เงินบาทผันผวน ตลาดจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/10) ที่ระดับ 33.00/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (10/10) ที่ระดับ 32.94/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก ๆ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (10/10) กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกันยายนเมื่อเปรียบเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยดัชนีดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของค่าใช้จ่ายในภาคบริการ

ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นของดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) นั้นเป็นตัวสนับสนุนว่าสภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จึงทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันเกิดแรงเทขายหุ้นโดยนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงกว่า 800 จุด จากระดับเปิดตลาดในคืนเมื่อวาน (10/10) อีกทั้งนักลงทุนก็ได้เทขายสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่รวมถึงเงินสกุลเงินบาทเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง


นอกจากนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้แสดงความคิดเห็น โดยได้กล่าวโจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า “บ้าคลั่ง” ในกรณีของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วเกินไป อย่างไรก็ตาม นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลาง (เฟด) สาขาแอตแลนตาได้กล่าวแสดงความคิดเห็นในการแถลงการณ์ในแอตแลนตาว่าเศรษฐกิจของสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนถึงสิ้นปีนี้ (2561) และไม่คิดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตในอัตราที่เร็วเกินไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทผันผวนค่อนข้างสูงโดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.73-33.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.81/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (11/10) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1532/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/10) ที่ระดับ 1.1491/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ด้วยแรงสนับสนุนจากความคืบหน้าของ Brexit หรือการเจรจาระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปในประเด็นของเงื่อนไขที่สหราชอาณาจักรจะได้รับจากการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป โดยนาย
มิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรปได้กล่าวว่า มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการถอนตัวกับทางสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับชายแดนของประเทศไอร์แลนด์ นอกจากนี้ นายบาร์นิเยร์ยังได้กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปได้เห็นพ้องกันในเงื่อนไขของการถอนตัว โดยความคืบหน้าคิดเป็น 80 ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ของข้อตกลงทั้งหมด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1516-1.1572 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1545/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (11/10) เปิดตลาดที่ระดับ 112.18/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (10/10) ที่ระดับ 113.22/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงทำให้เกิดความต้องการซื้อเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนั้นธนาคารกลางญี่ปุ่น ได้เปิดเผยว่าตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 สูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.9 ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.95-112.37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 112.24/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ประมาณการสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ (11/10) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (11/10) แถลงการณ์ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (11/10) ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (11/10) และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของสหรัฐ (11/10)

สำหรับอัตราป้องกันกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.7/-2.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.5/+0.5 สตางค์/พดอลลาร์สหรัฐ