หุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว 1,610-1,630 จุด ตลาดขาดปัจจัยใหม่กระตุ้น

เงินบาท-หุ้นไทย

หุ้นไทย (SET) แกว่งตัว 1,610-1,630 จุด ตลาดขาดปัจจัยใหม่กระตุ้น ยังคงกังวลภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ-เฟดส่งสัญญาณปรับลด QE ขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ขณะที่แรงซื้อหุ้นเฉพาะตัวและความหวังเปิดประเทศช่วยหนุนดัชนี ทั้งนี้ติดตามจีนประกาศตัวเลขดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย. ในวันนี้

วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้แกว่งตัว 1,610-1,630 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่รวมถึงดัชนียังคงมีความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐระดับสูงส่งผลให้ เฟดส่งสัญญาณปรับลด QE ลง ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดซึ่งทำให้เม็ดเงิน (Fund flow) ผันผวน อย่างไรก็ตามแรงซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว รวมถึงความคาดหวังการเปิดประเทศหลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด ชะลอตัวลงจะช่วยหนุนต่อดัชนี

สำหรับปัจจัยวันนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ตามเดิม ส่วนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ กนง.คงคาดการณ์ตัวเลข GDP ของไทยในปีนี้ไว้ที่ระดับ 0.7% ตามเดิมแต่ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปีหน้าขึ้นเป็น 3.9% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.7% อย่างไรก็ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังอยู่บนความไม่แน่นอนสูง

ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 46 เซนต์ (-0.6%) ปิดที่ 74.83 ดอลลาร์/บาร์เรล จาก 1) EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์เพิ่มขึ้น 4.6 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 8 สัปดาห์ และสวนทางกับที่ Consensus คาดว่าจะลดลง 4.5 ล้านบาร์เรล และ 2) เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องล่าสุด Dollar Index เพิ่มขึ้นแตะระดับ 94.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 1 ปี

ขณะที่จีนมีกำหนดเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย. ในวันนี้ซึ่งจะมีการเปิดเผยจากทั้ง 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนและไคฉิน ทั้งนี้หากตัวเลขของทั้ง 2 หน่วยงานยังลดลงและต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาคการผลิตจีนที่ชะลอตัวส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวตามไปด้วยและเป็นบรรยากาศ (Sentiment) ลบกับหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี จากความต้องการที่ลดลง



ทั้งนี้ บล.กรุงศรี แนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่ TU หรือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด ราคาปิดที่ 21.4 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 22.60 บาทต่อหุ้น ได้บรรยากาศ (Sentiment) บวกเงินบาทอ่อนค่ามากสุดในรอบ 4 ปี ธุรกิจเข้าสู่ High season และปลายปีนี้และปีหน้ามี Story นำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คือ 1) TFM) ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2) i-Tail ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 15 ของโลก

และอีกตัวคือ AJ หรือ บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 20.7 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 26 บาทต่อหุ้น คาดกำไรสุทธิในช่วงปี 64-66 จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 21% ต่อปี จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรม, ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปรับตัวขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 50% ภายในปี 23 จาก 200,000 ตันเป็น 300,000 ตันต่อปี

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ