TCC เล็งดัน “พันธุ์ทิพย์” เข้าห้าง เพิ่มโซน Toy ปรับโฉมสาขาเดิมปั๊มรายได้

ทีซีซี กรุ๊ป เล็งใช้แบรนด์ “พันธุ์ทิพย์” เปิดโซนไอทีในห้าง แทนการขยายสาขาใหญ่ เร่งรีโนเวต 4 สาขาเดิมดึงนักช็อป ชูโซน “TOY EMBASSY” เจาะกลุ่มเกมเมอร์-นักสะสมเป็นต้นแบบ หวังดันรายได้อีเวนต์ พร้อมเพิ่มร้านอาหาร-เสริมดีมานด์เฉพาะพื้นที่ “งามวงศ์วาน” เพิ่มแฟชั่น “บางกะปิ” ดึงดูด first jobber ฟาก “ทามาชิ อีร่า” ดึงแคแร็กเตอร์เกมปั้นเป็นสินค้ากระตุ้นกำลังซื้อ

นายวีรฤทธิ์ สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้จัดการบริหารทรัพย์สิน ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ กลุ่มแอสเสท เวิรด์ รีเทล ในเครือของแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (ทีซีซี กรุ๊ป) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนจะสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ทั้งในและต่างประเทศ แต่มีแผนจะเปิดโซนสินค้าเทคโนโลยีในห้างสรรพสินค้าอื่น ๆ โดยใช้ชื่อ “พันธุ์ทิพย์” รวมถึงจะเร่งรีโนเวต 4 สาขาพันธุ์ทิพย์เดิมให้ทันสมัยสอดรับ

กับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าพื้นที่มากขึ้นโดยในส่วนของพันธุ์ทิพย์ สาขาประตูน้ำ จะใช้ “สินค้าไอที เกม ของเล่น” เป็นจุดเด่น สร้างอัตลักษณ์ใหม่ ล่าสุดได้ปรับชั้น 2 ที่มีพื้นที่ราว 1,500 ตร.ม. ให้เป็น “TOY EMBASSY” โซนขายของเล่นของสะสมจาก 6 แบรนด์ดัง ได้แก่ REALMGATE, TOYLAXY, DOJO STORE, VBK2018, TOY KING และ TAMASHII ERA จากเดิมที่เป็นพื้นที่ขายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริม

“ไม่ใช่ว่าสินค้าไอทีได้รับความนิยมลดลง แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เราต้องปรับให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งได้รับการปรับพื้นที่ชั้น 1 ให้เป็นโซนเกมตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้เพิ่มในส่วนของเล่นของสะสม และเปิดพื้นที่สร้างคอมมิวนิตี้ ให้มาจัดกิจกรรมได้ อาทิ คอสเพลย์ เป็นการเพิ่มรายได้”

ทั้งยังเป็นไปตามกลยุทธ์ที่จะขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น โดยดึงดูดลูกค้าที่มีอายุน้อยให้เข้ามาเพิ่ม จากเดิมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัย 30-45 ปี ให้เป็นอายุ 20-45 ปี ตั้งเป้าสิ้นปีจะเพิ่มยอดคนเข้าห้างได้ 30% จากเฉลี่ยวันละ 2-3 หมื่นรายต่อวัน พร้อมกับเพิ่มจำนวนร้านอาหารให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เวลาในศูนย์การค้านานขึ้น จาก 1 ชั่วโมง เป็น 3-4 ชั่วโมง ซึ่งจะปรับปรุงชั้น 4 ให้มีโซนร้านอาหารและโคเวิร์กกิ้งสเปซ รองรับกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น โดยเตรียมงบฯปรับปรุงไว้ราว 50-100 ล้านบาท/ชั้น

ปัจจุบันมีผู้เช่าพื้นที่ราว 75% ตั้งเป้าปีนี้อยากขยับเป็น 80-85% ของทั้งศูนย์การค้า ส่วนรายได้คาดจะโต 10% จาก 600 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้ 50% ของทั้ง 4 สาขา มาจากพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ ขณะที่พันธุ์ทิพย์สาขาอื่น ๆ จะใช้แนวทางเดียวกับประตูน้ำ คือเน้นไอที เกม และของเล่น แต่ยังอิงตามความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ เช่น สาขางามวงศ์วาน ปีนี้จะเพิ่มสินค้าแฟชั่นมากขึ้น สาขาบางกะปิจะเพิ่มสินค้าสำหรับเฟิรสต์จ็อบเบอร์ แฟชั่นและร้านอาหาร

“ภาวะช่วงนี้ส่งผลต่อกำลังซื้อบ้าง แต่สินค้าไอทีไม่ค่อยมีผลกระทบมาก โดยเฉพาะสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคยังต้องการใช้งาน แล้วยังมีกระแสเกมมิ่ง รวมถึงเงินดิจิทัลมาช่วยผลักดันการซื้อฮาร์ดแวร์ มองว่าครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น”

ด้าน นายธนพล กิจเลิศไพโรจน์ ผู้บริหารสายการตลาด บริษัท ดรีมทอย จำกัด ผู้นำเข้าสินค้าประเภทของสะสมของเล่น กล่าวว่า ร้านทามาชิ อีร่า แอท พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า เป็นสาขาที่ 2 ที่เปิดขึ้นในประเทศไทย โดยลงทุนกว่า 15 ล้านบาท บนพื้นที่ 300 ตร.ม. ทั้งมีแผนจะขยายให้ได้ 5 สาขาภายใน 3-4 ปีข้างหน้า รองรับการเติบโตของตลาดของเล่นของสะสม ทั้งนักสะสมในปัจจุบันเป็นวัยที่มีกำลังซื้อ คืออายุ 27 ปีขึ้นไป

“แม้ว่าตอนนี้บริษัทจะไม่โตก้าวกระโดดระดับ 300% ต่อปีเมื่อก่อน เพราะตลาดทรง ๆ ตัว แต่ก็ยังโตราว 10% ต่อปี ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโต 15%”

กลยุทธ์ของร้านทามาชิ อีร่า แอท พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า จะเน้นการนำสินค้ายอดนิยมจากแคแร็กเตอร์จากการ์ตูนและภาพยนตร์ รวมทั้งสินค้าหายาก นำเข้ามาจำหน่ายให้ได้เป็นรายแรก ซึ่งปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 7 วันหลังจากสินค้าวางจำหน่ายในญี่ปุ่น

“ปัญหาสินค้าหิ้วมาขาย มีตลอด แต่มองว่าการแข่งราคา สุดท้ายก็จะไม่รอดทั้งตลาด แต่เรามีจุดแข็งด้านบริการ ลูกค้าสามารถเคลมสินค้าได้เมื่อเกิดความเสียหาย และยังมีช่องทางจำหน่ายแบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมด้วย”

 

 

 

Previous articleสรรพากร ชี้ อย่าตกใจ! ยังใช้เกณฑ์เดิม “ดอกเบี้ยออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาท ไม่เสียภาษี”
Next articleหนุ่มอินเดียฉุน ลงคะแนนให้ผิดพรรค ตัดนิ้วตัวเองทิ้ง!!