เตือนธุรกิจโรงแรมปี’64 รายได้หดตัว 70% จากความล่าช้าของวัคซีนโควิด

โรงแรม
Photo by Franck Morisset on Unsplash
โดย KKP Research เกียรตินาคินภัทร
  • KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร เผยระยะเวลาในการแจกจ่ายวัคซีนของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดประเทศและสูญเสียโอกาสในการเป็นประเทศแรกที่นักท่องเที่ยวจะเลือกเดินทาง (First Country To Visit) โดยประเมินว่า หากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 2 ล้านคนในปีนี้ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่เพียง 34% ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมราวครึ่งหนึ่งจำเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราวหรือจำต้องปิดตัวถาวร
  • ธุรกิจโรงแรมเริ่มมีสัญญาณอุปทานล้น (Oversupply) มาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด-19 โดยเฉพาะโรงแรมขนาดกลางและประหยัด ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 มาซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้น จนนำไปสู่การปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ และมีสัดส่วนหนี้เสียเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563
  • ความท้าทายสำคัญอีกด้านคือการท่องเที่ยวไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนในสัดส่วนสูงถึงกว่า 30% ซึ่งแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะผ่านพ้นไป อาจไม่สามารถคาดหวังให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเติบโตได้ดีเหมือนที่ผ่านมา จากการที่จีนสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ และแนวโน้มชะลอตัวของการตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ

การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากจีน

ช่วงหลังตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยวจากยุโรปและญี่ปุ่น เป็นนักท่องเที่ยวจีน โดยล่าสุดปี 2562 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า 12% ของจีดีพี โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นมากกว่า ใน 4 (หรือ 28%) ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยมีสัญญาณชะลอลง จากการหันมาเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น จากนโยบายของทางการจีนที่ส่งเสริมการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านการสนับสนุนอุปสงค์ในด้านต่างๆ (Dual Circulation Strategy) ในระยะต่อไป

โอกาสที่จะเห็นนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยกว่า 10 ล้านคนดังเช่นช่วงก่อนโควิด-19 อาจเป็นไปได้ยากในเร็วๆนี้ และนับเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย 

ห้องพักขยายตัวเร็ว แข่งขันสูง จนมีสัญญาณ Oversupply มาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ระบาด

โรงแรมระดับกลางและที่พักราคาประหยัดขยายตัวสูงเกินกว่า 10% ต่อปี ขณะที่โรงแรมหรู (Luxury) ขยายตัวเพียง 6% ต่อปี และมีสัดส่วนในตลาดลดลงจาก 40% เหลือ 35% ในตลาดโรงแรมปี 2561 สาเหตุที่โรงแรมระดับกลางและราคาประหยัดมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเป็นผลทั้งจาก 

(1) กลุ่มนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ที่มาไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นนักท่องเที่ยวในเอเชียโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มักเดินทางมากับกรุ๊ปทัวร์ และเน้นท่องเที่ยวแบบประหยัดมากกว่าการพักหรูอยู่สบาย

 (2) การขยายตัวของแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว (E-Tourism Platform) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงโรงแรมต่างๆ ได้มากขึ้น

เริ่มมีสัญญาณ Oversupply จากอุปทานห้องพักที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่อุปสงค์เริ่มชะลอตัวลง สะท้อนจาก (1) อัตราการเข้าพักขยายตัวชะลอลง สะท้อนการเข้าใกล้ระดับอิ่มตัว ในช่วงปี 2558-2562 จำนวนห้องพักแรมขยายตัวเฉลี่ย 4.7% ต่อปี แต่อัตราการเข้าพักแรม (Occupancy Rate) ขยายตัวเพียง 2.3% ต่อปี (2)

การแข่งขันด้านราคาห้องพักสูงขึ้น จากระดับราคาห้องพักเฉลี่ยของห้องที่มีคนเข้าพัก (Average Daily Room Rate: ADR) ที่ขยายตัวชะลอลงต่อเนื่องจากปี 2019 ที่ขยายตัว 22% เหลือเพียง 1% ในปี 2562 เช่นเดียวกับรายรับของโรงแรม (Revenue Per Available Room: RevPAR) ที่อัตราการขยายตัวลดลงจาก 25% เหลือเพียง 1% ในช่วงปีเดียวกัน  

ผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรง-ลากยาว

การระบาดระลอกสองของโควิด-19 และความล่าช้าของการกระจายวัคซีนส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวตลอดปี 2564 ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปี 2564 คาดว่าจะอยู่ที่เพียง 34% (ดูภาพประกอบ)

ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าอัตราการเข้าพักในช่วงก่อนโควิด-19 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 71% ถึงกว่าครึ่งหนึ่ง และมีห้องพักปล่อยว่างถึง 2 ใน 3 หรือเฉลี่ย 540,000 ห้องต่อวัน ทำให้ธุรกิจโรงแรมรายได้หดหายกว่า 70% และมีปัญหาหนี้เสียในภาคธนาคาร โดยเฉพาะในกลุ่มที่พักขนาดเล็กที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เสีย (NPL Ratio) พุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส ปี 2563

ภาพประกอบบทความ KKP Research

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ