมประชุมติดตามการดำเนินงาน

โดยมี ผศ.ดร.วิชิต กำมันตะคุณ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด รศ.ดร.ประกาศิต อานุภาพแสนยากร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ผศ.ดร.สานนท์ ด่านภักดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ตลอดจนผู้บริหารของทั้ง 3 มหาวิทยาลัย และผู้บริหารของ อว.เข้าร่วมประชุม

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2566 ได้เห็นชอบให้จัดตั้งหน่วยงานเทียบเท่าคณะ ได้แก่ คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ และสำนักส่งเสริมวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพิ่มในมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) 3 แห่ง ได้แก่

มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญมาก ขอแสดงความยินดีกับมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ที่มีส่วนราชการระดับคณะเพิ่มเติมขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพขึ้น

“หลังจากที่มหาวิทยาลัยได้มีความพยายามจัดตั้งนับสิบปี โดยขอบคุณ รมว.อว.ที่ได้ช่วยผลักดันจนสำเร็จ เป็นการแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างหน่วยงาน และอัตรากำลังที่ยืดเยื้อมานาน ทั้งนี้ อว.ควรจะใช้โอกาสนี้พัฒนาต่อยอดในการจัดการศึกษาแบบใหม่ ที่ไม่อยู่ในรูปแบบเดิม ๆ

เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การสร้างคนและการพัฒนาพื้นที่ซึ่งเป็นภารกิจหลักของ มรภ. โดยขอให้วางแผนการดำเนินงานอย่างมีวิสัยทัศน์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและธรรมาภิบาลในสถาบัน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เห็นชัดเจน เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏต้นแบบและมหาวิทยาลัยแนวใหม่ และขอให้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่ได้ตกลงร่วมกันกับกระทรวง อว.ไว้ โดยจะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของทั้ง 3 แห่งอย่างใกล้ชิดต่อไป”

ด้านนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า อว.ได้สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งสามารถที่จะปรับปรุงพัฒนาในทุก ๆ ด้านให้เต็มศักยภาพ เพื่อตอบสนองภารกิจในการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศ ซึ่ง ม.ราชภัฏ 3 แห่งนี้ มีโครงสร้างที่แตกต่างจากที่อื่น มีข้อจำกัดในการดำเนินงาน

โดยเมื่อ ครม.ได้เห็นชอบตามที่ อว.เสนอ ให้จัดโครงสร้างส่วนราชการใหม่จะสอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัย และทำให้การบริหารจัดการทั้งในแง่โครงสร้างและบุคลากรมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

“ตนได้มอบนโยบายให้ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยจัดการให้หน่วยงานระดับคณะที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ สามารถพัฒนาจัดการเรียนการสอน และขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

รวมทั้งสามารถดำเนินงานสร้างรูปแบบการศึกษาที่ต่างจากรูปแบบเดิม มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นด้วย โดยใช้ความรู้และนวัตกรรม จัดหลักสูตรโดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคเอกชน หรือหน่วยงานอื่นร่วมผลิต มีทั้งแบบการศึกษาปริญญาและแบบระยะสั้น Nondegree ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้โดยไม่จำเป็นต้องมีปริญญา อีกทั้งสามารถเก็บสะสมในธนาคารหน่วยกิตได้ เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต


รวมถึงสนับสนุนอาจารย์ผู้สอนให้สามารถขอตำแหน่งทางวิชาการใน 5 ช่องทางวิชาการแบบใหม่ คือ ผลงานด้านการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผลงานด้านการสร้างสรรค์สุนทรียะศิลปะ ผลงานด้านการสอน ผลงานด้านนวัตกรรม และผลงานด้านศาสนา ซึ่งทั้งหมดนี้ ขอให้ผู้บริหาร อาจารย์ และพนักงานของทุกมหาวิทยาลัยต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ในทิศทางเดียวกัน รวมถึงทุกมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สอดรับกับโครงสร้างของมหาวิทยาลัยแบบใหม่อย่างจริงจังอีกด้วย”